ดุสิตโพลชี้ !! "ปชช." สนใจข่าวพระชุมนุม หวั่นภาพลักษณ์ - ศาสนามัวหมอง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

 


ประเด็นเรื่องของวงการสงฆ์ในประเทศไทยกันบ้าง แต่ก่อนที่จะไปติดตามความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เราไปดูกันที่ผลสำรวจของประชาชนกันก่อนเกี่ยวกับความสนใจ ซึ่งสุดสัปดาห์นี้พบว่าเรื่องของพระได้รับความสนใจอันดับที่ 1 โดยเฉพาะพระที่ออกมาชุมนุม

 

 

 


สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สอบถามความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับ เรื่อง “ข่าว" ที่ประชาชนสนใจ ณ วันนี้ ซึ่งสามารถสรุปผลได้ดังนี้

5 อันดับข่าว” ที่ประชาชนสนใจ ณ วันนี้

อันดับ 1 พระสงฆ์ชุมนุมที่พุทธมณฑล 86.57%

อันดับ 2 การร่างรัฐธรรมนูญ 85.95%

อันดับ 3 สายการบินนกแอร์ยกเลิกเที่ยวบิน 82.85%

อันดับ 4 นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 78.10%

อันดับ 5 อาชญากรรมและอุบัติเหตุต่างๆ 67.56%

ทั้งนี้เมื่อถามว่า สาเหตุ" ที่ประชาชนสนใจ “ข่าวพระสงฆ์ชุมนุมที่พุทธมณฑล" ก็พบว่า

อันดับ 1เป็นเรื่องน่าตกใจที่มีพระสงฆ์จำนวนมากออกมาเคลื่อนไหว81.40% อันดับ 2เป็นเรื่องของศาสนา เป็นห่วงภาพลักษณ์ ความเลื่อมใสศรัทธา ศาสนามัวหมอง 75.22%

อันดับ 3อยากทราบความคืบหน้า สาเหตุ ข้อเท็จจริง ผู้อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้ 67.63%

อันดับ 4เป็นภาพที่ไม่เหมาะสม แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งแตกแยกในวงการสงฆ์ไทย 60.78%

อันดับ 5มีกระแสข่าวว่าเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งพระสังฆราชองค์ใหม่ 59.49%

 


จากการเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับเหตุผลที่ติดตามข่าวพระชุมนุมมากก็เป็นเพราะว่าตกใจที่มีพระสงฆ์จำนวนมากออกมาเคลื่อนไหว รวมทั้งเป็นห่วงภาพลักษณ์ ความเลื่อมใสศรัทธา และอาจศาสนามัวหมอง

 


แน่นอนว่าสัปดาห์เรื่องของพระก็ยังคงได้รับความสนใจต่อไปอีกแน่นอน เนื่องจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่ามีพระจำนวนนับร้อยเดินทางมาที่พุทธมณฑลจำนนวนมากโดยอ้างว่ามาประประกอบพิธีกรรมเนื่องในวันมาฆบูชา ซึ่งมีหลายฝ่ายมองว่าเป็นเป็นการรวมตัวชุมนุมมากกว่า

 


เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา มีกลุ่มพระสงฆ์ประมาณ 500 รูป เดินทางมารวมตัวที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม เพื่อแสดงพลังปกป้อง พระเมธีธรรมาจารย์เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย

 


ทั้งนี้พระสงฆ์ที่กเดินทางมามีการอ้างว่าที่เดินทางมานั้น จะมาร่วมกิจกรรมวันมาฆบูชา ที่พุทธมณฑล ระหว่างวันที่ 18 - 22 ก.พ.59 และมาเพื่อมาปฏิบัติธรรม

 


ขณะที่ ล่าสุด พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท. ผบช.น. สั่งการถึงตำรวจทุกนายในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ว่า ให้มีการจับตาการชุมนุมกลุ่มต่างๆในพื้นที่ โดยได้สั่งการ ขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจทุกกลุ่มที่มีพฤติการณ์จะมาชุมนุมในเขตพื้นที่โดยเฉพาะเจ้าอาวาสและพระตามวัดต่างๆ ถ้าเราทราบปัญหา หาสาเหตุ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างมีเหตุผล เชื่อว่าปัญหาต่างๆแก้ได้หมด ช่วยกันทำบ้านเมืองให้สงบ ประชาชนมีความปลอดภัย คนไทยโดยเฉพาะคน กทม.มีความสุขโดยทั่วกัน
สอบแกนนำม็อบพระร่วมชุมนุม รายงานผลวันนี้

