คนไทยลุกฮือ!! ล่าชื่อต้าน "นช.ทักษิณ" หนีคดีอาญาอวดภูมิโลก ???

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


ติดตามการเคลื่อนไหวของทักษิณ ชินวัตร และเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง  เพราะเป้าหมายของกลุ่มคนเหล่านี้ชัดเจนว่ามีเป้าหมายกดดันการทำงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และหัวหน้าคสช.ในทุกรูปแบบ 

 

 

 


ประเด็นที่ต้องพิจารณาก็คือ  ไม่รู้ว่าการเคลื่อนไหวของระบอบทักษิณจะพัฒนาไปสู่จุดแตกหักหรือไม่ อย่างไร  ในช่วงที่คดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังคืบหน้าตามกระบวนการ  ขณะที่นายพานทองแท้ลูกชายก็มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินกรุงไทยในฐานะพยานปากสำคัญ

 


ขณะที่ภายหลังจากผ่านสื่อนายทักษิณ ชินวัตร  ออกมาให้สัมภาษณ์ต่างประเทศ ก็ยิ่งดูเหมือนว่าวัตถุประสงค์ของอดีตผู้นำประเทศจะชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อย  ๆ กับการปลุกกระแสความผิดมวลชนให้เตรียมความพร้อมกับการรุกสู้รัฐบาลและคสช.ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการพิจารณาคดีทุจริตรับจำนำข้าวจะเกิดขึ้น  เมื่อยอมรับว่ารู้สึกไม่พอใจที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องโดนฟ้องร้องในคดีทุจริตรับจำนำข้าว  และหวังว่าน้องสาวจะได้รับความเป็นธรรมอย่างเพียงพอ  และยังยืนยันว่าจะกลับประเทศไทยแน่นอน เพราะไม่คิดว่าตัวเองเป็นผู้กระทำผิดเลวร้ายใด  ๆ  ทั้งสิ้น

 


และจากที่ท่านผู้ชมติดตามเจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึกมาโดยตลอด จะเห็นได้ว่าทักษิณได้พูดเรื่องการกลับประเทศทุกครั้ง  เมื่อต้องการพลังมวลชนให้เกิดการเคลื่อนไหวเพื่อเป้าประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด 

 


ยกตัวอย่างกรณีการให้สัมภาษณ์สำนักข่าวแห่งหนึ่งเมื่อต้นเดือนพ.ค. 2553  ซึ่งเป็นช่วงที่แกนนำ นปช.จัดการชุมนุมใหญ่ที่บริเวณแยกราชประสงค์  และมีการนำไปเผยแพร่แปลความในเว็บไซด์  EmergingMarkets (อีเมิจจิ้งมาเก็ต)   โดยมีสาระสำคัญที่อ้างถึงคำพูด   ทักษิณบอกว่าถ้าจำเป็นก็พร้อมกลับประเทศไทยไปเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง  แม้ว่าจะไม่อยากทำงานการเมืองแล้ว   และถ้ารัฐบาลอภิสิทธิ์ยุบสภาเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยก็จะกลับไปเป็นรัฐบาลอีกครั้ง
จุดสำคัญของบทสัมภาษณ์   ทักษิณบอกว่าจะกลับประเทศไทยแน่นอน เพราะประเทศไทยเป็นแผ่นดินเกิด  แต่เมื่อถูกถามว่าจะกลับประเทศไทยได้อย่างไร  ทักษิณบอกว่าจะกลับได้เพราะกระบวนการปรองดองที่กำลังจะเกิดขึ้น  และคาดหวังว่าจะกลับประเทศไทยได้ในปี  2553 

 


บางตัวอย่างบทสัมภาษณ์ของทักษิณในช่วงต้นเดือนพ.ค.2553  คงไม่ต้องขยายความเพิ่มเติมว่าอะไรเกิดขึ้นกับเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองต่อจากนั้น   เพียงแต่ประโยคในลักษณะเช่นนั้น    ทักษิณเลือกนำมาพูดอีกครั้งกับสื่อระดับโลกอย่างรอยเตอร์และอัลจาซีราห์  พร้อมวรรคทองว่าพร้อมเจรจากับทุกฝ่ายเพื่อนำไปสู่กระบวนการปรองดองประเทศไม่กี่วันก่อนหน้านี้

 


และอย่างที่รับรู้โดยทั่วไปว่าไมตรีของทักษิณรอบล่าสุดได้ถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงจากพล.อ.ประยุทธ์ และบุคลากรในกองทัพ  เนื่องจากทักษิณมีคดีความติดตัวหลายคดี และชี้ว่าไม่เหมาะที่ภาครัฐจะเปิดการเจรจากับนักโทษที่หนีคดีอาญาไปอยู่ต่างประเทศ  ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่าทักษิณจะเปิดการรุกก้าวอย่างไรต่อไป   เพื่อตอบโต้พล.อ.ประยุทธ์ และแกนนำคสช.ที่ปฏิเสธการเจรจาในทุกมิติ   ไม่เท่านั้นรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ยืนยันจะเดินหน้าพัฒนาประเทศต่อไปให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคปฏิรูป    แม้ทักษิณจะพยายามโจมตีว่าเศรษฐกิจไทยจะยิ่งย่ำแย่ถ้ารัฐบาลทหารยิ่งอยู่นาน

