- 23 ก.พ. 2559
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สนธิญาณ : สวัสดีครับถาครับ สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ครับ
สถาพร : วันนี้มีเรื่องราวที่หน้าสนใจมานำเสนอให้ท่านผู้ชมได้รับทราบกันครับ พี่ต้อยครับ
สนธิญาณ : เรื่องยุทธศาสตร์ชาตินี้ละครับ หน้าจะกลายมาเป็นประเด็นและปัญหาหลักอย่างหนึ่ง
สถาพร : เพราะอะไรครับพี่ต้อยครับ
สนธิญาณ : ของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เพราะอะไร ก็เพราะตอนนี้ทุกกระแสเสียงฟากฝั่งนักการเมืองโดยเฉพาะของคุณทักษิณ ชินวัตรนะครับต้องเรียกว่าพุงเป้ามาเรื่องนี้เลย ที่นี้ประเด็นสำคัญที่จะต้องมาพิจารณากันในขณะนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เรียกว่าเป็นฉบับเกือบสุดท้ายหรือจะสุดท้ายก็ไม่แน่ของ คสช. ใครจะร่างตามแต่ต้องถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นของ คสช. ที่นี้ คสช. ตอนยึดอำนาจเข้ามามีคนเขาถามอยู่เรื่อยว่าจะเสียของเหมือนกับ คมช. ไหม คสช.กับ คมช. คนละคณะกันนะครับ คมช. คือคณะของ พล.อ. สนธิ นะครับซึ่งได้ยึดอำนาจครั้งก่อน คสช. ก็คือคระของ พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งได้ยึดในครั้งนี้ คมช. ที่บอกว่าเสียของในตอนนั้นก็เพราะเข้ามายึดอำนาจเสร็จ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะ คมช. ก็ประกาศแผนในการที่จะดำเนินการขจัดระบอบทักษิณ ตอนที่ พล.อ. สนธิ ประกาศแผนจะขจัดระบอบทักษิณ มันก็ทำให้เห็นว่า คมช. มีเป้าหมายเฉพาะคือไปมุงที่ตัวระบอบทักษิณ ซึ่งไปคิดว่าระบอบทักษิณเป็นปัญหาของประเทศ อยากจะไปแก้ไขปัญหาของประเทศก็ไปจัดการระบอบทักษิณก่อน แต่ในทางภาคปฏิบัติปรากฏว่าไม่ได้มีกระบวนการ การทำงานอย่างไรรองรับ ระหว่าที่ คมช. ยึดอำนาจเสร็จก็โยนอำนาจไปให้รัฐบาลชั่วคราว ทำให้รัฐบาลในขณะนั้นมีอำนาจเหมือน คมส. ออกสะด้วยซ้ำไป ท้ายที่สุดหัวหน้าคณะ คมช. ต้องมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงฝ่ายรัฐบาล และรัฐบาลที่รักษาที่อยู่มา 1 ปี พยายามจะจัดการเลือกตั้งผลักดันให้เกิดไอ้สิ่งที่ประชาธิปไตยตามความหมายตะวันตก เพื่อให้เกิดความยอมรับ จากตะวันตกก็ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยชนะ ไม่ได้หมายความว่า พล.อ. ประยุทธ์มาแล้วจะทำให้พรรคเพื่อไทยชนะไม่ได้นะครับ แต่ความหมายที่เกิดขึ้นและเรื่องราวก็กลับเข้าสู่รอยเดิมจนเกิดการชุมนุมประท้วงกันตามที่เราได้รับทราบสถานการณ์แล้วว่าอะไรเป็นอะไรนะครับ ที่นี้มาดู พล.อ. ประยุทธ์เข้ามาถูกจับตาจะเสียของไหมสิ่งแรกที่ พล.อ. ประยุทธ์เข้ามาแล้วก็ทำให้โดนใจผู้คน เราจะเห็นจังหวะและลีลาในการทำงานกันอย่างชัดเจน ปัญหา ที่เป็นปัญหาพื้นฐานทั่วไปของประเทศและประชาชนพล.อ. ประยุทธ์ เข้ามาดำเนินการ จัดการทันทีนะ ปัญหาวินมอเตอร์ไซด์ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหาการบุกรุกป่า จนเป็นที่ฮือฮา รัฐบาลก็ได้กระแสรองรับมา เหมือนกับเรื่องเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นนึกออกไหมครับ ดำเนินการสะ
