- 19 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th/html/
การประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ระหว่างวันพฤหัสบดีถึงวันศุกร์นี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ผู้นำอังกฤษ ซึ่งต้องการให้ที่ประชุมอนุมัติแผนปฏิรูปสหภาพ 4 ข้อ ที่หากได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้อังกฤษอยู่เป็นส่วนหนึ่งของอียูต่อไป โดยที่ทางอังกฤษนั้นเตรียมจัดการลงประชามติในเรื่องนี้ภายในปี 2560 ข้อเรียกร้องสำคัญของอังกฤษมี 4 ข้อ ได้แก่ 1. การจำกัดระบบสวัสดิการสำหรับผู้อพยพ เพื่อควบคุมการหลั่งไหลเข้าสู่ยุโรปของประชากรต่างถิ่น 2. การการันตีสถานภาพของประเทศที่ไม่ได้ใช้เงินยูโร ให้ออกจากการร่วมรับภาระจากวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศในยูโรโซน 3. การเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการแข่งขันของอียู 4. การให้แต่ละประเทศมีสิทธิ์เลือกเข้าร่วมแผนบูรณาการยุโรปด้วยความสมัครใจ
นายบอริส จอห์นสัน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าจะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในทายาทการเมือง ของผู้นำอังกฤษคนปัจจุบัน ยอมรับว่า ยังเห็นต่างกับคาเมรอนในหลายเรื่อง และยังตอบไม่ได้ว่าจะสนับสนุนให้อังกฤษอยู่หรือไป อังกฤษเป็นสมาชิกอียูประเทศเดียว ที่ไม่เข้าร่วมทั้งความตกลงเชงเก้นเพื่อเปิดเสรีพรมแดน และการเข้ากลุ่มยูโรโซนเพื่อร่วมใช้เงินยูโร รัฐบาลอังกฤษเลือกที่จะคุมพรมแดนและค่าเงินของตัวเอง ขณะที่ขั้นตอนการถอนตัวออกจากอียู มีระบุอย่างชัดเจนอยู่ในสนธิสัญญาลิสบอน ที่มีการให้สัตยาบันเมื่อปี 2552
นายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรียุโรป ยอมรับยังไม่สามารถการันตีได้ว่า ที่ประชุมจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในการหารือครั้งนี้หรือไม่ แต่ไม่มีทางเลือกในเรื่องนี้มากนัก เนื่องจากสถานการณ์ของอียูในปัจจุบันอยู่ในระดับ "วิกฤติ" ไม่ต่างจากการเจรจาเรื่องวิกฤติการเงินของกรีซ เนื่องจากอังกฤษเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยุโรปรองจากเยอรมนี และ 1 ใน 3 ประเทศผู้บริจาครายใหญ่ของอียู นอกจากเยอรมนีและฝรั่งเศส จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องไปยังระบบเศรษฐกิจของยุโรปอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นการประชุมวันนี้ ก็คงทราบกันว่าท้ายที่สุดแล้ว อังกฤษยังจะเป็นหนึ่งในสมาชิกของสหภาพยุโรปอีกหรือไม่ เพราะถ้าหากอังกฤษนั้นออกจากกลุ่มอียู อย่างที่หลายคนคาดหมายกันเอาไว้ อีกไม่นานเราจะได้เห็นการล่มสลายทางเศรษฐกิจของกลุ่มอียูอย่างแน่นอน และนี่ล่ะคือผลกระทบจากทุนสามานย์ ที่กัดกินแต่ละประเทศจนพังพินาศไปตาม ๆ กัน