 


จนล่าสุดสิ่งที่หลายคนติดตามก็ประจักษ์ชัด  เมื่อปรากฏข่าวจากเว็บไซต์ของ  World Policy Journal (เวิลโพลิซีเจอนัล)  รายงานว่าสถาบันนโยบายโลก (World Policy Institute) (เวิลโพลิซีอินสติติ้ว) จะจัด “สนทนาเป็นการส่วนตัวกับทักษิณ ชินวัตร”   (Thaksin Shinawatra in Private Discussion) (ทักษิณชินวัตรอินไพรเวทดิสคัสชั่น) ขึ้นในวันพุธที่ 9 มีนาคม 2016 เริ่มเวลา 17.00 น. ที่สถาบันเลขที่ 108 West 39th Street,(108เวสเทอตี้นายสตรีท) Suite 1000 (ซูท 1000)  , New York, NY 10018 (นิวยอร์ค เอ็นวาย 10018) สหรัฐอเมริกา  และมีการอ้างอิงว่า  การจัดสนทนาส่วนตัวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ   Global Leader Briefing Series (โกลบอลลีเดอร์บรีฟิ้งซีรี่) ภายใต้ความร่วมมือของ The World Economic Roundtables (เดอะเวิลอีโคโนมิกซ์ราวเทเบิล)  และโดยการสนับสนุนจาก  Invescore  Limited

 


ทั้งนี้เว็บไซต์  World Policy Journal (WPI) ดังกล่าว  ระบุด้วยว่าผู้ที่จะเข้าฟังการสนทนาพิเศษครั้งนี้ได้จะต้องเป็นสมาชิกของ  World Policy  เท่านั้น  แต่ขณะเดียวกันสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ทันที  หากต้องการฟังโดยสมัครผ่าน the World Policy Membership Program ที่ http://www.worldpolicy.org/membership 

 

ทั้งนี้จะเป็นเหตุบังเอิญหรือไม่อย่างไร ก็ต้องแล้วแต่วิจารญาณของท่านผู้ชมในการติดตามการเคลื่อนไหวของทักษิณ ชินวัตร  ว่ามีเจตนาหรือเป้าประสงค์อันใดในกำหนดปรากฎตัวผ่านเวทีขององค์กรที่เรียกตัวเองว่า  สถาบันนโยบายโลก (World Policy Institute)

 


แต่จุดสำคัญที่ถูกหยิบยกมาเป็นข้อสังเกตก็คือ ข้อความที่ปรากฏในเว็บไซด์ World Policy Journal    ก็คือการระบุว่า สถาบันนโยบายโลก  ได้รับการสนับสนุนจาก Invescore  Limited (อินเวสคอ ลิมิเต็ด)  ในการจัดรายการสนทนาครั้งนี้  และทำให้ถูกมองว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่า Invescore  Limited (อินเวสคอ ลิมิเต็ด)     เป็นฝ่ายจัดหาผู้สนทนาให้กับสถาบันนโยบายโลก  ส่วนเหตุผลที่  Invescore  Limited  (อินเวสคอ ลิมิเต็ด)    เลือกทักษิณเป็น Speaker  หรือมีนัยอื่นแฝงเร้นให้ต้องเป็นทักษิณ    คงมีประเด็นข้อเท็จจริงให้นำสืบต่อไป

 


ขณะที่จากการตรวจสอบข้อมูลของ  Invescore Limited  ของสื่อหลายสำนักพบว่าก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม  2555    และมีการจดทะเบียนที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ   หมายเลขทะเบียน 08069550   ส่วนสำนักงานตั้งอยู่ที่   38  Berkeley Square, London, W1J 5AE     และปัจจุบันมีกรรมการเพียง 1 คน   โดยกรรมการคนแรกของบริษัทชื่อนายฟรานเซสโก   โคสแตนโซ   (Francesco Costanzo)     แต่ปัจจุบันมี  นาย Sheikh  Mubarak  Al   Khafrah (ชีค มูบารัค ไอคาฟา)  เป็นประธานบริษัทคนใหม่  หลังจากกลุ่มบริษัท Al  Khafrah Holding Group (ไอคาฟา โฮลดิ้งกรุป)  ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนของประเทศ   เข้ามาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท Invescore (อินเวสคอ)  เมื่อเดือนส.ค. ปี 2558  ที่ผ่านมา

 


ขณะที่สินทรัพย์ของบริษัทนี้ ณ วันที่ 31  มี.ค.  2558   ถูกอ้างว่ามีงบฯบัญชีเงินสดเพียง   2,137.00 ปอนด์สเตอร์ลิง  หรือ ประมาณ 1.07 แสนบาท  มียอดทรัพย์สินรวม  5,503.00 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือ ประมาณ 2.75  แสนบาท  และมีผลประกอบขาดทุนสุทธิ  20,579  ปอนด์สเตอร์ลิง  หรือประมาณ  1.29 ล้านบาท      

 