2 นะครับเราจะเห็นว่านับตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ร่างหรอกครับถ้าเรากลับไปดูรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 57 ซึ่งไม่ได้ร่างให้เห็นประกาศใช้มาจะมีกรอบของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้ ผมย้ำนะครับเขาจะมีกรอบไว้ชัดเจนมีการตั้งคณะปฏิรูปขึ้นมาสิ่งที่สะท้อน ออกมาผ่านรัฐธรรมนูญปี 57 ก็คือ ความคิดอย่างเป็นระบบของ พล.อ. ประยุทธ์และคณะ คสช. ว่าได้มองเรื่องราวของประเทศในแง่ระยะยาวเอาไว้แล้วจึงได้กำหนดกรอบรัฐธรรมนูญเป็นแบบนี้ กรอบรัฐธรรมนูญในการกำหนดเบื้องต้นทุกคนคิดว่าดูเพื่อจะคลี่คลายปัญหาต่างๆ ที่เกิดมาโดยเฉพาะปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นนึกออกไหมครับ เรื่องเดินมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ ประกาศจัดตั้ง ไม่ใช่จัดตั้ง ตั้ง พล.อ.วิลาศ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานคณะกรรมการร่างยุทศาสตร์ ตอนนั้นถ้าจำได้ผมจะบอกให้จับตายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่ พล.อ. ประยุทธ์จะร่างแผนนี้จะเป็นเรื่องราวที่กำหนดสถานการณ์ของประเทศต่อไปในวันข้างหน้า ถามว่าความเห็นส่วนตัวผมเป็นอย่างไร ความเห็นส่วนตัวผมไม่ใช่ในฐานะที่อวย หรือเชียร์ พล.อ. ประยุทธ์ มาโดยตลอดหรอกครับ ในแง่หลักการประเทศชาติต้องมียุทธศาสตร์ การกำหนดยุทธศาสตร์ของชาติเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นเพราะอะไรครับ เพราะที่ผ่านมาเราไม่มียุทธศาสตร์ชาติเรามีแต่นโยบายของนักการเมือง นโยบายของพรรคการเมืองที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน แล้วเราเห็นอะไรครับ สิ่งที่เราได้เห็นก็คือความมักง่ายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในการกำหนดนโยบายประชานิยมต่างๆ ขึ้นมาจนประเทศเกิดความหายนะ หนักละครับมาจากพรรคเพื่อไทย นับตั้งแต่เกิดรัฐบาลของพรรคไทยรักไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา และเมื่อว่าดูในโซนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คิดเรื่องราวอะไรใหม่กว่าพรรคเพื่อไทย ก็เอานโยบายประชานิยมของพรรคเพื่อไทยมาขยายความเพื่อเป็นนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ สะบางส่วนด้วยซ้ำไป เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันแล้วเราจึงเห็นอะไรในประเทศชาติเราที่ผ่านมา เรามาดูข้อเท็จจริงครับ ดูไปที่ละข้อเท็จจริง 1 . เกิดนโยบายที่ผมยกตัวอย่างเอาเห็นที่พึ่งเห็นโครงการรับจำนำข้าวนึกออกไหมครับ โครงการรับจำนำข้าวความเสียหายมันไม่ได้เกิดเฉพาะเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือเงินที่เสียหายไปหรอกครับ ในแง่ข้อเท็จจริงมันเข้าไปทำลายระบบข้าว ระบบการผลิตข้าวของประเทศไทยที่สืบทอดยาวนานมา เป็นพันปี พูดเกินเลยไหม ไม่เกินเลยหรอกครับ คนหันมาปลูกข้าวกัน เพราะข้าวต้นทุ่น 9 บาทรัฐรับจำนำทุกเม็ด 15,000 ยังไงก็ปลูกทำไงละพันธุ์ข้าวที่เป็นพันธุ์อย่างดีก็ไม่ปลูกมาปลูกข้าวเร่งเร็วโตเร็วเพื่อให้ได้หมื่นห้า