- 27 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
เริ่มต้นกันที่ประเด็นที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ก็คือเรื่องของการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ล่าสุดก็มีการวิพากษ์วิจารณ์และก็มีผู้ที่ออกมาต้านรวมถึงสนับสนุนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ ช่วง วรปุญฺโญ เจ้าอาวาส วัดปากน้ำภาษีเจริญ
ในโลกออนไลน์ได้รณรงค์เปลี่ยนรูปประจำตัวเป็นรูปที่ระบุข้อความ "คัดค้านตัวแทนธรรมกายขึ้นเป็นสังฆราช" เป็นเวลา 1 อาทิตย์ โดยระบุว่า เพื่อคัดค้าน สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคมโดยสมณศักดิ์ และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (พระอารามหลวง) เป็นพระสังฆราช
ทั้งนี้ ผู้ที่ออกมาคัดค้าน เนื่องจาก สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม กับแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช หรือไม่ เนื่องจากมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับ หลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย รวมถึงกรณีการครอบครองรถยนต์หรู ซึ่งมองว่าไม่มีความเหมาะสม
โดยในประเด็นการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช นี้ทางพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิดโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาเปิดเผยแล้วว่าไม่มีแนวคิดในเรื่องการทำประชาพิจารณ์การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีแนวคิดเรื่องการทำประชาพิจารณ์ เพื่อถามความเห็นกรณีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช พร้อมย้ำว่า การแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าว จะต้องยึดตามข้อกฎหมายเป็นหลัก ทั้ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ข้อกฎหมายปกติ หรือพระธรรมวินัย ไม่สามารถเอาความรู้สึกนึกคิด หรืออคติส่วนตัวมาตัดสินได้
ทั้งนี้ พล.ต.สรรเสริญ ยังกล่าวว่า รัฐบาลสนับสนุนให้คณะสงฆ์ พูดคุยเพื่อหาทางยุติความขัดแย้ง บนเงื่อนไขที่ต้องไม่สร้างความขัดแย้ง และเป็นที่ยอมรับภายใต้ข้อกฎหมาย
ส่วนกรณีหากประพฤติผิดวินัยสงฆ์แล้ว จะขาดจากความเป็นพระหรือไม่นั้น พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องไปพิจารณากันตามหลักฐานและข้อเท็จจริง
อย่างไรก็ตามโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่าไม่ว่าบุคคลใดในประเทศนี้หากทำผิดกฎหมาย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม
เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับหลักของการทำประชาพิจารณ์ ทางสำนักของทีนิวส์ก็ได้นำรายละเอียดมาเสนอให้คุณผู้ชมได้รับทราบ
ประชาพิจารณ์ (Public Hearing) หมายถึง การแสดงความคิดเห็นของประชาชนต่อประเด็นปัญหาใดปัญหาหนึ่ง โดยการจัดทำประชาพิจารณ์นี้อาจกระทำโดยหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้เพื่อที่จะรับฟังความเห็นของประชาชน ในกรณีที่ประชาชนเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น ประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในชุมชน หรือประเด็นผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากโครงการของรัฐ เป็นต้น
