ฝันกลางวัน !! ทีนิวส์งัดข้อกฎหมายสู้! ปลุก "ทักษิณ" เลิกเพ้อ! หลังฟุ้งสื่อนอกไม่หยุด "กลับไทยจะไม่ติดคุก" !?

ฝันกลางวัน !! ทีนิวส์งัดข้อกฎหมายสู้! ปลุก "ทักษิณ" เลิกเพ้อ! หลังฟุ้งสื่อนอกไม่หยุด "กลับไทยจะไม่ติดคุก" !?

คำถามที่ว่าเพราะเหตุใดนายทักษิณ ชินวัตร ถึงออกมาเคลื่อนไหว จนเป็นที่ผิดสังเกตด้วยการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศถึง 4 สำนักแบบต่อเนื่องนั้น กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถูกแยกออกมาเป็น 4 เรื่องดังต่อไปนี้

1.เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะมีกลไกควบคุมการใช้อำนาจของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
2.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเป็นข้อผูกมัดให้ทุกรัฐบาลต้องปฎิบัติ
3.คดีรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
4.คดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทยของนายพานทองแท้ ชินวัตร

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากเรื่องใด แต่หากมองไปที่วัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายการต่อสู้ของนายทักษิณกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ก็เพื่อให้ได้กลับประเทศแบบไร้มณทิล ตามที่ได้ระบุเอาไว้กับรอยเตอร์ดังนี้

นายทักษิณให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ตอนหนึ่งว่า "พวกเขาบอกว่าไม่พูดกับผม เพราะผมมีคดีติดตัว แต่การก่อรัฐประหารเป็นอาชญากรรมที่ใหญ่กว่าอีก"

เชื่อว่าสักวันหนึ่งจะได้กลับเมืองไทย แต่จะไม่ยอมกลับไปเพื่อถูกดำเนินคดีหรือถูกกักบริเวณในบ้าน เพราะเคยถูกลอบสังหารมาแล้วหลายครั้ง
         
"ผมมั่นใจว่าจะได้กลับไป ผมไม่ใช่คนเลวอย่างที่คนกล่าวหาว่าผมเป็น"

ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายไทยทุกฉบับในปัจจุบัน ความต้องการที่ว่านั้นของนายทักษิณไม่มีความเป็นไปได้เพราะมีคดีความติดตัวอยู่เป็นจำนวนมาก

โดยตามกระบวนการเมื่อเดินทางถึงไทย จะต้องถูกควบคุมตัวไปที่เรือนจำ เข้าสู่การพิจารณา หรือรับฟังคำพิพากษาอีกหลายคดี

ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ก็ได้ยำถึงเรื่องนี้เอาไว้อย่างชัดเจนว่า ไม่ได้มองจุดประสงค์อะไรการออกมาเคลื่อนไหว ของนายทักษิณ แต่ทุกอย่างต้องพูดด้วยกฎหมายและเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก มีจำเลยคือ นายทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาให้จำคุก นายทักษิณ เป็นเวลา 2 ปี ฐานกระทำผิดกฎหมายของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาตรา 100 โดยออกหมายจับ นายทักษิณไว้ และได้ให้ยกฟ้องคุณหญิงพจมาน

ส่วนคดีที่อยู่ในชั้นพิจารณาและรอฟังคำพิพากษา ยกตัวอย่างเช่น
1.คดีปล่อยกู้ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้สินเชื่อกลุ่ม บมจ.กฤษดามหานคร

2.คดีทำความผิดกรณีใช้อำนาจหน้าที่ทางการเมืองขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทชินคอร์ป ผู้ประกอบการธุรกิจโทรคมนาคมผ่านการแปลงสัญญาสัมปทานธุรกิจโทรคมนาคม

3. คดีปล่อยเงินกู้ของเอ็กซิมแบงก์ หรือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

4. คดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือคดีซุกหุ้นชินคอร์ป

5.คดีทุจริตโครงการออกสลากเลขท้ายพิเศษ 2 ตัว 3 ตัว หรือหวยบนดิน

โดยคดีเหล่านี้ ศาลได้จำหน่ายออกจากสารบบเป็นการชั่วคราว ซึ่งวิธีการนี้มีคำอธิบายตามกระบวนของศาลได้ดังนี้

การจำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราวมี 2 กรณีคือ กรณีที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติให้กระทำได้โดยชัดแจ้งและกรณีที่ไม่มี

กฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้โดยชัดแจ้งกรณีกฎหมายให้อำนาจจำหน่ายคดีออกจากสารบบความไว้โดยชัดแจ้ง

คือ ในคดีที่มีจำเลยหลายคนและจำเลยบางคนรับสารภาพ เมื่อศาลเห็นสมควรจะสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ปฏิเสธเพื่อให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ปฏิเสธนั้นเป็นคดีใหม่ภายในเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 176 วรรคสอง หรือจะไปเป็นตามหลักแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 14 ในกรณีที่จำเลยวิกลจริตไม่สามารถต่อสู้คดีได้เมื่อได้รับคำยืนยันจากแพทย์ว่าจำเลยวิกลจริตจริงถ้าศาลเห็นสมควรจะจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความก็ได้ โดยเมื่อจำเลยได้รับการรักษาจนสามารถต่อสู้คดีได้แล้วให้โจทก์แถลงเพื่อยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปได้ ถ้าโจทก์ไม่แถลงศาลเรียกแพทย์ผู้ตรวจจำเลยมาแถลงและกำหนดวันนัดพิจารณาได้(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 496/2536)   

กรณีที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้โดยชัดแจ้ง
คือ กรณีที่ศาลเห็นว่าคดีดังกล่าวไม่สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไปได้และจะทำให้คดีค้างอยู่ในสารบบความของศาลโดยใช่เหตุ จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว เช่น คดีที่จำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้วหลบหนี ถ้าศาลเห็นสมควรจะจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความก็ได้ เมื่อจับจำเลยได้แล้วหากยังอยู่ภายในอายุความให้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป

เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาจากกระบวนการที่เป็นอยู่ โอกาสที่นายทักษิณจะกลับประเทศไทยโดยไม่ต้องรับผิดใดๆ จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นั่นเอง