สนธิญาณ ย้ำ!!  "คสช." ปิดประตูตายไม่เจรจา "คนทำผิดกฎหมาย"ชี้ "แม้ว" ที่บอก เงียบมานาน หวั่นเกิด "สงคราม" ขึ้นอีกครั้ง!? หลังอ้าง "ปู" ไม่ผิด

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม www.tnews.co.th

 

 

รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559  ออกอากาศทางช่องทีนิวส์  ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

 

สถาพร :  กลับเข้ามาช่วงนี้ จะได้ไปพูดคุยกับพี่ต้อย สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม สวัสดีครับ พี่ต้อยครับ

 

สนธิญาณ : สวัสดีครับ ถา ครับ

 

สนธิญาณ : อาจจะได้ยินเสียง

 

สถาพร : เสียงพระสวดมนต์

 

สนธิญาณ : พระสวดอยู่นะครับ  ก็ขออนุโมทนาบุญกับแพหนข่าวทีนิวส์ทุกท่านนะครับ เนื่องในวันมาฆบูชานี้นะครับ วันนี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่งนะครับ ซึ่งจะเรียนว่า จากการไปได้พบปะกับแฟนข่าวที่สวนผึ้งนะครับ ก็ปรากฏว่าได้มีแฟนข่าวร่วมทำบุญมากับผมในวันนี้นะครับ ซึ่งได้ลงมาทำบุญที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องในงานบุญมาฆบูชา ซึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชเนี่ยนะครับ จะมีงานประเพณีที่เรียกว่าแห่พระขึ้นธาตุ

 

สนธิญาณ : นั่นก็คือเอาผ้าขาวหรือผ้าเหลืองเนี่ยไปห่มพระบรมธาตุนะครับ ก็มีบรรดาแฟนข่าวทีนิวส์นะครับได้ร่วมบุญร่วมกุศลมาจำนวนพอสมควรประมาณนะครับ  เพราะฉะนั้นเนื่องในโอกาสนี้ก็ขออนุโมทนาบุญนะครับให้สำหรับผู้ที่ร่วมบุญมาทุกท่านและแฟนข่าวทีนิวส์ที่รับชมรายการอยู่ในขณะนี้ทุกท่าน ทุกคนด้วยนะครับ

 

สถาพร : ครับ อนุโมทนาบุญ สาธุครับ พี่ต้อยครับ

 

สนธิญาณ : ครับ มาฆบูชานะครับ เป็นวันอันสำคัญยิ่งวันหนึ่งของพระพุทธศาสสนา นั่นก็คือ วันที่มีพระอรหันต์เอหิภิกขุ ซึ่งพระพุทธเจ้าได้บวชด้วยพระองค์เองนะครับ มาร่วมประชุมพร้อมกันในวันเพ็ญมาฆะ เดือน3 เพื่อที่จะรับฟังโอวาทปาฏิโมกข์จากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะครับ หลักใหญ่ใจความนะครับ หลักใหญ่ใจความที่สำคัญเนี่ย ก็คือ พระพุทธเจ้า พระองค์ได้ทรงสอนว่า หัวใจของชาวพุทธทั้งหลาย จะต้องเริ่มต้นด้วยการละเว้นจากบาปทั้งปวง ต้องละเว้นจากบาปทั้งปวงก่อนนะครับ