ขณะที่ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะโดยวิธีประชาพิจารณ์ พ.ศ.2539 ระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐและประชาชน รวมตลอดทั้งเป็นแนวทางในการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการโครงการของรัฐอย่างกว้างขวาง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๘) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดก็น่าจะสามารถบ่งบอกได้เลยว่าการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชนั้นจะยังไม่เสร็จสิ้น ตราบใดที่คดีรถหรูของสมเด็จช่วงยังไม่มีข้อสรุป
และจากกรณีที่เกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับการเสนอรายชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จึงได้ทำหนังสือรวบรวมข้อมูลของฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายคัดค้าน เพื่อให้รัฐบาลใช้ประกอบในการพิจารณา ซึ่ง พศ.ได้รวบรวม และตอบคำถามต่างๆ โดยเตรียมส่งหนังสือดังกล่าวกลับไปแล้ว
1. ความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับการเสนอนามพระนามสมเด็จพระสังฆราช
1.1 ฝ่ายสนับสนุนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
1.1.1 กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ทั้งหมด โดยเฉพาะผู้นำเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ต่อที่ประชุม มส.คือ สมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต วัดบวรนิเวศวิหาร
1.1.2 คณะสงฆ์โดยภาพรวมทั้งประเทศ ทั้งฝ่ายธรรมยุต และมหานิกาย ซึ่งมีข้อสังเกตคือ ในที่ประชุมการอบรมพระอุปัชฌาย์ ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่จากทั่วประเทศประมาณ 280 รูป ที่วัดสามพระยา มีผู้เสนอขอพักการอบรมชั่วคราวเพื่อไปร่วมชุมนุม แต่ผู้แทน มส.ไม่อนุญาต และขอร้องว่าเมื่อท่านรัฐมนตรีมาบรรยายพิเศษ ขออย่าถามประเด็นละเอียดอ่อนเหล่านี้
1.1.3 เครือข่ายองค์กรชาวพุทธเกือบทั้งหมด โดยมีศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนาเป็นแกนนำ
1.1.4 มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) โดย มจร. นำโดยพระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มจร. ได้นัดรวมตัวคณะสงฆ์ และพุทธบริษัท เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 ที่พุทธมณฑล และการให้สัมภาษณ์สื่อ ส่วน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เริ่มออกมาเคลื่อนไหวครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 โดยจัดเสวนาเชิงวิชาการ เฉพาะพระสงฆ์สายธรรมยุตนิกายล้วนๆ ที่ อ.ศาลายา จ.นครปฐม มีพระราชญาณกวี (เจ้าคุณสุวิทย์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระรามเก้า ออกมาวิพากษ์สร้างความกระจ่างต่อสังคมในหลากหลายมุมมอง
1.2 ฝ่ายคัดค้านสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
1.2.1 พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม
1.2.2 นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
1.3 เครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นกลุ่มลูกศิษย์ของพระพุทธะอิสระ
2.ความเห็นและท่าทีของสังคมต่อกิจกรรมของคณะสงฆ์ และวัดพระธรรมกาย
