- 03 มี.ค. 2559
ผู้เชี่ยวชาญเตือน!! ช่วง "สุริยุปราคา" 8-9 มี.ค.นี้ อาจมีแผ่นดินไหวใหญ่อีกรอบ !!! คาด ขนาด 6.0 จับตาให้ดี..โดยเฉพาะฝั่งอันดามัน!!?
วันนี้ (3 มี.ค.) จากสถานการณ์แผ่นดินไหวนอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา ของอินโดนีเซีย ขนาด 7.9 เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลา 19.49 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองปาดัง ของอินโดนีเซีย ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 809 กิโลเมตร ซึ่งหลังเกิดเหตุไม่นาน ทางการอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย รวมถึงศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติของไทย ต่างออกมาประกาศเตือนภัยสึนามิ ก่อนที่ทั้งหมดจะยกเลิกประกาศดังกล่าว ตามที่นักวิชาการหลายฝ่ายออกมาให้ข้อมูลว่า มีความเป็นไปได้น้อยที่จะเกิดสึนามิ เนื่องจากจุดสูนย์กลางของแผ่นดินไหวไม่ได้อยู่บริเวณรอยต่อแผ่นเปลือกโลก
ทั้งนี้ ทางสำนักข่าวทีนิวส์ ได้ติดต่อไปยัง อ.ปิยะชีพ ส. วัชโรบล นักวิชาการอิสระด้านภัยพิบัติ เครือข่ายรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินภาคประชาชน ได้ให้ความเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวว่า
"ขณะนี้ มีแผ่นดินไหวตาม หรืออาฟเตอร์ช็อก หลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.9 แล้วทั้งหมด 4 ครั้ง โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดอยู่ที่ขนาด 5.7 ที่ความลึก 30 กิโลเมตร โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 772 กิโลเมตร ส่วนการเกิดสึนามินั้นคงไม่มี เนื่องจากการเกิดคลื่นยักษ์ดังกล่าว จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวต้องอยู่ในบริเวณใกล้รอยต่อแผ่นเปลือกโลกไม่เกิน 100 ไมล์ ที่ระดับความรุนแรงมากกว่า 8.0 ขึ้นไป ด้วยการเคลื่อนที่ในแนวดิ่ง ในขณะที่เหตุการณ์เมื่อคืนนั้น แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นมีความรุนแรง 7.9 และอยู่ห่างจากรอยต่อแผ่นเปลือกโลกราว 300 ไมล์ จึงมีความเป็นไปได้น้อยที่จะเกิดสึนามิ"
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่ไทยหรือประเทศใกล้เคียงจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ อ.ปิยะชีพ ได้อธิบายว่า ขณะนี้ การเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในจุดเดิมคงไม่มี แต่พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดผลกระทบใหญ่และควรจับตามองต่อจากนี้ คือ ประเทศฟิลิปปินส์ มาเลเซีย โดยเฉพาะหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันที่ 8 - 9 มี.ค.ที่จะถึงนี้ จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา คือ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก เรียงตัวกันเป็นเส้นตรง ส่งผลกระทบต่อแรงดึงดูด ประจวบกับภูเขาไฟบาเรน ซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่เกาะนิโคบาร์ ที่ยังคงคุกรุ่นนั้น กลับนิ่งมานานกว่า 1 ปีแล้ว ก็มีความเป็นไปได้สูงที่บริเวณดังกล่าวจะปลดปล่อยพลังงานออกมาอีกรอบ
ส่วนสถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยนั้นก็มีโอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ขึ้นไปเช่นกัน ขอให้ประชาชนอย่าะล่าใจ แม้เกิดแผ่นดินไหวเล็กน้อยขนาด 1.0 - 2.0 แต่เกิดในพื้นที่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก็ต้องจับตา และไม่ควรนิ่งนอนใจ
ทั้งนี้ แม้ว่าหลายคนจะบอกว่าแผ่นดินไหวไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ แต่ความจริงแล้วหากพิจารณาจากปัจจัยหลายๆอย่างก็สามารถเตือนล่วงหน้าได้ อย่างในประเทศญี่ปุ่น จะมีการเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้าราว 1 - 2 นาที ทางโทรทัศน์และข้อความในโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตจากปฏิกิริยาของสัตว์รอบตัว รวมถึงน้ำทะเล
สำหรับพื้นที่ใน กทม. อาจไม่ใช่ศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหว แต่มีโอกาศมากที่จะได้รับผลกระทบจากที่อื่น ซึ่งหากเกิดแผ่นดินไหวขึ้น ขอแนะนำให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและอย่าวิ่งหนี ให้หลบนิ่งๆใต้ที่กำลัง เช่น ใต้โต๊ะ หรือใต้เตียง เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัตินั้น สาเหตุแรกที่ทำให้ผู้คนเสียชีวิตมาจากการเหยียบกันตายเป็นส่วนใหญ่