สนธิญาณ :  จากนั้นจึงหยั่งกุศลให้ถึงพร้อม หรือ หมายถึงทำบุญให้ถึงพร้อม และสุดท้ายก็นำพาไปสู่การชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์ อันนี้เป็นลำดับขั้นตอนที่สำคัญนะครับ  ที่ชาวพุทธเราควรจะได้ตระหนัก เพราะฉะนั้นเราจะเห็นอยู่เรื่อยว่านักการเมืองทุจริตโกงกิน แล้วเอาเงินไปทำบุญ เอาเงินไปทอดกบิน ทอดผ้าป่า สงสัยว่าจะได้บุญกันรึเปล่านะครับ   ชาวพุทธทั้งหลายก็ตั้งข้อสงสัยว่าจะได้บุญกันรึเปล่า กฏแห่งกรรมภายใต้คำสอนของพระพุทธองค์ก็คือ ทำอะไรไปก็ได้สิ่งนั้นมา เพราะฉะนั้นเงินบาท เงินไม่ถูกต้องเอาไปทำบุญ สิ่งที่ได้กลับมา ไม่ได้บุญหรอกครับ  สิ่งที่ได้กลับมามันก็คือบาปที่ทำไปนั่นเอง เพียงแต่จะมาเอาพระ เอาพระเพียงแค่สื่อที่จะนำพาไปสร้างบุญให้ตัวเองไม่น่าจะได้นะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมาทบทวนคำสอนของพระพุทธองค์อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาที่ตอกย้ำว่าต้องละบาปทั้งปวง คืออย่าได้ไปเบียดเบียนใครซะก่อน ก่อนที่จะทำบุญเนี่ยนะครับ ถ้าใจสะอาดไม่เบียดเบียน ทำบุญ บุญก็จะส่งผลต่อเต็มที่ แต่สำคัญที่สุดมีข้อ3 อีก นั่นก็คือจะต้องดำเนินการชำระจิตใจของตัวเองอยู่สม่ำเสมอ ทำไมต้องชำระจิตใจของตัวเองครับ ก็เพราะจิตใจของเราเนี่ย มันจะเกี่ยวพันกับกิเลสทั้งหลายที่เข้ามาวนเวียนเกี่ยวข้อง มายังไงหล่ะครับ ก็ผ่านตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เข้ามาในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ทั้งหลายแล้วก็ปรุงแต่งให้เรา รัก โลภ โกรธ หลง อยากได้นั่นอยากได้นี่ ก่อเวรก่อกรรมสร้างกิเลสไป เห็นมั้ยครับ ลำดับคำสอนที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ต่อพระภิกษุสงค์ซึ่งได้ทรงบวชให้ก็ได้เดินทางมาประชุมกันในวันมาฆบูชาก็ขออนุโมทนาบุญ นะครับ สำหรับ ท่านผู้ชมแฟนข่างทีนิวส์ทุกท่าน ที่ต้องเกริ่นด้วยพลังแห่งบุญในวันสำคัญในวันที่เรามาสร้างสมบุญร่วมกันเนี่ยก็เพราะว่า ประเด็นที่จะพูดต่อไปยังเกี่ยวเนื่องกับเรื่องการเมืองนะครับ คนพูดเองก็ต้องระมัดระวังในวันพระใหญ่เพราะว่า ถ้าพูดพลาดพลั้งเสียหายไป อันนี้ก็บาปเวรก็ตกแก่ตัวเองได้ด้วยเหมือนกัน

 

สนธิญาณ :  เรื่องที่พูดเนี่ยล่อแหลม นั่นก็คือเรื่องของ คุณทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้ออกมาแสดงบทบาทล่าสุดนะครับ คุณทักษิณได้ออกมาให้สัมภาษณ์นะครับ กับเว็บไซต์ของ ดูสิลืมชื่อแล้วครับ

 

สถาพร :  ของ Wall Street Journal

 

สนธิญาณ :  ของ Wall Street Journal

 

สถาพร : แล้วก็ Financial Times ครับ 2 เว็ปไซต์ด้วยกัน

 

สนธิญาณ :  เป็นคำให้สัมภาษณ์ที่ ผมคิดว่าได้แสดงท่าทีและบทบาทอันชัดเจนนะครับว่าคุณทักษิณคิดอะไรอยู่? นะครับ ก่อนหน้านี้ เราจะเห็นแถลงการณ์ 4 ข้อของพรรคเพื่อไทยออกมาแข็งกล้ามากนะครับ ประกาศในการที่จะล้มรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่โดยคณะอาจารร์มีชัยให้ได้และมุ่งเป้าการโจมตีไปที่ คสช. ซึ่งถือว่าเป็นการโจมตีที่มุ่งเน้นไปอย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ที่ก่อให้เกิดปัญหากับประเทศชาติอยู่ในปัจจุบันและจะสร้างความฉิบหายให้กับประเทศชาติ ซึ่งต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายนำพาไปสู่การใคร่ครวญของประชาชนว่าถึงเวลาแล้วจะเลือกในการที่จะยืนยันสนับสนุน คสช. หรือในการที่จะเลือกสนับสนุนพรรคการเมืองสถานการณ์การเมืองมันพาไปถึงจุดนี้เลยครับ


 

สนธิญาณ :  คสช. ก็ประกาศชัดเจนว่านักการเมือง คือ ผู้ที่สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติ ที่ผ่านมาตัวเองก็เข้ามาชำระสะสางพร้อมทั้งจะสร้างอนาคตของประเทศชาติไปอีก 20 ปี ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ที่ได้ตระเตรียมเอาไว้ แล้วจะไปผูกกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยเพื่อที่จะให้ทิศทางกาสรพัฒนาประเทศเนี่ยไม่ให้นักการเมืองลากจูงไปในทางที่สเปะสปะหรือไปในทางที่เสียหาย ฟากฝั่งพรรคเพื่อไทยก็บอกว่าวิธีการทำแบบนี้มันเป็นวิธีการที่จะสืบทอดอำนาจของ คสช. ไม่ให้เกียรติ ไม่ให้ความเคารพตอ่การตัดสินใจของประชาชนที่เลือกนักการเมืองมาบริหารประเทศ เพราะฉะนั้นเนี่ย ต้องให้ประชาชนตัดสินใจเอา  ว่าจะต้องทำอย่างไร ซึ่งผมคิดว่าการจะตัดสินใจ ประชาชนที่ตัดสินใจแสดงให้เห็นเนี่ย คสช. ไม่ได้ไปลงเลือกตั้งด้วย ถานึกมั้ยครับ

