- 18 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ติดตามพาร์ท 1 ได้ที่ - ประสบการณ์จริง : "ขอบคุณที่มาเตือนผม" ... แด่พ่อ 4 ปีที่ล่วงลับ
หลังจากวันเผาศพผ่านไปได้ 3 วัน เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ...
"เมื่อความเศร้าเข้าครอบงำ น้ำเมาเท่านั้นช่วยบรรเทาได้" ผมได้ยินคำนี้จากปากเพื่อนบ่อยครั้ง แต่มันจะช่วยบรรเทาความเศร้าได้จริงหรือ ?? ผมไม่แน่ใจและครุ่นคิดอย่างหนัก สุดท้ายจึงตัดสินใจทำตามคำบอกเล่าของเพื่อน เพราะความอยากรู้อยากลอง
แสงสุดท้ายแห่งวันค่อยๆเลือนหายไป เปลี่ยนท้องฟ้าจากสีฟ้าครามกลายเป็นสีดำมืด แสงจากดวงดาวระยิบระยับคลอด้วยแสงจันทร์ก็ปรากฏขึ้นแทน ... ผมกดโทรศัพท์โทรนัดเพื่อนออกมาดื่มด่ำเพื่อปรับทุกข์ ณ ห้างแห่งหนึ่งย่านเกษตร ไม่นานนักเพื่อนทั้ง 7 คนเดินทางมาตามคำชวนพร้อมหอบเบียร์มา 1 ลัง ตั้งวงนั่งดื่มโดยไม่แยแสสายตาใคร
ผ่านไปแค่ 3 ชั่วโมงปรากฏว่าลังเครื่องดื่มว่างเปล่าเสียแล้ว คราวนี้ปัญหาจึงอยู่ที่ใครในกลุ่มจะเป็นผู้ไปซื้อ สุดท้ายก็กลายเป็นผมกับเพื่อนอีก 1 คนเป็นผู้ขันอาสา จากนั้นเราทั้งสองคนก็รีบบึ่งมอเตอร์ไซค์ตระเวนหาร้านค้าละแวกใกล้เคียง โดยเพื่อนเป็นคนขับและผมเป็นคนซ้อน
ค่ำคืนนั้นดูจะเงียบเชียบผิดธรรมดา มีรถเพียงประปรายแล่นตามท้องถนน ผมกับเพื่อนขับมอเตอร์ไซค์สีน้ำเงิน สภาพยังไม่เก่ามาก ไปตามเส้นทางเพื่อหาซื้อเบียร์ตามข้อตกลงของกลุ่ม สองฟากทางเต็มไปด้วยป่าสลับกับร้านอาหารขนาดย่อม 2-3 ร้าน ระหว่างที่ขับนั้น ผมและเพื่อนก็คุยแซวกันไปมา หัวเราะคิกคัก แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ขณะที่เรา 2 คนกำลังเพลิดเพลินกับการคุยอยู่นั้น สายตาของผมดันมองไปเห็น "บางสิ่ง" วิ่งตัดหน้ารถและหายเข้าไปในป่า ผมตะโกนบอกเพื่อนด้วยความตกใจ
"เห้ย ระวังไอภีม" แต่มันสายไปเสียแล้วที่จะหักหลบสิ่งนั้น ด้วยสภาพที่เราเมาพอสมควร ความรู้สึกเฉื่อยชาจึงไม่สามารถควบคุมรถได้ มันเสียหลักพุ่งเข้าชนฟุตบาธเต็มๆ แรงกระแทกทำให้ผมและ "ไอภีม" ซึ่งเป็นคนขับ กลิ้งไถลไปกับพื้น แถไปคนละทิศละทางไกลหลายเมตร ส่วนรถกระเด็นไปชนตอหม้อที่ตั้งอยู่เกาะกลางถนน ก่อนจะม้วนตลบกลับเข้ามาคว่ำอยู่ไม่ห่างจากตัวผมนัก สภาพยับเยินพอสมควร
ผมนอนแน่นิ่งไปสักพัก ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งด้วยสภาพมึนงง พยายามคลานเอื่อยๆไปหาเพื่อน แต่พอคลานไปถึง ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือ "เลือด"ทะลักออกมาเป็นลิ่มๆจากตัวเพื่อน !! ผมปากซีด หน้าชาไปหมด เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นเลือดมากมายขนาดนี้ ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นครั้งแรกที่ประจักษ์ด้วยสายตาของตัวเอง
พอเรียกสติกลับมาได้ ผมจึงควักโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงด้วยสภาพที่ลนลาน โทรหาเพื่อนที่นั่งรอเบียร์ด้วยอาการละล่ำละลัก บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น เวลาผ่านไปไม่กี่นาทีเพื่อนก็วิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ก่อนจะโทรเรียกรถพยาบาลมารับไป ...
