- 19 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อได้พิจารณาจากข้อมูลที่สำนักข่าวทีนิวส์ได้นำเสนอนั้นประเด็นสำคัญที่ควรจับตามองในขณะนี้นั้นก็คือ พระมหาศาสนมุนีช หรือหลวงพี่แป๊ะ ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการกระทำผิดในครั้งนี้หรือไม่อย่างไร
อย่างไรก็ตามพบว่าการให้ข้อมูลของหลวงพี่แป๊ะ รวมทั้งทีมทนายความและนาวิชาญปรากฎว่าสวนทางกันอย่างสิ้นเชิงโดยฝ่ายของหลวงพี่แป๊ะก็พยายามที่จะให้ข้อมูลว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการทำผิดกฎหมายและโยนข้อครหาทั้งหมดไปให้กับนายวิชาญในขณะที่นายวิชาญเองก็กล่าวว่าตนเองนั้นไม่รู้มาก่อนว่าชิ้นส่วนของรถผิดกฎหมายเพราะว่าหลวงพี่แป๊ะเป็นคนประสานให้
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้นั้นห็เป็นหน้าที่ของ ดีเอสไอที่ต้องหาข้อเท็จจริงว่าใครพูดจริง ใตรโกหก แต่ที่แน่ ๆ เรื่องนี้นั้นต้อมีคนโกหก เพื่อเอาตัวรอดอย่างแน่นอน
นายศุภภัทร์พจน์ นิติศศรธร ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เปิดเผยว่า กรณี พระมหาศาสนมุณี หรือ เจ้าคุณแป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เกี่ยวโยงการจัดหารถโบราณ ให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง สุดประเสริฐ) โดยระบุว่าเจ้าคุณแป๊ะเป็นเพียงผู้ประสานงานติดต่อกับอู่วิชาญ และเงินที่ซื้อรถ, จ้างจดประกอบ, จ้างซ่อมรถ เป็นเงินบริจาคของญาติโยมที่มีจิตศรัทธา สมเด็จช่วง จึงร่วมบริจาคทั้งหมดซื้อรถถวาย เพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยผ่านเจ้าคุณแป๊ะ
เมื่อถามว่า เจ้าคุณแป๊ะ ประสานงานกับ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส ด้วยหรือไม่ นายศุภภัทร์พจน์ กล่าวว่า พระมหาศาสนมุณี เป็นผู้ประสานกับอู่วิชาญเท่านั้น ส่วนอู่วิชาญจะไปประสานกับอู่รถที่ไหนอย่างไร ใครนำเข้าอะไรอย่างไร ตรงนี้ไม่ทราบ
ทั้งนี้เมื่อถามว่าเหตุใดจึงติดต่อที่อู่วิชาญ นายศุภภัทร์พจน์กล่าวว่า เจ้าคุณแป๊ะ ท่านเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส ท่านนำรถของวัดปากน้ำไปซ่อมที่อู่วิชาญ อยู่บ่อยครั้ง แล้วไปเจอโครงรถเก่า จึงพูดคุยกับคุณวิชาญว่าถ้านำโครงรถมาประกอบซ่อมแซมเป็นรถที่ใช้ได้เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ ต้องใช้เงินจำนวนเท่าไหร่
คุณวิชาญบอกอยู่ที่ 4 ล้านบาท จึงทำบันทึกการจ่ายเงินระบุไว้ว่าคุณวิชาญซ่อมแซมบูรณะจนกระทั่งจดทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ และเอกสารบันทึกการซ่อม การจ่ายเงิน พร้อมลายเซ็นเจ้าคุณแป๊ะที่ถูกเผยแพร่ในขณะนี้ ก็เป็นของจริง
นายศุภภัทร์พจน์กล่าวว่า เจ้าคุณแป๊ะ ไม่ได้ติดต่อซื้อโครงรถจากคุณอ๊อด แต่ติดต่อซื้อโครงรถกับอู่วิชาญ และทำบันทึกราคา 4 ล้านบาท โดยให้คุณวิชาญดำเนินการ เครื่องยนต์เท่าไหร่ นำเข้าอย่างไร อู่วิชาญเป็นผู้จัดการทั้งหมด
เมื่อถามว่าขั้นตอนสุดท้ายตอนจดทะเบียนรถเป็นชื่อสมเด็จช่วงฯ ได้กลับมาดำเนินการที่วัดหรือไม่ ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ กล่าวว่า คงมีเจ้าหน้าที่นำเอกสารมาให้ท่านเซ็นเป็นชื่อท่าน เพื่อนำรถไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ ทางวัดจะทราบในขั้นตอนสุดท้ายเมื่อรถเสร็จสมบูรณ์
ล่าสุดทางด้านของวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของอู่รถวิชาญซึ่งรับประกอบรถของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ก็ได้เดินทางเข้าพบกับดีเอสไอและยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำเอกสาร
นายวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของอู่วิชาญ ที่รับประกอบรถเบนซ์ ทะเบียน ขม99 กทม. ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ให้ปากคำเพิ่มเติม ยืนยันว่า รับหน้าที่เพียงขั้นตอนการประกอบชิ้นส่วนรถให้สามารถใช้งานได้เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำเอกสารเพื่อยื่นจดทะเบียนกับทางราชการ ส่วนกรณีที่ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ
ระบุว่า อู่วิชาญเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ถือเป็นสิทธิที่พูดได้ยืนยันมาตลอดว่าแค่รับจ้างซ่อมรถ ในวงการรถคลาสสิครู้กันดีว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนการนำเข้ารถยนต์ ชิ้นส่วนอะไหล่ หรือการทำเอกสาร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดปัญหาก็คงไม่รับว่าจ้าง
เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวทางสำนักข่าวทีนิวส์นั้นก็เคยได้ลงไปสอบถามเกี่ยวกับรถจดประกอบของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญที่อู่ประกอบรถยนต์