2.1 คณะสงฆ์ ชาวพุทธที่อ้างตนว่าเป็นชาวพุทธเชิงวิชาการ และลูกศิษย์สันติอโศก และลูกศิษย์ของพระพุทธะอิสระ ออกมาโจมตีกิจกรรมของคณะสงฆ์ทั่วประเทศ
2.2 วัดพระธรรมกาย เป็นวัดขนาดใหญ่พิเศษ มีพระสงฆ์สามเณรหลายพันรูป และมีเครือข่ายศูนย์สาขาอยู่ทั่วโลก มีกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมงานหลักแสน มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบระเบียบ มีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่กระแสข่าวผ่านสื่อมวลชน ส่วนหนึ่งทำให้เกิดความลังเลสงสัยไม่กล้าเข้า และปฏิเสธการทำบุญกับวัดนี้ แต่ในทางกลับกันเกิดเป็นกระแสความท้าทายให้เข้ามาพิสูจน์ด้วยตัวเอง ทำให้คนใหม่ๆ ไปวัดพระธรรมกายมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
3.สถานะปัจจุบันของคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อ 1 และข้อ 2
3.1 คดีรถโบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อยู่ในกระบวนการตรวจสอบของดีเอสไอ แบ่งเป็น 2 ประเด็นใหญ่ คือ
3.1.1 คดีทางแพ่ง ข้อหาหลีกเลี่ยงการเสียภาษี หากยกรถให้ทางราชการ หรือชำระค่าเสียภาษีที่ยังขาดอยู่ คดีทางแพ่งก็จะระงับลง
3.1.2 คดีทางอาญา ข้อหาสำแดงเอกสารเท็จต่อทางราชการ ความผิดจะตกอยู่กับผู้นำเข้ารถ และผู้สำแดงเอกสารต่อทางราชการ ส่วนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ซึ่งเป็นผู้ซื้อในมือสุดท้าย ตามกฎหมายจะไม่มีความผิด
3.2 คดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย
3.2.1 ทางวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย ให้การว่าได้รับบริจาคเงินมาโดยสุจริต และเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน เงินทั้งหมดนำไปใช้ก่อสร้างศาสนสถานตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคหมดแล้ว โดยมีเส้นทางการเงินที่ชัดเจน และได้มอบหลักฐานทั้งหมดให้กับทางดีเอสไอแล้ว
3.2.2 การตั้งกองทุนเยียวยา เมื่อเกิดเป็นคดีความคณะลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เห็นว่าหากปล่อยให้เรื่องเป็นคดีความยืดเยื้อจะทำให้เสียชื่อเสียงแก่วัด และเห็นว่าสมาชิกสหกรณ์ได้รับความเดือดร้อน จึงได้ร่วมกันก่อตั้งกองทุนเยียวยาแก่สหกรณ์คลองจั่น จำนวน 684 ล้านบาท ทางสหกรณ์คลองจั่นจึงได้มีหนังสือขอบคุณคณะลูกศิษย์วัด และแสดงเจตจำนงไม่ประสงค์ดำเนินคดีทางแพ่งและอาญากับทางวัด และพระธัมมชโย
3.2.3 การตั้งข้อหารับของโจรอาจทำให้เกิด 2 มาตรฐาน ทางดีเอสไอกำลังพิจารณาว่าจะตั้งข้อหารับของโจรกับทางวัด แต่มีกระแสท้วงติงจากโซเชียล
4.ขอให้ พศ.จัดทำความคิดเห็น ข้อเสนอ และข้อพิจารณาต่อข้อเสนอ 5 ข้อ ที่เครือข่ายคณะสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศ (คสพ.) เสนอต่อรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นที่ระบุว่า รัฐบาล และข้าราชการ ได้ดำเนินตามหลักการอย่างไร และได้ดำเนินการเนื่องจากเหตุผลใด
4.1 ข้อเสนอ 5 ข้อที่ คสพ.เสนอต่อรัฐบาล
4.1.1 ห้ามหน่วยงานภาครัฐเข้ามาก้าวก่ายเรื่องทางสงฆ์ ขอให้ทำหน้าที่อุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนาตามแบบอย่างบรรพบุรุษไทย มีข้อพิจารณาเหตุการณ์จุดชนวนคือผู้ตรวจการแผ่นดิน และดีเอสไอ เข้ามากดดัน มส.ให้พิจารณาอธิกรณ์พระธัมมชโย ซึ่งคณะสงฆ์มองว่าก้าวก่ายการปกครองสงฆ์
