- 18 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 ออกอากาศทางช่องทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สนธิญาณ : สวัสดีครับท่านผู้ชมแฟนข่าวทีนิวส์ทุกท่าน ย้อนกลับไปดูคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวานในคดีที่พนักงานอัยการฟ้องคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในข้อหาเจตนาฆ่าคนตายหรือใช้ จ้าง วานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หรือพยายามฆ่ากฎหมายเขียนกุมไว้แบบนี้แต่หลักการก็อยู่ในข้อหานี้ ข้อหานี้เกิดขึ้นจากสาเหตุในการที่คุณอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี และคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เกิดการชุมนุมของคนเสื้อแดง 10 เม.ย. - 19 พ.ค. 53 เกิดการเข้ากระชับพื้นที่หรือจะเรียกว่าการสลายการเข้าชุมนุมโดยในขณะนั้นทางรัฐบาล อภิสิทธิ์ได้ตั้ง สอฉ. ขึ้นปฏิบัติการดำเนินการในการที่จะรักษาความสงบ ปรากฏว่ามีคนบาดเจ็บล้มตาย ผมคิดว่าเป็นที่ประจักษ์และเข้าใจอยู่แล้วว่ามีกองกำลังคนเสื้อดำออกมาปฏิบัติการยิงทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชน และท้ายสุดจึงต้องเกิดเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการในการที่จะเข้าเคลียร์พื้นที่มีการยิงปะทะทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตาย เมื่อเป็นแบบนี้ปรากฏว่าหลังจากที่เลือกตั้งใหม่ในปี 2554 คุณอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้เลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง คุณยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มีร.ต.อ.เฉลิม มีบทบาทเป็นรองนายกฯ ได้ดำเนินการเรียกว่าค้านสายตานักกฎหมายทั้งหลายในขณะนั้น โดยมีคุณธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดี DSI ได้ปฏิบัติการในฐานะที่เป็นพนักงานสอบสวน ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูคุณธาริตก็จะเข้าใจว่าสมัยคุณอภิสิทธิ์ ด้านคุณธาริตมีบทบาทสำคัญยิ่งในฐานะอธิบดี DSI ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ชุมนุมหรือเอาที่แบบว่าบางเรื่องกล้าทำรับใช้รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์แบบค้านสายตาคนดู ซึ่งเคยถกเถียงกับผมด้วย คือเรื่องจตุพร พรหมพันธ์ ในวันที่ 10 เม.ย. 54 หลังจากที่เกิดเหตุการณ์มาแล้วปีนึง คุณจตุพรไปจัดอภิปรายที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็มีการพูดจาพูดคุยให้เกิดระคายเคืองเบื้องฯ คุณจตุพรก็พูดไปเรื่องอาหารเสือกระสุน ก็มีคนที่ยืนปรบมือพยักหน้าโห่ร้อง ปรากฏว่าแทนที่คุณธาริตจะดำเนินคดีกับคุณจตุพรคนเดียว สั่งดำเนินคดีกับคนที่โห่ร้องปรบมือด้วย ผมก็ถามว่าดำเนินคดีแบบนี้เหมือนไปแกล้งเขาไหม ใช้มาตรา112 คุณธาริตก็แถลงว่านี่เป็นการแสดงออกกิริยาในการสนับสนุนผู้กระทำความผิด ปรากฏว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์มาคุณธาริตพลิกเลยคุณจตุพรไม่ผิด ไปตั้งคณะทำงานขึ้นมามีนักวิชาการ ด้านสื่อสารด้านกฎหมายเลย มาอภิปราย พลิกขนาดนั้น เรื่องการชุมนุมก็เหมือนกัน คุณเฉลิมก็พยายามตั้งเรื่องดำเนินการใช้วิธีกฎหมายความอาญาให้มีการพิสูจน์สภาพคนตาย ซึ่งคนตายทุกคนต้องมีการพิสูจน์ ว่าตายด้วยสาเหตุอะไรเพราะฉะนั้นคนที่ตายในเวลานั้นก็ต้องส่งให้ศาลพิสูจน์ปรากฏว่ามีบางคนที่พิสูจน์ว่าตายเพราะกระสุนเจ้าหน้าที่ คุณเฉลิมก็ถืออันนี้ให้คุณธาริตดำเนินการว่าต้องดำเนินการคุณอภิสิทธิ์คุณสุเทพเลย ในข้อหาจ้างวานฆ่าคนตาย ก็เถียงกันว่าจะเป็นแบบนั้นได้อย่างไรถ้าการกระทำนี้คุณอภิสิทธิ์คุณสุเทพทำในหน้าที่ถ้าจะผิดก็ต้องดำเนินการในฐานะเจ้าหน้าที่คือต้องไปขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีทางอาญา โดยทางกฎหมายต้องให้ ปปช. เป็นผู้ดำเนินการเบื้องต้นในการที่จะส่งให้พนักงานอัยการฟ้อง คุณเฉลิมบอกว่าไม่ใช่ไม่เอา DSI ทำเลย คุณธาริตทำเลย ก็ทำแล้วส่งอัยการไป แม้จะคัดค้านสายตาคนดูก็ตามแต่ปรากฏว่าก็เดินหน้าฟ้อง ฟ้องเสร็จศาลชั้นต้นก็มีคำสั่งมาบอกว่ารับฟ้องไม่ได้ ต้องไปทำขั้นตอนแล้วไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมือง ซึ่งจะขัดไหมครับ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมือง ที่คนเสื้อแดงหรือ นปช. พูด ว่าศาลเดียว นี่ไม่มีศาลนะครับ เข้าแล้วนักการเมืองพิพากษา เหมือนคุณยิ่งลักษณ์เข้ารอบเดียวก็ติดคุกหรือหลุดเลยนะครับ ไม่เอานะคุณสุเทพคุณอภิสิทธิ์ คุณเฉลิมจะให้มาขึ้นศาลปกติแต่ข้อหาดูรุนแรงกว่า มาดูศาลอุทธรณ์ก็ยก ก็ต้องกลับไปดูสิครับว่าเอาจริง ๆ คุณเฉลิมรู้ไหมในฐานะกฎหมายคิดว่ารู้ครับ ถามว่าทำไมดึงดันจะทำไปทำไมครับ รู้อยู่แล้วว่าผลจะออกแบบนี้เป็นเพราะในระยะเวลานั้นพรรคเพื่อไทยเขาเตรียมเรื่องหัวใจสุดยอดของพรรคเพื่อไทย นปช. เสื้อแดง สิ่งที่ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อต้องการนิรโทษกรรมคุณทักษิณ ที่ต่อสู้ทั้งหมดเพื่อต้องการให้คุณทักษิณกลับประเทศไทยโดยไม่ต้องรับโทษไม่มีชนักติดหลัง ทั้งสิ้นทั้งปวงไปด้วยการนิรโทษกรรม แล้วเกี่ยวอะไรกับคุณอภิสิทธิ์กับคุณสุเทพครับ ความหมายเขาพยายามที่จะลากคุณอภิสิทธิ์คุณสุเทพให้อยู่ในคดีให้ได้ เมื่อมาอยู่ในคดีโทษก็หนักด้วย ความหมายคือคุณอภิสิทธิ์คุณสุเทพจะกลัวจะได้เจรจากันให้นิรโทษกรรมทุกฝ่าย แต่ปรากฏว่าคุณอภิสิทธิ์คุณสุเทพไม่ยอม เสนอนิรโทษกรรมหมกเม็ดที่กลายมาเป็นชนวนเกิด กปปส. มาจากนี้ทั้งสิ้นจากเหตุผลนี้ เพราะเขาต้องการนิรโทษกรรม เมื่อเป็นแบบนี้จึงให้เห็นภาพของความตลกกลับหัวกลับหางแต่ต้น คนที่คุณพยายามบอกว่าทำผิด ฆ่าประชาชน พอจะนิรโทษกรรมให้ก็ไม่เอาต้องการต่อสู้คดี ความหมายเพื่อต้องการจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าใครผิดใครถูกกันแน่ ให้ศาลพิสูจน์เอาพยานหลักฐานมาเลยมาเรียงลำดับ เวลาเขาพูดถึงบารมีศาล ไม่มีหรอกครับเรื่องสองมาตรฐาน ย้ำเลยว่าไม่มีครับ โจทก์-จำเลยสามารถนำหลักฐานมาได้เต็มที่ พยานหลักฐานที่เอามาแสดงเต็มที่เลยถามค้าน ถามซัก ถามตาม ทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้หลักฐานปรากฏข้อเท็จจริงขึ้น
สถาพร : ถ้าแบบนี้สมมติว่าถ้าศาลฎีกายกฟ้องอีกคุณอภิสิทธิ์คุณสุเทพฟ้องนายธาริตกลับได้ไหมครับ
สนธิญาณ : ฟ้องไปแล้วครับ ฟ้องย้อนกลับไปแล้วครับ ผิดมาตรา200 ครับ ว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ คือมีมาตรา157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา200 กลั่นแกล้งโทษหนักด้วยนะครับ คือคุณธาริตจากกรณีของการพลิกขั้วไปมา ผมเรียนเลยว่าหนักมากแน่ ๆ ครับ นี่ก็เป็นบทเรียนเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในทางการเมืองและศาลดำเนินการ เรื่องของคุณอภิสิทธิ์และคุณสุเทพก็ต้องไปดำเนินการทาง ปปช. คือต้องไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงกัน ก็ต้องติดตามกันต่อไป
