อองซานซูจีเดินหน้าเจรจาสันติภาพชนกลุ่มน้อยทหารเอาด้วยหรือไม่?

อองซานซูจีเดินหน้าเจรจาสันติภาพชนกลุ่มน้อยทหารเอาด้วยหรือไม่?

 

  พล.ท.เจ้ายอดศึก ผู้นำกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ กองทัพรัฐฉานภาคใต้ หรือ เอสเอสเอ-เอส (Shan State Army - South : SSA-S) และประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน กล่าวในระหว่างการปราศรัยต่อนักรบเอสเอสเอ-เอส ประมาณ 1,000 คน ที่ฐานที่มั่นในเมืองดอยแหลม ทางภาคตะวันออกของเมียนมา ใกล้เขตแดนไทย เนื่องในโอกาสวันชาติรัฐฉาน 7 ก.พ. เรียกร้องต่อกบฏชนกลุ่มน้อยกลุ่มอื่น ๆ ให้เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลเมียนมา และขอให้ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศสามัคคีกัน เพื่อความสงบสุขของประเทศ หยุดสู้รบแล้วเข้ามาสู่โต๊ะเจรจา
 
    พล.ท.เจ้ายอดศึก ผู้นำเอสเอสเอ ที่มีนักรบในสังกัดประมาณ 6,000 คน กล่าว "ไม่ว่ามันจะเชื่อใจได้หรือไม่ แต่เราควรคว้าโอกาสในการเจรจา" การยุติความขัดแย้งยาวนานหลายทศวรรษของชนกลุ่มน้อย เป็นหนึ่งในสิ่งท้าทายใหญ่สุด สำหรับรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมา ที่นำโดยพรรคสันนิบาติแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางออง ซาน ซูจี ซึ่งเธอประกาศให้การสร้างความปรองดองของชนทุกกลุ่มในชาติ เป็นภารกิจสำคัญเร่งด่วนอันดับแรกของรัฐบาลใหม่ ที่จะเริ่มทำหน้าที่วาระ 5 ปี ในวันที่ 1 เม.ย. ที่จะถึง
 
    พล.ท.เจ้ายอดศึกจะลงนามในข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา โดยมีรัฐบาลเมียนมาของ ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เป็นคนกลางประสาน แต่ช่วงฤดูหนาวนักรบเอสเอสเอ-เอสบางส่วน เกิดการสู้รบกับนักรบชนกลุ่มน้อย กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติท่าอ่าง (ทีเอ็นแอลเอ) ที่อยู่ทางเหนือฐานใหญ่ของเอสเอสเอ-เอส ขึ้นไปประมาณ 300 กม. ใกล้เขตแดนจีน พล.ท.เจ้ายอดศึกขึ้นเป็นผู้นำเอสเอสเอ-เอสในปี 2539 หลังแยกตัวออกจากกลุ่มที่นำโดยราชายาเสพติด ขุนส่า ซึ่งลงนามสงบศึกกับรัฐบาลทหารเมียนมา การออกมาเชิญชวนให้ทุกกลุ่มเดินหน้าสู่โต๊ะเจรจา ของ พล.ท.เจ้ายอดศึก นั้น น่าจะสอดคล้องกับความต้องการของ อองซาน ซูจี แต่เวทีนี้ จะทำให้ประวัติศาสตร์การเมืองเมียนมา ย้อนกลับไปในสมัยของ นายพลอองซาน บิดาของ อองซาน ซูจี หรือไม่ พล.อ. มินออง หล่าย จะให้คำตอบเรื่องนี้