4.1.2 ขอให้รัฐบาลยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติอันดีงามที่กระทำสืบกันมา คือการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการปกครองคณะสงฆ์ รัฐบาลจะต้องปรึกษา และได้รับความเห็นชอบจาก มส.ก่อน มีข้อพิจารณา ทางรัฐบาลได้แถลงต่อสาธารณชนเป็นสัญญาประชาคมแล้วว่า เรื่องทางคณะสงฆ์ รัฐบาลจะปรึกษา มส.ก่อน เมื่อคราวที่ สปช.ได้เสนอให้แก้ พ.ร.บ.การคณะสงฆ์ ตรวจสอบทรัพย์สินของวัดและพระ
4.1.3 ขอให้นายกรัฐมนตรียึดถือ ดำเนินการตามมติ มส.ที่เสนอนามสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช มีข้อพิจารณา คณะสงฆ์ทั่วประเทศทุกระดับชั้นให้ความเคารพสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์มาก เพราะเป็นพระมหาเถระที่มีศีลาจารวัตรงดงาม ไม่ถือตัว ให้ความช่วยเหลืออุปถัมภ์ต่อวัดต่างๆ ทั่วประเทศมาโดยตลอด เมื่อมีกระแสคัดค้านโจมตีจากคนบางกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ทำให้คณะสงฆ์ทั่วประเทศอึดอัด รู้สึกว่าคณะสงฆ์และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์โดนรังแก จึงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการชุมนุมของคณะสงฆ์ที่พุทธมณฑล คณะสงฆ์ทั้งแผ่นดินคาดหวังให้รัฐบาลกระทำตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยทูลเกล้าฯเสนอนามสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์โดยเร็ว
4.1.4 ขอให้รัฐบาลสั่งเป็นนโยบายให้หน่วยราชการปฏิบัติต่อคณะสงฆ์ด้วยความเคารพเอื้อเฟื้อ ไม่ข่มขู่คุกคามคณะสงฆ์ด้วยการใช้กฎหมาย พิจารณา หน่วยงานของรัฐใช้กฎหมายที่ทำให้คณะสงฆ์รู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้งรังแกแบบ 2 มาตรฐาน เมื่อมีกลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คนโจมตีคณะสงฆ์ และยื่นหนังสือตามหน่วยงานราชการ กลับได้รับการต้อนรับอย่างดี ทำให้คณะสงฆ์รู้สึกว่ารัฐบาลเลือกข้าง เลือกปฏิบัติ และหาข้อกฎหมายมาดำเนินคดีกับคณะสงฆ์ เห็นได้จากการชุมนุมของคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย และการเสวนาของคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ปัจจุบันกลายเป็นคลื่นใต้น้ำ โดยเฉพาะการโพสต์ข้อความยั่วยุของบุคคลบางกลุ่มที่รุนแรง ถือว่าพระถูกย่ำยีด้วยวจีกรรม
4.1.5 ขอให้บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ มีข้อพิจารณา ภายใต้ภาวะที่คณะสงฆ์รู้สึกว่าถูกรังแก ถูกกระทำโดยไม่เป็นธรรม จึงทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันมิให้ศาสนาถูกรังแกไปมากกว่านี้
5.1 สาเหตุของปัญหา
5.1.1 พระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ ซึ่งเคยเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวมวลชน ออกมาโจมตีคณะสงฆ์อย่างต่อเนื่อง โดยระบุเป้าหมายชัดเจนว่ายกเลิก มส.และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เปลี่ยนรูปแบบการปกครองคณะสงฆ์ไทย ทำให้คณะสงฆ์ทั่วประเทศรู้สึกว่าถูกรังแก ไม่เป็นธรรม
5.1.2 คณะสงฆ์พิจารณาว่าภาครัฐเข้าข้างคนไม่กี่คน มารังแกคณะสงฆ์ทั่วประเทศ