ครั้นมาถึงโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่รีบนำตัวผมและเพื่อนเข้าสู่ห้องฉุกเฉิน เตียงของเพื่อนถูกเคลื่อนเข้าไปอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน ผมได้แต่นอนนิ่ง ขยับตัวได้เพียงเล็กน้อยเพราะอาการเจ็บปวดจากแรงกระแทกยังคงเล่นงานอยู่ กระทั่งพี่สาวของผมและแฟนของเธอเดินทางมาถึง จ้องมองผมด้วยแววตาที่ไม่สู้ดีสักเท่าไหร่ ...ไม่นานนัก พยาบาลสาว 2 คนพร้อมเครื่องมือแพทย์เดินเข้ามาในห้อง หยุดตรงหน้าผม ก่อนจะคว้าเข็มฉีดยาชาออกจากกล่องเครื่องมือพร้อมกับพูดว่า "ทนเจ็บหน่อยนะคะ เหมือนมดกัดเอง" จากนั้นก็ทิ่มเข็มเข้าที่ต้นแขนข้างซ้าย เวลาผ่านไปแค่ชั่วอึดใจอาการเจ็บปวดก็ทุเลาลง คราวนี้เธอก็พร้อมลงมือทำแผลเป็นภารกิจถัดมา
หลังทำแผลเสร็จได้สักครู่ใหญ่ๆ พี่สาวรีบเดินดิ่งเข้ามาหา ระหว่างนั้นตัวของผมสั่นระริกเปลี่ยนจากอาการเจ็บปวดกลับกลายเป็นอาการหวาดกลัวด้วยเหตุที่ว่าพี่สาวของผมคนนี้เป็นคนที่ค่อนข้างดุ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น คงหนีไม่พ้นที่จะถูกดุด่าอย่างที่เคยเจอมาก่อน
แต่แล้วเมื่อหล่อนเดินมาถึงหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม แววตาหล่อนไม่ได้บ่งบอกว่าโกรธแต่อย่างใด แต่กลับเป็นแววตาที่เป็นห่วงเป็นใยเสียมากกว่าก่อนจะถามผมว่า "เจ็บมากมั้ย เดินไหวหรือเปล่า" ด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา อาการหวาดกลัวเมื่อครู่ก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง ผมแปลกใจอย่างมากเพราะไม่คาดคิดว่าพี่สาวจะถามเช่นนี้ อย่างน้อยจะต้องดุผมสักคำสองคำก่อนจะยิงคำถาม
"ไม่เป็นไรครับ ผมเดินไหว" ผมตอบเสียงสั่นเครือ พร้อมกับเดินไปยังอีกห้องหนึ่งเพื่อรอเพื่อนอีกคน ซึ่งยังนอนซมอยู่บนเตียง ภายใต้การกำกับดูแลของหมออย่างใกล้ชิด ... ก้นยังไม่ทันแตะถึงเก้าอี้ เพื่อนก็พูดออกมาระหว่างที่ทำแผลอยู่ "เห้ยนัทกูขอโทษนะเว่ย ที่พามึงล้มอ่ะ" ผมพยักหน้ารับคำขอโทษจากเพื่อน ก่อนจะตอบกลับไปว่า "ไม่เป็นไรว่ะ แล้วมึงเห็นเหมือนกูมั้ย ?" เมื่อสิ้นเสียงคำถาม ขณะที่เพื่อนยังไม่ทันปริปากตอบ สายตาพี่สาวและแฟนของเธอต่างจดจ้องมาที่ผมและเพื่อน หวังคาดคั้นคำตอบให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
กระทั่งเสร็จสรรพเรื่องที่โรงพยาบาล ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ระหว่างทางนั่งรถกลับบ้าน อาการปวดระบมเริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อแผลที่ถูกเย็บสิ้นฤทธิ์ของยาชา พี่สาวจึงเอ่ยปากคาดคั้นคำตอบจากผม "นัท แกเห็นอะไรหรือ ?"
"ก็ตอนนั้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปกับไอภีม จะไปซื้อเบียร์มากินกัน แต่ไปยังไม่ถึงไหนรถมันก็คว่ำก่อน แต่ก่อนที่รถจะคว่ำมันเหมือนมีอะไรไม่รู้ สีดำๆวิ่งตัดหน้ารถหายเข้าป่าไป" ผมตอบกลับ เมื่อพี่สาวได้ยินเช่นนั้น จึงนั่งเงียบไม่พูดอะไรต่อไป
เมื่อถึงบ้าน ... ผมลงจากรถเดินเข้าข้างใน เห็นแม่นั่งรออยู่บนโซฟาพร้อมกับกะละมังใส่น้ำเต็มและมีผ้าขนหนูแช่อยู่ในน้ำ ผมจึงเดินเข้าไปนั่งข้างแม่ ส่วนพี่สาวและแฟนรีบเดินขึ้นห้องนอนด้วยความเพลีย
แม่เช็ดตัวและทำความสะอาดให้ผม ระหว่างที่แม่เช็ดตัวให้ผมอยู่นั้น ผมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังแต่ยังไม่ทันจบดี แม่ก็โพล่งขึ้นทันทีว่า
"พ่อมาหานัทแน่ๆ รีบไปทำบุญให้แกซะ" ผมผงะไปกับคำพูดของแก ... "แม่รู้ได้ไงว่าพ่อมาหา" ผมถามขึ้น
"มีอะไรแปลกๆก่อนหน้านี้หรือเปล่าล่ะ ??" แม่ถามกลับอีกรอบระหว่างบิดผ้าขนหนูซับหน้าให้ผม
"ใช่เลยต้องเป็นคืนนั้นแน่ๆเลยแม่" ผมกล่าว ...
เมื่อทำความสะอาดตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่างคนต่างเข้านอน โดยไม่พูดอะไรกันอีก
โปรดติดตามตอนต่อไป ...
