- 20 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
นอกเหนือจากการแถลงคดีรถหรูของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วงก็ยังมีความคืบหน้าคดีฉ้อโกงเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งมีผู้ต้องหาคนสำคัญก็คือนายศุภชัย ศรีศุภอักษรอดีตประธารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
โดยประเด็นสำคัญของคดีนี้ก็คือการสรุปบรรดาผู้ที่รับเช็คจากนายศุภชัยซึ่งในจำนวนนั้นก็รวมไปถึงพระธรรมชโยเจ้าอาวาทวัดพระธรรมกายก็คงต้องมาจับตาดูกันว่าพระธัมมชโยนั้นจะถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงินและรับของโจรหรือไม่
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีดีเอสไอตรวจสอบพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในคดีรับเงินบริจาคจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นว่า
คาดว่าภายในเดือนนี้จะมีความชัดเจน ซึ่งการฟ้องร้องต่างๆ มีการประชุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือคือการกำหนดฐานความผิดและขั้นตอนฟ้องร้อง ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย แต่ไม่อยากให้มองเพียงพระธัมมชโย ต้องมองในภาพรวมทั้งระบบ เพราะเป็นการฟ้องร้องทั้งคณะที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ไม่ได้เข้าไปเร่งรัดการทำงานของดีเอสไอแต่อย่างใด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตามปกติ
สาระสำคัญทางคดีอีกหนึ่งเรื่องก็คือ กรณีที่นายศุภชัยได้โอนเงินจำนวนมหาศาลไปให้กับกลุ่มบุคคลต่างๆนั้น บุคคลต่างๆเหล่านั้นจะต้องถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่ ในข้อหาอะไร
การพิจารณาความผิดของกลุ่มผู้รับเช็คจากนายศุภชัย ทั้งหมด 7 กลุ่ม ประกอบด้วย
1.กลุ่มบุคคลที่ไม่มีมูลหนี้
2.กลุ่มนิติบุคคลที่ไม่มีมูลหนี้
3.กลุ่มวัดพระธรรมกาย
4.กลุ่มสหกรณ์อื่นๆ
5.กลุ่มผู้ต้องหาและเครือข่าย
6.กลุ่มบุคคลธรรมดาที่รับเช็ค
7.กลุ่มนายหน้าค้าที่ดิน
ที่ผ่านมาประเด็นในการตรวจสอบที่สำคัญนั้นก็คือความสัมพันธ์ระหว่างนายศุภชัยกับพระธัมมชโยว่าอยู่ในระดับใดกันแน่เพราะนายศุภชัยนั้นจะอ้างเสมอว่าไม่มีความรู้จักกับพระธัมมชโยเป็นการส่วนตัวและเป็นแค่คนทำบุญธรรมดาเท่านั้น
เพราะฉะนั้นการบริจาคเงินให้พระธัมมชโยนั้นพระธัมมชโยก็จะไม่มีส่วนรู้เห็นแต่จากการตรวจสอบของสำนักข่าวทีนิวส์พบว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่น่าจะเป็นความจริงด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1. นายศุภชัยเคยเป็นไวยาวัจกรของวัดพระธรรมกาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้ที่จะเป็นไวยาวัจกรนั้นต้องเป็นบุคคลสำคัญและมีความสนิทสนมกับเจ้าอาวาสเป็นอย่างดี
โดยไวยาวัจกร ตามกฎหมายหมายถึงคฤหัสถ์ผู้ได้รับแต่งตั้งให้มีหน้าที่เบิกจ่ายนิตยภัต และมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัดได้ตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเป็นหนังสือ และกำหนดให้ไวยาวัจกรเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
การแต่งตั้งไวยาวัจกรเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาส วัดหนึ่งอาจมีไวยาวัจกรได้หลายคน ความเป็นไวยาวัจกรสิ้นสุดลงเมื่อเจ้าอาวาสผู้แต่งตั้งให้ออกหรือเจ้าอาวาสผู้แต่งตั้งพ้นจากความเป็นเจ้าอาวาส เช่น ลาออก ลาสิกขา มรณภาพ
2. เมื่อปี 2552 นายศุภชัยเคยเป็นประธานกฐินวัดพระธรรมกายซึ่งเป็นที่รับรู้กับเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่างานทอดกฐินของวัดพระธรรมกายนั้นจะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งของวัดและใครก็ตามที่ได้เป็นคนถือผ้าไตรนั้นก็แสดงว่าเป็นคนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมานั้นทั้งนายศุภชัยและทนายความก็ต่างที่จะปฏิเสธมาโดยตลอดว่านายศุภชัยไม่ได้มีความสนิทสนมกับพระธัมมชโยและไม่ได้เป็นบุคคลของวัดพระธรรมกายซึ่งเมื่อพิจารณาจากการตั้งข้อสังเกตที่1และ2แล้วก็จะเห็นอย่างชัดเจนว่าจะเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นใช่หรือไม่
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นได้ออกมาเปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน แต่เป็นเพียงการแถลงข่าวสั้นๆ โดยที่นายศุภชัย ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาพร้อมกับยืนยันว่าพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น และเงินที่นายศุภชัยได้นำไปมอบให้กับวัดธรรมกายก็เป็นเงินบริจาคทำบุญ ที่กู้กับสหกรณ์อย่างถูกต้องและได้คืนเงินทั้งหมดให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2558 ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ได้สอบถามนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความของวัดพระธรรมกาย ว่าพระธัมมชโยรู้จักกับนายศุภชัยหรือไม่ โดยนายสัมพันธ์ตอบว่า รู้จักในฐานะคนทำบุญทั่วไป
แต่ที่น่าสังเกตก็คือการที่นายศุภชัยได้เป็นไวยาวัจกรและเป็นเป็นประธานกฐินวัดพระธรรมกายเมื่อปี 2552 และนายศุภชัยก็เคยให้สัมภาษณ์ว่าตนได้รับความไว้วางใจ
เพราะฉะนั้นภายในเดือนนี้ก็ต้องจับตาดูกันว่าจะมีข้อสรุปเกี่ยวกับคดีพระธัมมชโยหรือไม่อย่างไร