 


ขณะที่ความคืบหน้าในการที่พระออกมาชุมนุมเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดได้มีการสั่งสอบแกนนำพระสงฆ์ เข้าร่วมชุมนุม ที่พุทธมณฑล โดยสั่งการให้รายงานผลภายในวันนี้

 


พลตำรวจตรี ธเนษฐ สุนทรสุข รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 3มีหนังสือคำสั่งถึงผู้บังคับการจังหวัด ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 และผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 3 ให้เร่งสืบสวนหาข่าวและติดตามการเคลื่อนไหวของเครือข่ายคณะสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559เครือข่ายคณะสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศได้รวมตัวกันที่บริเวณพุทธมณฑล (ลานหน้าองค์พระ) ขอเชิญสื่อมวลชนทำข่าว สก็อตแผนล้มการปกครองคณะสงฆ์ไทย โดยมีพระเมธีธรรมาจารย์ ประกาศ 5 สังฆามติ ต่อหน้าสื่อมวลชนและพุทธบริษัทเรียกร้องนายกรัฐมนตรีสถาปนาสมเด็จพระมหารัชชมังคลาจารย์ "สมเด็จช่วง" เป็นพระสังฆราช นั้น เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้บังคับบัญชาทราบถึงข้อมูลผู้เป็นแกนนำผู้ให้การสนับสนุนในการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปและเพื่อสะดวกในการสั่งการจึงกำชับให้ ภูธรจังหวัดและกองบังคับการการสืบสวนสอบสวนของ ภาค 3 ดำเนินการดังนี้


1. ให้ตรวจสอบว่าวันดังกล่าวในพื้นที่รับผิดชอบมีภิกษุวัดใด ที่เข้าร่วมการชุมนุม ระบุรายชื่อ พร้อมที่อยู่จำนวนเท่าใดและวิธีการเดินทาง


2. ให้สำรวจรายชื่อแกนนำหรือผู้ให้การสนับสนุนโดยให้ทราบชื่อ ที่อยู่ อาชีพ และเดินทางเข้าร่วมชุมนุมโดยวิธีใด แล้วให้รายงานการตำรวจภูธรภาค 3 ทราบภายในวันนี้

 


แน่นอนว่าหากพบว่าพระสงฆ์ที่มาชุมนุมเมื่อวันที่ 15 ก.พ.มีความผิดก็อาจถูกแจ้งในข้อหาละเมิดพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ซึ่งอาจถูกลงโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

 


พระราชบัญญัติ การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

 


มาตรา 7 วรรค สอง การจัดชุมนุมสาธารณะภายในพื้นที่ของรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และ ศาลจะกระทำมิได้

 


มาตรา 8 การชุมนุมต้องไม่กีดขวางทางเข้าออก หรือ ขัดขวางการปฏิบัติงาน หรือ การใช้บริการสถานที่ต่อไปนี้

1. สถานที่ทำการหน่วยงานของรัฐ
2. ท่าอากาศยาน ท่าเรือ สถานีรถไฟ และ สถานนีขนส่งสาธารณะ
3. โรงพยาบาล สถานศึกษา และ ศาสนสถาน
4. สถานทูต หรือ สถานกงสุลของรัฐต่างประเทศ และ สถานที่ทำการองค์กรระหว่างประเทศ
5. สถานที่อื่นๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีประกาศกำหนด

 


และ มาตรา 10 ผู้ใดประสงค์จัดการชุมนุมสาธารณะให้แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง คือ หัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่ ที่มีการจัดชุมนุมสาธารณะ หรือ บุคคลอื่น ก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง

 


ในมาตรา 27 หากฝ่าฝืนชุมนุมโดยมิชอบ หรือ ขัดคำสั่งห้ามชุมนุมของเจ้าพนักงาน มีโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรา 7 และ 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

 


ในมาตรา 31 วรรค 2 ถ้าทำให้ระบบขนส่งสาธารณะ ระบบสื่อสารโทรคมนาคม ระบบผลิตกระแสไฟฟ้า และประปา หรือ ระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ใช้การไม่ได้ชั่วคราว หรือถาวร ผู้จัดการชุมนุมต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