 

สถาพร : ใช่ครับ

สนธิญาณ :  เพราะฉะนั้นก็ต้องแสดงกันตอนเนี้ยแหละครับ ตอนที่จะลงประชามติเนี่ย ถ้าหมายความว่าประชาชนมาลงประชามติกันอย่างท่วมท้น ในการสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นั่นก็เท่ากับเป็นการปฏิเสธแนวทางของนักการเมือง ผมเรียนย้ำนะครับว่าต้องแสดงประชามติกันให้เห็นอย่างท่วมท้น เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ที่ชนะเนี่ยนะก็ยังดูว่าอาจจะมาพูดได้ ชนะ 5 แสนคะแนน ชนะไป 1 ล้านคะแนนเนี่ยมันพูดได้ ว่าโอีะ! เนี่ยมาใช้นักศึกษาวิชาทหารเคลื่อนไหว ใช้กลไก ใช้อำนาจรัฐ ใช้อย่างโน้นอย่างนี้ แต่ถ้าชนะเป็น 4-5 ล้านคะแนนเสียงเนี่ยนะ สถานการณ์จะเปลี่ยนไป คุณทักษิณเองนะครับ ที่ออกมาแสดงความเห็น ให้สัมภาษณ์เนี่ยนะครับ ก็ผมคิดว่า การขายเสียงต้องเป็นไปตามที่พรรคเพื่อไทยได้นำเสนอปไปแล้วนะครับ ประเด็นที่ผมอยากหยิบยกมาให้เห็นเนี่ย คุณทักษิณได้ตอกย้ำคำพูดที่เอาประโยคให้ชัดเจนแบบนี้นะ คุณทักษิณบอกว่า ผมเงียบมาพักหนึ่งแล้ว แปลว่าไงครับถา

 

สถาพร : ก็คือไม่ได้พูด คืออยู่นิ่งๆมาพักหนึ่งแล้ว

 

สนธิญาณ :  อ่า นี่ผมอยู่นิ่งๆมาพักหนึ่งแล้วนะ ปล่อยให้พวกคุณทำไป ถูกมั้ย? ในความหมายมันแบบนี้ เพระฉะนั้นวันนี้ผมจะพูดเลย มันแปลความหมายเป็นแบบนี้ว่า ผมเงียบมาแล้วนะ ผมได้เสนอทั้งการพูดคุยและการหารือเพราะตอนนี้ผมพร้อมแล้ว ประเด็นนี้แหละครับที่ผมคิดว่าเป็นประเด็นอันสำคัญนะครับ เพราะก่อนที่จะมีประโยคว่า ผมได้เสนอทั้งการพูดคุยและการหารือก็เพราะตอนนี้ผมพร้อมแล้วเนี่ย คุณทักษิณก็ได้พูดอารัมภบทอย่างมากมายว่า บ้านเมืองเกิดการเสียหายขึ้น เพราะ คสช. ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาที่จะทำให้ประชาชนนะครับ จะต้องได้รับผลกระทบกับรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น แต่ก็ได้เรียกว่าอะไรนะ เปิดช่อง อย่าระแวงกันเลย ไม่ต้องกลัวหรอกว่าผมจะกลับไปมองหาทางแก้แค้น ผมไม่ได้มองหาเงื่อนไขใดที่จะช่วยตัวผมเอง แต่ถ้าหากคุณมีเจตนาดีจริงๆที่จะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ถ้าหากคุณต้องการคืนศักดิ์ศรีให้ประชาชนแล้วก็มาพูดจากัน


สนธิญาณ :  นะ ย้ำนะ ผมย้ำนะ ว่าวันนี้คุณทักษิณเสนอการพูดจา เสนอการพูดจา นอกเหนือจากการเสนอการพูดจาเนี่ยนะครับ คุณทักษิณได้ตบท้ายในการพูดการให้สัมภาษณ์เนี่ยนะครับถึงเรื่องน้องสาว ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาจากการที่ตัวเองเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วก่อนโยบายที่ก่อความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ ตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ติดตาม ไม่ได้ควบคุม เจอคดีอาญาไป 157 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่มีโอกาสติดคุกสูงยิ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาล แต่เรื่องที่เกิดขึ้นแน่ๆ ชี้ขาดออกมาแล้วก็คือ ความผิดในทางละเมิดซึ่งจะต้องถูกเรียกค่าเสียหาย  โดนไปสัก 5 พันล้าน หมื่นล้านเนี่ย ก็อ่วมแล้วครับ