ส่วนสถาบันนโยบายโลก  หรือ  World Policy Institute (WPI)  หรือชื่อเดิม  คือ กองทุนเพื่อการศึกษาเกี่ยวกับสันติภาพของโลก    ก่อตั้งเมื่อปี 2504  ที่นครนิวยอร์ก   ในสหรัฐอเมริกา   มีสถานะเป็นสำนักคิด ( Think tank) แห่งหนึ่งเหมือนกับอีกหลายๆ แห่งที่ตั้งขึ้นมาในโลกที่มีอยู่จำนวนมากมาย   และดำเนินงานโดยเงินบริจาคในรูปแบบต่าง ๆ  รวมถึงเงินช่วยเหลือจากองค์กรทั่วโลก

 


ด้านมุมมองความเห็นของผู้เกี่ยวของในรัฐบาล  ต่อการเคลื่อนไหวของทักษิณ ชินวัตร  และเครือข่ายที่ยังเดินแผนโลกล้อมไทย เพื่อกดดันรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  ให้เร่งเลือกตั้งภายในปี  2559    เป็นทางด้านพล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม    ที่ยังคงยืนยันว่าไม่กังวลกับการเคลื่อนไหวของทักษิณแต่อย่างใด

 


โดย  พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่สถาบันนโยบายโลกเตรียมเชิญ นายทักษิณ ชินวัตร  ไปบรรยายเกี่ยวกับสภาวะทางการเมือง เศรษฐกิจ ประชาธิปไตยของไทย รวมถึงบทบาทของไทยในภูมิภาคเวทีโลก ที่รัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ว่า  ส่วนตัวไม่มีความกังวล แต่ต้องดูว่าจะพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศหรือไม่ หากพูดให้เกิดความขัดแย้งประเทศก็จะเดินหน้าต่อไปไม่ได้   แต่มั่นใจว่านายทักษิณคงรักประเทศไทยเหมือนกับคนไทยทั้งประเทศ จึงไม่น่าพูดในสิ่งที่เป็นการทำร้ายประเทศไทย  

 


ส่วนการเดินสายออกสื่อต่างประเทศของนายทักษิณบ่อยครั้งในช่วงนี้ พล.อ.ประวิตร ยืนยัน  ไม่ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติ  แต่ย้ำการจะมีการเลือกตั้งในปี  2559 นี้  ยังทำไม่ได้   ต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของโรดแมปที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ประกาศไปนานแล้ว  เพราะเป็นแนวทางที่ไม่ใช่เพิ่งมาประกาศและทุกคนก็ยอมรับในโรดแมปดังกล่าวที่มีความชัดเจนอยู่แล้ว

 


ขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนไทยในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก ได้ร่วมกันทำกิจกรรมผ่าน www.change.org (เชนจ์) เชิญชวนให้ลงชื่อร้องเรียนถึงสถาบันนโยบายโลก  คัดค้านการนำทักษิณไปพูดที่สถาบันนโยบายโลก  โดยให้เหตุผลประกอบว่าเนื่องจากทักษิณเป็นบุคคลที่ไม่เหมาะสม  เพราะได้กระทำผิดต่อประเทศไทย  ด้วยการดำเนินนโยบายที่อ้างถึงประชาธิปไตยแต่ข้อเท็จจริงเป็นแนวทางการทำการเมืองเพื่อผลประโยชน์ตนเอง  จึงขาดความเหมาะสมที่จะได้รับโอกาสเป็นผู้พูดในสิ่งที่เป็นวิสัยทัศน์ของโลก

 


ประการสำคัญทักษิณยังถูกระบุว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดการสังหารผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก จากนโยบายการทำสงครามเพื่อปราบปรามยาเสพติด   และการดำเนินโยบายทุจริตอีกหลายโครงการ  ที่เอื้อประโยชน์ต่อครอบครัวชินวัตร   จนกระทั่งถูกศาลฎีกาสั่งจำคุก 2 ปีในคดีจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก และหลบหนีออกนอกประเทศจนถึงปัจจุบัน 

 


นอกจากนี้เครือข่ายทางการเมืองของทักษิณยังได้ดำเนินนโยบายประชานิยม โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว  ที่สร้างความเสียหายให้กับงบประมาณแผ่นดินและปัจจุบันยังถือเป็นคดีอาญาที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีในศาลยุติธรรมของไทย  ไม่นับรวมโครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาที่เป็นไปเพื่อผลทางการเมือง แต่สุดท้ายไม่สามารถดำเนินการได้จริง  

 


จากกระแสคัดค้านผ่านเว็บไซด์ www.change.org  ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าสถาบันนโยบายโลกจะรับฟังหรือไม่อย่างไร  ท่ามกลางข้อพิจารณาหรือข้อสังเกตุว่าการส่งชื่อทักษิณ ชินวัตรไปเป็น Speaker  อาจมีเงื่อนงำผูกโยงกับล็อบบี้ยิสต์ที่ทักษิณเคยใช้มาตลอดก็เป็นได้  ซึ่งล่าสุดตัวเลขของผู้ลงชื่อถึงสถาบันนโยบายโลก ได้เกิน 2,500  รายชื่อไปแล้ว