"บิ๊กตู่" ยกเลิก!! ดีเบตกับสงฆ์ ปมตั้ง "สังฆราช" หวั่นเกิดความแตกแยก !?

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

 

เพราะฉะนั้นเมื่อกระบวนการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอเกี่ยวกับตัวผู้กระทำความผิดในคดีรถหรูของสมเด็จช่วงซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือนก็จะส่งทำให้เรื่องการตั้งสมเด็จพระสังฆราชต้องเลื่อนออกไปก่อนใช่หรือไม่

 


นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเกรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำการสอบสวนกรณีรถหรูของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ว่า ต้องไปดูรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องข้อกฎหมายกระทบกับหลายส่วน และยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นพระผู้ใหญ่หลายรูปได้แสดงความเป็นห่วง ตนรู้สึกหนักใจ แต่ยืนยันว่าทุกปัญหามีทางออกแต่จะต้องใช้ระยะเวลา.

 


เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการแก้ไขความขัดแย้งของพระสงฆ์ในเรื่องการแต่งตั้งพระสังฆราชองค์ใหม่ว่า เดาไม่ผิด เห็นไหม ที่คิดไว้ว่าคำถามแรกจะต้องเป็นเช่นนี้

 


อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อไป เพราะปัญหาไม่ได้เกิดตอนนี้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ถึงวันนี้จึงต้องมาตัดสินเอาแพ้เอาชนะ เอากฎหมายมาว่ากัน ซึ่งผมได้มอบหมายให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯไปหาทางออกอยู่เพราะฉะนั้นผมยังไม่ขอตอบในตอนนี้

 


เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าหากมีการเสนอชื่อสมเด็จพระสงฆราชโดยมหาเถระสมาคมมาแล้ว ก็จะต้องเป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี

 


 

สำหรับพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535

 

มาตรา 7 พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง

ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาอาวุโสสูงสุด โดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

 


ในกรณีที่สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

 


ขณะเดียวกันอีกประเด็นหนึ่งที่ ต้องติดตามคือการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุเอาไว้ว่าอยากให้พระแต่ละฝั่งมาดีเบตกันเพื่ออยากให้ประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริงซึ่งก้มีเสียงสะท้อนออกมาทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมาก

 


พระเมธีธรรมาจารย์  เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย(ศพศ.) กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดจะเชิญพระ 2 ฝ่ายมาดีเบตกันนั้น หากดีเบตในประเด็น บรรจุพุทธศาสนาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาตมาพร้อมรับการดีเบตเพราะเป็นเรื่องของหลักการ แต่ถ้าให้มาดีเบตในประเด็นการเสนอสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์การ เพื่อสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นการดีเบตในเรื่องบุคคลในตำแหน่ง ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนั้น อาตมาก็ไม่แน่ใจในข้อเสนอของนายกฯ

 


แต่ถ้านายกฯ ต้องการให้พระทั้ง 2 ฝ่ายมาดีเบต หมายถึงพูดคุยเผชิญหน้ากันโดยไม่ใช่ต่อหน้าสาธารณะ อาตมาก็ยินดี แต่ถ้าเป็นการดีเบตต่อหน้าสาธารณะ อาตมาคงไม่รับ เนื่องจากการเผชิญหน้ากันของ 2 ฝ่าย ฝ่ายที่สนับสนุน ก็พูดเรื่องดี แต่ฝ่ายที่ไม่สนับสนุนย่อมพูดถึงท่านไม่ดี ซึ่งเมื่อคนรับรู้ทางสาธารณะเลยในทันที อาตมาก็อยากถามว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นในทันทีนั้น

 


ด้าน พระพุทธอิสระ โพสต์เฟซบุ๊คหลังจากที่มีข่าวว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเตรียมแก้ปัญหาพระสงฆ์ โดยเชิญผู้เห็นต่างในทางพุทธศาสนา-พระสองฝ่าย ดีเบตหาทางออก และประชาชนตัดสิน ยืนยันจะไม่รบกวนเบื้องพระยุคลบาท และหวั่นศาสนาพุทธถูกทำลายว่า "เป็นสิ่งที่ฉันรอคอยมานานแล้วคุณประยุทธ์" ใจความว่า"จะได้รู้กันเสียทีว่า อะไรเป็นธรรม เป็นวินัย อะไรมิใช่ธรรม มิใช่วินัย สังคมจะได้หูตาสว่างรับรู้และตัดสินได้

 


ขณะที่ฝั่งรัฐบาลในวันนี้ก็ออกมาระบุถึงเรื่องจัดเวทีดีเบตหาทางออกในสังฆมณฑล เช่นเดียวกัน

 


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  กล่าวถึงกรณีความเห็นต่างในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ว่า ได้มอบหมายให้ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้พิจารณาดำเนินการหาทางออก ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเปิดเวทีแสดงจุดยืน หรือ ดีเบตขึ้น

 


นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง เหตุผลที่ไม่ต้องการให้มีการดีเบตเพราะไม่ต้องการให้ความเห็นที่แตกต่างขยายตัว เรื่องนี้ได้หารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีว่าจะใช้วิธีพูดคุยหารือทำความเข้าใจกับคณะสงฆ์หลายๆฝ่าย รวมถึงการปฎิรูปพระพุทธศาสนาเป็นการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์

 


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเสนอจัดเวทีดีเบต ว่า ขอไม่ตอบเรื่องพระ เพราะเป็นฆราวาส ปล่อยให้เป็นเรื่องของพระว่ากันไป และไม่กังวลว่าเรื่องนี้จะบานปลาย ไม่เห็นจะมีอะไรเลย ให้พระดำเนินการกันเอาเอง และเรื่องนี้นายกฯเคยพูดแล้ว ส่วนตัวไม่ขอพูด