สนธิญาณ :  ไม่ต้องเป็นแสนๆล้านอย่างคุณยิ่งลักษณ์ทำให้ประเทศชาติเกิดความเสียหายหรอก คุณทักษิณก็จึงตบท้ายในเรื่องนี้ว่า เป็นสิ่งที่คุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้ทำผิด เกิดถูกกระบวนการของการกลั่นแกล้ง มาเจรจากัน มาเจรจากัน มาเจรจากัน ย้ำ มันจะเป็นไปได้มั้ย เป็นไปได้มั้ยครับถา

 

สถาพร :  เป็นไปไม่ได้เลยครับ  เพราะว่าตอนนี้เนี่ย คือ ชัดเจนฮะ คสช. ก็ไม่เอาด้วยอ่ะครับฮะ

 

สนธิญาณ : ไปทวนให้ฟังเลย ว่าก่อนหน้านี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เนี่ยพูดยังไง ผมไม่พูดเจรจากับคนที่ทำผิดกฏหมาย จบมั้ย

 

สถาพร :  จบแล้วฮะ

 

สนธิญาณ :  จบแล้ว

 

สถาพร :   คือปิดประตูตายมาตั้งนานแล้วฮะ

 

สนธิญาณ : ถ้อยคำวาจาที่ พลเอกประยุทธ์พูดว่า ผมไม่เจรจากับคนที่ทำผิดกฏหมายเนี่ยมันปิดประตูตายการเจรจาแล้ว มันปิดประตูตายการเจรจาแล้ว เพราะความหมายที่ทักษิณพยายามจะนำเสนอบอกว่า มาพูดกัน มาพูดกัน ก็ดูว่ายังจะเป็นฝันลมๆแล้งๆ เมื่อเป็นฝันลมๆแล้งๆ เป็นทบทวนคำพูดที่บอก ผมเงียบมานานแล้ว มันแปลว่าอะไร มันแปลว่าศึกกำลังจะเกิด สงครามจะเกิดอีกครั้งหนึ่ง


สนธิญาณ :  เพียงแต่จะนำพาไปสู่รูปแบบไหนนะครับ ประมาทไม่ได้ จะต้องจับตากันอย่างใกล้ชิด นี่พยายามพูดใคร่ครวญวิคราะห์นะครับ อย่างรัดกุมมากวันนี้ รัดกุมเนี่ยไม่ได้กลัวว่า ใครจะมาทำอะไรนะครับ เหมือนได้เรียนไว้ว่า วันนี้เป็นวันมาฆบูชา เป็นวันพระใหญ่ครับ ทั่วๆไปของพวกเรา ชาวพุทธทั้งหลายก็ต้องรักษาศีล ถวายทาน ปฏิบัติธรรม ภาวนานะครับ ก็ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านนะครับ บุญใดๆที่ผมได้กระทำก่อนหน้านี้และที่กระทำในวันนี้และจะกระทำต่อไป ขอให้บุญทั้งหลายส่งผลให้ประเทศชาตินำพาไปสู่ความสงบและขอให้ท่านผู้ฟัง แฟนข่าวทีนิวส์และประชาชนคนไทยทุกคนได้มีส่วนได้รับผลบุญส่วนกุศลนี้ด้วยเทอญ ทุกท่าน ทุกประการครับ

 

สถาพร :  สาธุครับพี่ต้อยครับ

 

สนธิญาณ :  สวัสดีครับ

 

สถาพร :  ครับ สวัสดีครับ ก็ขออนุโมทนาบุญกับแฟนรายการทุกๆท่านนะครับ กับท่านผู้ชมทุกๆคนนะครับ ก็ชัดเจนนะครับในการที่พี่ต้อยนั้นถอดรหัสเกี่ยวกับคุณทักษิณ ชินวัตร นะครับบกว่าก่อนหน้านี้เงียบมานานแต่วันนี้พร้อมแล้วนะ พร้อมแล้ว คำว่าพร้อมแล้วตรงนี้ก็สามารถตีความหมาย แปลความได้ในหลายๆด้าน ในหลายๆมิติด้วยกัน แต่สิ่งที่น่าสนใจคงต้องติดตามดูหลังจากนี้ว่าจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรกันต่อไป ช่วงนี้ไปพักกันก่อนสักครู่ ช่วงหน้า มาติดตามข่างอื่นๆกันต่อครับ