ทำลายระบบการผลิตลงเมื่อทำลายการผลิตลงเร่งปุ๋ยเร่งยาไปเพื่อให้ได้ข้าวมากที่สุดจะเป็นข้าวลีบ ข้าวแย่ ข้าวอะไรไม่ดียังไงไม่สนใจเพราะได้หมื่นห้า ระบบการผลิตพังนี้คือผลที่เกิดขึ้นนะครับ นาข้าว บางนาที่เคยปลูกข้าวหมอมะลิอย่างดี แต่ไปเปลี่ยน ปรับเปลี่ยนเดินเข้าสู่แบบที่เราเรียกว่า ฟาสต์ฟู้ด อะไรที่ได้มาเร็วๆ นึกออกไหมครับนี้คือสิ่งที่สร้างขึ้นวันนี้ระบบการผลิตข้าวมีปัญหา ย้อยรอยไปปี 2546 พรรคเพื่อไทยรณรงค์ให้มีการปลูกยางกันทั่วประเทศนึกออกไหมครับ ยางเพิ่มขึ้นเป็น 100 % ทุกวันนี้เป็นไงครับ
สถาพร : ส่งผลกระทบกับชาวสวนยางแบบเดือดร้อนกันทั้งประเทศละครับ
สนธิญาณ : มันไม่ใช้ราคาต่ำที่เราเห็นอย่างเดียว เพราะปริมาณยางที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่เรารณรงค์ให้มีการปปลูกยาง มาเลเซียรณรงค์ให้มีการโค่นยางไปปลูกปาล์มแทนนึกออกไหมครับ นั้นเขาคิดแบบมียุทธศาสตร์บ้านเมือง ที่ผลเรียนมันไม่ใช้ว่ายางมันท่วมท้นตลาดหรอกครับมันปรากฏว่า ได้มีการเอานาข้าวไปปลูกยาง ดูเหมือนพืชเกษตรเหมือนกันนะ แต่มันไม่เหมือนกันหรอกครับ ไม่เหมือนกันอย่างไรยามเกิดสงครามเกิดมีปัญหา นาข้าวเริ่มสุกข้าวเลยได้กินได้นึกออกไหมครับ แต่เกษตรยางใครจะเอายางไปกินมันกินได้สะเมื่อไร นี้คือยกตัวอย่างคือสิ่งที่ทำไม่มียุทธศาสตร์ทำไหมกำหนดการปลูกยางขึ้นก็เพราะว่าต้องกาทุจริตในการค้าขายพันธุ์ยางส่งเสริมบริษัทที่สนับสนุนการเลือกตั้งให้เกิดการค้าขายพันธุ์ยางนี้ละครับนโยบายมักง่ายนโยบายประชานิยมผู้คนก็ฮือฮาเอาตามไปดูเพราะการเงินก็ลอยมาข้างหน้าเอาอีก ลองดู รู้ระบบการศึกษาของไทย แท็บเล็ต นโยบายดันเขาลงไปทุกวัน ระบบการศึกษาไทยล้มเหลวไหมครับ
สถาพร : ล้มเหลวอย่างยิ่งครับ
สนธิญาณ : อย่างยิ่ง จบมาปริญญาตรียังอ่านหนังสื่อไม่ได้ คุณได้สถิติการจบมากมายไม่มีคุณภาพ ทำงานทำการก็ไม่เป็นอันนี้ในแง่ความจริงในฐานะเจ้าของบริษัท มีพนักงานทำงานอยู่บริษัท 2-3 ร้อยคน กว่าจะคัดเฟ้นหาคนที่มีคุณภาพได้ เหนื่อยยากเลือดตาแทบกระเด็นนี้ผมยกตัวอย่าง ที่นี้พวกนี้ก็จะตั้งคำถามกันโดยตลอด ไอ้แบบนี้นะทำไปมันตัดสิทธิ์รัฐบาลพรรคที่มาจากประชาชน มาดุต่อในสิ่งที่เกิดขึ้นและจะเกิดขึ้นต่อไปสังคมไทยในปัจจุบันย้ำนะครับ ไม่ใช่สังคมแห่งความไม่ฉลาดในโลกของกาสรสื่อสารประชาชนมีความฉลาดการที่แยกแยะ เขารู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก อะไรดีแล้วเราก็ต้องมาดูว่ายุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดออกมา มันจะไปสู่ทิศทางไหนยกตัวอย่างแบบนี้นักการเมืองบางคน วิชาการบางคนมาร่างแผนล่วงหน้า 20 ปีจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรจะเกิดขึ้นสถานการณ์จะปรับเปลี่ยนไปหรือแก้ไม่ได้เพราะ ต้องบอกแบบนี้ทิศทางของโลกนี้นะครับ ทิศทางของประเทศมันเห็นตลอดเวลาว่าจะเป็นยังไงถ้าคิดเรื่องทิศทางเหล่านี้ไม่เป็นไม่ต้องมาเล่นการเมืองไม่ต้องคิดอาสาตัวมาบริหารประเทศ เพราะอะไรครับ เพราะทิศทางของประเทศและโลกมันจะเคลื่อนตัวไปตามปริมาณของคนคือจะต้องเขาคนมาเป็นตัวตั้ง เพราะเราจะทำอะไรต่างๆ ก็ตามแต่ ต้องนำไปสู่ประโยชน์สุขของคนนึกออกไหมครับ ทีนี้ปริมาณของคนมันจะเป็นตัวชี้วัตรวิชาประชากรศาสตร์มันคำนวณได้ไหม
