- 28 ก.พ. 2559
หยุดยิงซีเรียชั่วคราวไร้ผลแต่แนวโน้มดีขึ้น
นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย หารือทางโทรศัพท์กับ นายจอห์น แคร์รี รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ หลังข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวซีเรียเริ่มมีผลบังคับใช้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางในการสังเกตการณ์ การปฏิบัติตามข้อตกลงของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแผนการกลับสู่โต๊ะเจรจาสันติภาพอีกครั้ง ภายใต้การดำเนินงานร่วมกันของ 17 ชาติกลุ่ม ระหว่างประเทศสนับสนุนซีเรีย (ไอเอสเอสจี) เบื้องต้นกองทัพรัสเซียแจ้งว่า ได้มีคำสั่งระงับปฏิบัติการทางอากาศทันที หลังเข้าสู่วันเสาร์ตามกำหนดการ
แต่สื่อของทางการซีเรียระบุว่า มีการโจมตีด้วยปืนใหญ่ในพื้นที่ย่านที่อยู่อาศัยในกรุงดามัสกัสหลายครั้ง แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นการโจมตีจากฝ่ายใด ขณะที่การปะทะกันระหว่างกองกำลังฝ่ายกบฏ และกองกำลังของรัฐบาลซีเรียยังคงมีอยู่ประปราย รายงานยังระบุว่า เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังข้อตกลงมีผล ได้เกิดเหตุโจมตีด้วยระเบิดรถยนต์ในเมืองซาลามิยาห์ ทางตะวันตกของประเทศใกล้เมืองฮอมส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ในการควบคุมของกองกำลังรัฐบาล เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งรายงานต่อมาระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายไอเอส สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานอ้างข้อมูลจากกองกำลังกบฏ เรื่องการถูกโจมตีด้วยระเบิดถังน้ำมันจากกองทัพรัฐบาล ในพื้นที่เมืองกูตา ใกล้กรุงดามัสกัส และการยิงปะทะกันระหว่างทหารสองฝ่าย และยังมีข้อมูลจากกลุ่มกองทัพปลดปล่อยซีเรียระบุว่าสมาชิกกลุ่ม 2 ราย ถูกสังหารในการปะทะในจังหวัดลาตาเกีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ขณะที่กองทัพซีเรียยืนยันว่าไม่มีการละเมิดข้อตกลงเกิดขึ้น
ด้านองค์การสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) เผยว่า กลุ่มไอเอสก่อเหตุโจมตีเมืองตัลอับยาด ในจังหวัดรักกา ทางตอนเหนือของประเทศติดพรมแดนตุรกี หลังเที่ยงคืนวันศุกร์ ซึ่งกองกำลังร่วมที่นำโดยสหรัฐได้ใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีโต้ตอบ สังหารสมาชิกไอเอส 45 ราย และนักรบชาวเคิร์ด 20 ราย หลายฝ่ายต่างจับตามองว่าสันติภาพในซีเรียนั้นจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ จากการจับมือกันระหว่างสหรัฐ กับรัสเซียในครั้งนี้ แม้ว่าไม่สามารถยุติได้ทันทีแต่สถานการณ์เหมือนจะดีขึ้น ก็หวังว่าการเจรจาครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 มีนาคมนี้ จะทำให้สันติภาพนั้นเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