5.1.3 คณะสงฆ์อ่อนประชาสัมพันธ์ ขาดการทำความเข้าใจกับสังคมเท่าที่ควร ทำให้มีการนำเรื่องพระภิกษุบางรูปที่มีอาจารไม่เหมาะสมมานำเสนออยู่ในสื่อเป็นระยะ ทำให้ประชาชนบางส่วนมองภาพลักษณ์ของคณะสงฆ์เสียหาย ทั้งที่พระภิกษุส่วนใหญ่ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ
ผลกระทบ
ไม่ควรทำให้คณะสงฆ์เกิดความแปลกแยกจากรัฐบาล เพราะคณะสงฆ์มีฐานมวลชนอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศจำนวนมาก หากคณะสงฆ์พร้อมกันลุกฮือขึ้นทั้งประเทศ จะเกิดผลสั่นสะเทือนต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และสังคมไทย และยากที่จะควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะจะกลายเป็นข่าวใหญ่โด่งดังว่ารัฐบาลทหารถือปืนทำร้ายพระสงฆ์ที่ไม่มีทางต่อสู้
แนวโน้ม
หากปล่อยให้กลุ่มบุคคลโจมตีให้ร้ายต่อคณะสงฆ์อย่างรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยมีหน่วยงานภาครัฐบางส่วนทำเสมือนสนับสนุน จะทำให้เกิดสถานการณ์รุนแรงมากขึ้น จนอาจอยู่เหนือการควบคุมในระยะเวลาอันใกล้
ข้อเสนอ
1.ระยะสั้น
1.1 หาทางระงับการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่โจมตีคณะสงฆ์ และให้หน่วยงานของรัฐไม่ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวนั้น
1.2 เร่งรัดให้คดีเรื่องรถโบราณเกิดความกระจ่างว่าใครกระทำผิด และดำเนินการตามกระบวนการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชตามขั้นตอน แก้ปัญหาอึมครึมระหว่างคณะสงฆ์กับรัฐบาล
1.3 มอบนโยบายให้หน่วยงานภาครัฐระมัดระวังในการปฏิบัติกับพระสงฆ์เป็นพิเศษ โดยเฉพาะระยะเวลาอันสั้นนี้ อย่าให้เกิดภาพทหาร ตำรวจ รังแก ข่มขู่พระ ด้วยการใช้กฎหมายทางโลก และมุ่งดำเนินคดีสถานเดียว
1.4 ให้เกียรติพระสงฆ์ โดยธรรมชาติคณะสงฆ์ไม่ชอบความรุนแรง ชอบการแก้ปัญหาด้วยความสงบ พูดคุย และมีแนวโน้มให้ความร่วมมือภาครัฐสูง
1.5 ควรประกาศให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ
2.ระยะกลาง
2.1 ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และ มส.กับองค์กรสงฆ์ที่มีกำลังมาก เช่น มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง และวัดพระธรรมกาย
2.2 สนับสนุนให้คณะสงฆ์มีเอกภาพ และเกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคม ประเทศ และประชาคมโลก
2.3 สนับสนุนให้คนไทยและชาวต่างชาติมาเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศ
3.ระยะยาว
3.1 จัดทำแผนพัฒนาพระภิกษุสามเณรทั่วประเทศ ทั้งด้านปริมาณ และคุณภาพ โดยขอคำปรึกษาจาก มส.
3.2 จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพประชาชนร่วมกับ มส.ในการอบรมสั่งสอนฟื้นฟูศีลธรรมแก่ประชาชนให้มีหลักธรรมยึดเหนี่ยวจิตใจ และอยู่ร่วมกันด้วยความปรองดองตามนโยบายรัฐบาล
3.3 จัดทำ Temple Mapping เพื่อสร้างกลไกในการให้การสนับสนุนช่วยเหลือวัดโดยภาครัฐ เอกชน ประชาชน และสนับสนุนให้วัดเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาคนในท้องถิ่น ในลักษณะบ้าน วัด โรงเรียน
ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ทำข้อสรุป 5 ข้อ ส่งถึง นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า ข้อสรุปทั้ง 5 ข้อ กับเนื้อหาที่เสนอไปนั้น สอดคล้องกับข้อเสนอของพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) ที่ยื่นต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม ตัวแทนรัฐบาล เมื่อช่วงวันที่พระสงฆ์มาชุมนุมที่พุทธมณฑล
โดย นายไพบูลย์ กล่าวว่า ข้อ 1 ที่ระบุว่า คนที่คัดค้านการแต่งตั้งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) หรือสมเด็จช่วง ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ต่อไป มีจำนวนน้อยนั้น เป็นการรายงานที่บิดเบือนข้อเท็จจริงต่อผู้บังคับบัญชา ซึ่งหากฝ่ายที่สนับสนุนให้แต่งตั้งสมเด็จช่วง มั่นใจว่ามีจำนวนคนในประเทศเห็นด้วยสนับสนุมมีมากกว่ากลุ่มคนคัดค้าน แต่ทำไมกลับหวาดกลัวปฏิเสธแนวคิดที่เสนอให้มีการทำประชาพิจารณ์ หรือสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งตนเชื่อมั่นว่า หากมีการสำรวจจริงทั่วประเทศ จะมีคนที่ไม่เห็นด้วยที่จะมีการแต่งตั้งสมเด็จช่วง ทั้งที่ยังมีคดีตรวจสอบครอบครองรถหรูผิดกฎหมายมีมากกว่า 10 ล้านคน แน่นอน
ส่วนข้อ 2 ที่มีเนื้อหาว่า ท่าทีของสงฆ์ต่อกิจการของวัดพระธรรมกาย เห็นว่ายังมีคนที่ไปทำบุญกับวัดพระธรรมกายนั้น คนจะยอมรับวัดพระธรรมกายก็ไม่ว่ากัน แต่เรื่องที่ธัมมชโยฝ่าฝืนพระธรรมวินัย จนเป็นเหตุให้สมเด็จพระสังฆราช ต้องมีพระลิขิตให้พระธัมมชโย อาบัติปาราชิก เมื่อปี 2542 แต่มหาเถรสมาคม (มส.) กลับอุ้มพระธัมมชโย เป็นคนละเรื่องกับที่ยังมีคนทำบุญวัดพระธรรมกาย
ข้อ 3 ที่ให้ข้อมูลว่ารถเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ที่สมเด็จช่วงครอบครอง เป็นการซื้อมามือสุดท้าย จึงไม่มีความผิดนั้น เป็นการสรุปที่บิดเบือนของ พศ.เพราะรถคันดังกล่าวไม่ใช่รถโบราณที่นำมาโชว์ไว้ในพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่แรก โดยพฤติการณ์ตั้งแต่ต้นสมเด็จช่วงต้องการครอบครองรถ จึงได้ทะเบียนเป็นชื่อท่านตั้งแต่ปี 2554 และต้องการนำมาใช้ จึงได้ซื้อทะเบียน ขม 99 ในราคาหลักล้านบาท นอกจากนี้ ยังนำไปติดตั้งแก๊สเพื่อบิดเบือนใช้ในการจดแจ้งกับกรมการขนส่ง ว่าเป็นรถจดประกอบ
สำหรับรายงานข้อ 4 การที่ พศ.พูดถึงข้อเสนอ 5 ข้อ ที่พระเมธีธรรมาจารย์ ยื่นต่อรัฐบาลแล้วนั้น ดูเหมือนเป็นการสมคบคิดกันหรือไม่
ขณะที่ พศ.ทำรายงานข้อ 5 ว่า เหตุการณ์อาจมีความรุนแรงขึ้น ถ้ารัฐบาลปล่อยให้กลุ่มคัดค้านการเสนอชื่อสมเด็จช่วงขึ้นเป็นพระสังฆราชองค์ต่อไปยังเคลื่อนไหว ดังนั้น ขอให้รัฐบาลเร่งรัดแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช โดยที่ไม่คำนึงว่าเป็นผู้ที่ทำผิดพระธรรมวินัย ซึ่งหากฝ่ายสนับสนุนให้แต่งตั้งสมเด็จช่วง ต้องการให้ฝ่ายกลุ่มคัดค้านออกมาเคลื่อนไหว ทางฝ่ายที่สนับสนุนก็ควรที่จะหยุดเร่งรัดให้แต่งตั้ง
นายไพบูลย์ กล่าว "การทำข้อสรุปของ พศ.นั้น เอื้อสนับสนุนให้สมเด็จช่วงขึ้นเป็นพระสังฆราช โดยไม่สนใจต่อความรู้สึกของประชาชนว่ามีข้อด่างพร้อย หรือข้อครหา ซึ่งผมมั่นใจว่ารัฐบาลจะยังไม่มีการเสนอชื่อสมเด็จช่วง ขึ้นทูลเกล้าฯ โปรดเกล้าแต่งตั้ง หากยังหาข้อยุติขัดแย้งไม่ได้ แต่หากรัฐบาลประกาศว่าจะนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ แต่งตั้งวันใด ผมเชื่อว่าจะมีประชาชนจำนวนมากที่ออกมารวมตัวกันแสดงความเห็นคัดค้านอย่างแน่นอน"