สถาพร : คำนวณได้ครับ
สนธิญาณ : คำนวณได้ปัญหาหลักของมนุษย์มันมาจากอะไรครับ ถึงจะวัดว่าเป็นปัญหาของเขาคือปัญหาการขาดแคลนปัจจัย 4 ครับย้ำนะ ไม่ใช่ปัญหาการขาดแคลนเงิน ไม่ใช่ปัญหาการขาดแคลนเทคโนโลยี ปัจจัย 4 คืออะไร อาหาร ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า ยารักษาโรค ถ้าขาด 4 อย่างนี้ชีวิตมนุษย์มีปัญหาไหมครับ
สถาพร : มีครับ
สนธิญาณ : มีปัญหาแต่ถ้าเราไม่มี เทคโนโลยีสื่อสาร ไม่มีไฟฟ้ามีปัญหาไหม
สถาพร : ก็มีปัญหาเหมือนกันแต่ไม่ถึงกับตาย
สนธิญาณ : แต่มันไม่ใช่ปัญหาที่กระทบต่อชีวิตมนุษย์ที่ทำให้ตายแบบถาว่า เพราะชีวิตผมอยู่ว่าจนอายุ 20 ปีก็ไม่มีไฟฟ้าคืออยู่บ้านนอกนะครับ เขาก็อยู่กันไม่สะดวกสบายไม่มีโทรศัพท์มือถือแต่มันไม่ตาย แล้วผมพูดว่าไรเฮ้ยเราจะถอยหลังพาประเทศไปแบบนั้นไม่ใช้สิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 20 ปีข้างหน้าประชากรโลกจะไปเหยียบๆ หมื่นล้าน ถ้าประชากรโลกไปเหยียบๆ หมื่นล้านจะเกิดอะไรขึ้นครับ
สถาพร : ความต้องการด้านปัจจัย 4 มากขึ้นครับ
สนธิญาณ : อย่างมากมายมหาศาล ประเทศไทยสิ่งที่เราไม่ได้กำหนดยุทธศาสตร์ วันนี้ประเทศไทยกลายเป็นสังคมของผู้สูงอายุยุคเบบี้บูม ประเทศไทยอยู่ในช่วงภาวะการถดถอยของประชากร อัตราการเติบโตประชากรเราจะน้อยลง เราจะต้องจัดระดับความสมดุลเหล่านี้ให้เกิดขึ้นไหมครับ ต้องจัดความสัมพันธ์ ระหว่าเรากับโลกในขณะที่ประเทศเรามีความอุดมสมบรูณ์บนพื้นที่ในการเพาะปลูก การสร้างอาหารงั้นเราจำเป้จะต้องปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อไปลองรับปัจจัย 4 ไหมหน้าจะควรจะทำเราต้องจัดการคมนาคมให้ไปรองรับแบบนั้นไหมควรจะ ควรจะทำ เราควรจะต้องจัดระบบการเกษตร การบริหารจัดการน้ำ ถ้าสรุปว่าอย่างนี้ควรมีแผนไหม ควรมีไหมครับถา
สถาพร : ควรมีครับ
สนธิญาณ : ถ้าว่านักการเมืองก่อนหน้านี้ทำไหมไม่มา ไม่เสนอก็เพราะว่าคุณคิดแต่เรื่องเฉพาะหน้าในการที่จะหาเสียง สร้างนโยบายที่เป็นนโยบายที่จะทำให้การคอร์รัปชั่นในเชิงนโยบายขึ้น ผมสรุปเลยวันนี้นะครับ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติมันก็นำไปสู่เรื่องประชามติในรัฐธรรมนูญ เพราะมันเกี่ยวพันธ์กับรัฐธรรมนูญ คสช. นะครับวันนี้ว่ากันให้ชัดรัฐนักการเมืองก็คล่ำรัฐธรรมนูญสนับสนุนแนวทางของ คสช. ก็มีประชามติรัฐธรรมนูญผมว่าเอาให้ชัดแบบนี้เลยวันนี้นะครับ มาดูกันว่าประชาชนเชื่อมั่นนักการเมือง หรือเชื่อมั่น คสช. เชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์มากว่ากัน สิ่งที่จะทำในยุทธศาสตร์ชาติที่บอกมีการสืบทอดอำนาจอย่างโน้นอย่างนี้มันเป็นการสืบทอดอำนาจในแง่ตัวบุคคลหรือว่ามันให้มีกรอบของการทำงานเพื่อประเทศชาติและให้ลดการที่จะทุจริตการ
โกงของนักการเมืองลง ชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไรต้องติดตามกันต่อครับ ขอบคุณครับ!!
