- 02 มี.ค. 2559
ประกาศฉุกเฉิน "ภัยแล้ง" 12 จว.!! "กอปภ.ก" เร่งถกปัญหาน้ำ สั่งจับตาพื้นที่้เฝ้าระวัง! เน้นแผนบริหารจัดการเต็มสูบลดผลกระทบในระยะยาว
วันนี้ (2 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ได้จัดประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) อำนวยการติดตาม ซักซ้อมการเฝ้าระวัง และประเมินสถานการณ์ภัยแล้ง ครั้งที่ 8/2559 เพื่อเน้นย้ำจังหวัด ตรวจสอบปริมาณน้ำของแหล่งน้ำในพื้นที่ สำรวจจุดเสี่ยงประสบภัยแล้งซ้ำซาก เน้นการจัดหาน้ำสนับสนุนพื้นที่ขาดแคลน พร้อมจัดชุดเฝ้าระวังป้องกันมิให้มีการปิดกั้นและลักลอบสูบน้ำไปใช้งานผิดประเภท
ในส่วนของจังหวัดที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำประปา ให้เพิ่มความเข้มข้นในการรณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เตรียมจัดหาแหล่งน้ำสำรองสำหรับสูบน้ำเข้าแหล่งกักเก็บ ส่วนจังหวัดที่ภัยแล้งรุนแรงเกิดขีดความสามารถให้ประสานขอรับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์จากส่วนกลาง เพื่อปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง
ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยว่า ขณะนี้มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) จำนวน 12 จังหวัด 46 อำเภอ 216 ตำบล 1,893 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 2.53 ของหมู่บ้านทั่วประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่, อุตรดิตถ์, พะเยา, สุโขทัย, นครสวรรค์, นครราชสีมา, นครพนม, มหาสารคาม, บุรีรัมย์กาญจนบุรี, เพชรบุรี และสระแก้ว เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่มีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) จึงได้เน้นย้ำให้จังหวัดตรวจสอบปริมาณน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะ และแหล่งน้ำตามธรรมชาติในพื้นที่ พร้อมสำรวจจุดเสี่ยงที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก เพื่อวางแผนรับมือและจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อการใช้งาน กรณีแหล่งน้ำสำรองไม่เพียงพอ เน้นการจัดหาน้ำสนับสนุนเพิ่มเติม ด้วยการนำน้ำใต้ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ การสูบน้ำสนับสนุนแหล่งน้ำดิบ พร้อมใช้รถบรรทุกน้ำจัดส่งน้ำให้กับพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยแบ่งมอบพื้นที่ในการดูแลรับผิดชอบอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ การใช้กลไกของฝ่ายปกครอง ทั้งนายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงจัดชุดปฏิบัติการสำรวจเส้นทางการไหลของน้ำ เพื่อป้องกันมิให้มีการปิดกั้นและลักลอบสูบน้ำนำไปใช้ผิดประเภทจนส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาและน้ำในการผลักดันน้ำเค็ม สำหรับจังหวัดที่มีสาขาการประปาส่วนภูมิภาคเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำการผลิตน้ำประปา 11 สาขา และเฝ้าระวัง 51 สาขา อยู่ในพื้นที่ ให้เพิ่มความเข้มข้นในการรณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด พร้อมจัดหาแหล่งน้ำสำรองสำหรับสูบน้ำเข้าแหล่งกักเก็บ และเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มพื้นที่การกักเก็บน้ำและให้น้ำไหลได้อย่างสะดวกมากขึ้น
ขณะที่พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังปัญหาการขาดแคลนน้ำเป็นพิเศษ ได้แก่ บริเวณเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังเป็นจำนวนมาก ให้กำหนดแนวทางปฏิบัติร่วมกัน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ
สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงและเกินขีดความสามารถของจังหวัด สามารถขอรับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยในการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งจากส่วนกลาง พร้อมให้รายงานสถานการณ์แนวทางการแก้ไขปัญหาต่อกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำที่มีจำกัดอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้งจนถึงช่วงต้นฤดูฝน รวมถึงประเทศไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้งนี้ในปีนี้ไปได้ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน
