ใครพูดจริงพูดเท็จ!! คดีเบนซ์ "สมเด็จช่วง" 2ฝ่ายอ้างไม่ตรงกัน "หลวงพี่แป๊ะ-ผู้ประกอบรถ" - ใครได้ผลประโยชน์??

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th


ดีเอสไอ ยังคงเดินหน้าเรื่องคดี"รถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ ทะเบียน ขม 99 กทม. ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ และผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 

 

 


และภายหลังการแถลงข่าวก็มีความคืบหน้าเมื่อทนายความของวัดปากน้ำมาพบ พร้อมระบุข้อมูลว่า หลวงพี่แป๊ะ ซื้อรถมาในราคา 4 ล้านบาท โดยไม่รู้เป็นรถผิดกฏหมาย

 

ขณะเดียวกันนายวิชาญ ซึ่งเป็นผู้ประกอบรถให้การกับดีเอสไอ ว่าหลวงพี่แป๊ะให้ประกอบรถ แล้วไปดำเนินการจดทะเบียนเอง พร้อมยืนยันไม่ได้รับจ้างทำรถจดประกอบ ฉะนั้นเมื่อฟังจากการให้ข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นการขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ใครพูดจริงพูดเท็จมาติดตามกัน

 


เริ่มกันที่เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้แถลงว่าจากการสืบสวนของ DSI ในประเด็นเกี่ยวกับการจดประกอบรถดังกล่าว พบว่าเป็นรถรุ่น เอสคลาส ที่มีการผลิตจำนวนน้อย ในการดำเนินการมี 4 ขั้นตอนด้วยกัน คือ (1) การนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ (2) การประกอบชิ้นส่วนขึ้นเป็นรถสมบูรณ์ (3) การชำระภาษีสรรพสามิต และ (4) การจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจำนวนนี้มีรายชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 8 คน มีบุคคล 3 คนเป็นตัวหลักในการดำเนินการทั้ง 4 ขั้นตอน

 


การจดประกอบชิ้นส่วนขึ้นเป็นรถสมบูรณ์พบหลักฐานว่าหจก. อ๊อด 89 ได้ร่วมกับอู่วิชาญ เป็นผู้ประกอบรถยนต์จากเครื่องยนต์และตัวถัง พร้อมอุปกรณ์ส่วนควบโดยเป็นไปตามการสั่งซื้อของ "พระมหาศาสนมุนี" หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำและเป็นเลขานุการ สมเด็จช่วง ในราคา 4 ล้านบาท

 


เบื้องต้นพบเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ,พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร ,พ.ร.บ.สรรพสามิต ,พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและประมวลกฎหมายอาญา เช่น ร่วมกันหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ,ร่วมกันซ่อนเร้น จำหน่าย หรือเอาไปเสีย ซื้อหรือรับไว้โดยประการใด ทั้งที่รู้ว่าเป็นของที่นำเข้าในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษีอากร ,ร่วมกันขายหรือมีไว้เพื่อขายสินค้า ซึ่งรู้ว่ามิได้เสียภาษี ,ครอบครองซึ่งสินค้าโดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน และแจ้งข้อความเป็นเท็จ

 


ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายวิชาญรัษฐ   ปานะเจ้าของอู่วิชาญ ซึ่งรับประกอบรถเบนซ์ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จช่วง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยยืนยัน รับหน้าที่เพียงขั้นตอนการประกอบรถเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำเอกสารใดๆทั้งสิ้น ซึ่งตนให้การไปตามข้อเท็จจริงเหมือนที่เคยเข้าให้การก่อนหน้านี้

 


ส่วนกรณีที่ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำฯ ระบุว่าอู่ของตนเองเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดนั้น ถือเป็นสิทธิที่พูดได้ ตนทำอู่ถ้าไม่จ้างจะทำได้หรือไม่ ย้ำว่าแค่รับจ้างทำรถให้เท่านั้น สำหรับการนำเข้าหรือทำเอกสารอย่างไรตนไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง การเข้าให้ปากคำก็มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ สิ่งที่เกิดขึ้นผ่านมานานกว่า 5-6 ปีแล้วการรับทำรถคันดังกล่าวถือเป็นเกียรติ เพราะเป็นรถที่ถวายพระชั้นผู้ใหญ่ แต่เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องยอมรับตามสภาพ เพราะคงกลับไปแก้ไขไม่ได้

 


หากย้อนเวลาได้ก็คงไม่รับทำ ซึ่งหลังทำเสร็จก็ได้มีโอกาสเข้าพบสมเด็จช่วง ก่อนหน้านี้ไม่ได้รู้จักหรือคุ้นเคยกับวัด แต่ได้รับการเชิญในฐานะเป็นผู้ทำรถคันดังกล่าว

 


ส่วนหจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์สนั้น ยอมรับว่ารู้จักกันในฐานะที่ทำงานในสายเดียวกัน และที่ผ่านมาก็มีส่งงานทำรถกันปกติ และกรณีที่อู่ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต เพราะอู่ของตนเป็นอู่ธรรมดา มีคนงานอยู่แค่ 4-5 คน ที่ได้รับงานนี้ก็เพราะมีความชำนาญในการทำรถโบราณจนเป็นที่รู้จัก

 


ทั้งหมดคือข้อมูลจากทั้ง 2 ฝ่าย ใครพูดจริงพูดเท็จ ใครได้รับผลประโยชน์จากการทำเรื่องนี้ เราจะไปไล่เรียง

 


สำหรับ พระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ หรือ พระธนกิจ สุภาโว (ศรีอุ่นเรือน) ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ และเป็นเลขานุการ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

 


เมื่อพระครูพิทักษ์วรานุรักษ์ ได้จัดหารถเบนซ์คันดังกล่าวระหว่างปี 2553 – 2554  โดยมีการมอบรถให้กับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ในเดือนสิงหาคม 2554

 


ต่อมา ในเดือนธันวาคม 2554 พระครูพิทักษวรานุรักษ์ ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นกรณีพิเศษ เป็นพระมหาศานมุนี  เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระครูสัญญาบัตร แต่ได้รับเลื่อนขึ้นมาเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระราชาคณะชั้นสามัญ ในทันที

 


ซึ่งหากจะไล่ดูการเลื่อนตำแหน่งแล้ว ก่อนเลื่อนชั้นในราวปี 2553 ซึ่งเป็นขั้นตอนในการสั่งซื้อและจ่าย 4 ล้านบาทในการซื้อรถหรู จากเดิมนั้นสมณศักดิ์ ของหลวงพี่แป๊ะ เมื่อนำรถไปถวายกับสมเด็จช่วง

 


ขณะเดียวกันทีมข่าวได้สอบถามไปยังแหล่งข่าวซึ่งเป็นพระสงฆ์ ก็ได้มีการให้ข้อมูลว่าการเลื่อนสมณศักดิ์จากพระครูขึ้นเป็นพระศาสนมุนี ถือเป็นการเลื่อนชั้นยศที่สูงขึ้น ซึ่งการเลื่อนสมณศักดิ์มาจากหลายประการ เช่น จากความดีความชอบ หรือ จากผลงาน

 


และนี่คือความเคลื่อนไหวล่าสุดของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งทางทนายความของวัดปากน้ำ ได้ส่งเรื่องฟ้องศาลแล้วกับกรณีการหลอกขายรถ แต่ประเด็นเรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชนั้น รัฐบาลยืนยันว่าดคีต้องเสร็จสิ้นก่อน จึงจะพิจารณา