"สหประชาชาติ" มีมติเพิ่มมาตรการคว่ำบาตร "เกาหลีเหนือ" กับพฤติกรรมแข็งกร้าว "คิมจองอึน" ส่อนำไปสู่ความรุนแรง !?

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

 

หลังจากที่รัฐบาลจีนและสหรัฐเห็นชอบร่วมกันในการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรแก่ทางเกาหลีเหนือ จากการที่เกาหลีเหนือยังไม่ยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มีการทดสอบนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงสหประชาชาติอย่างชัดเจน ล่าสุดคณะมนตรีความมั่นคงอนุมัติมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ รุนแรงสุดในรอบ 2 ทศวรรษ เพื่อเป็นการลงโทษฐานทดลองนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกล

 

 

 


ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในนครนิวยอร์ก ลงมติด้วยเสียงเป็นเอกฉันท์ ให้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรรุนแรงสุดในรอบ 20 ปีต่อเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นการลงโทษต่อการทดลองนิวเคลียร์ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. และการทดลองขีปนาวุธพิสัยไกล เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ปีนี้    โดยสหรัฐและจีนซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรเก่าแก่ของเกาหลีเหนือ ใช้เวลานาน 7 สัปดาห์ ในการเจรจาต่อรอง ก่อนการกำหนดมาตรคว่ำบาตรครั้งใหม่ ซึ่งรวมถึงการตรวจการขนส่งสินค้าเข้าและออกเกาหลีเหนือ ทั้งทางบก ทางทะเลและทางอากาศ ห้ามการขายหรือส่งมอบอาวุธขนาดเล็กและอาวุธเบาทั้งหมดแก่เกาหลีเหนือ และการเนรเทศเจ้าหน้าที่การทูตของเปียงยาง ที่เกี่ยวพันกับ "กิจกรรมผิดกฎหมาย"    โดยสหรัฐรวมทั้งกลุ่มประเทศพันธมิตรในยุโรป และญี่ปุ่น พยายามกดดันให้การคว่ำบาตรครั้งใหม่ อยู่นอกเหนือการทดลองนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ แต่จีนไม่เห็นด้วยกับมาตรการที่เป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพของเกาหลีเหนือ และทำให้เศรษฐกิจโสมแดงพังทลาย

 


มติของคณะมนตรีความมั่นคงฯ ห้ามการส่งออกถ่านหิน เหล็ก และแร่เหล็ก ที่ถูกใช้เป็นทุนสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ และห้ามส่งออกทองคำ แร่ไทเทเนียม แร่วาเนเดียม และแร่ธาตุหากยากต่างๆ นอกจากนั้นยังห้ามส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไปยังเกาหลีเหนือ รวมถึงเชื้อเพลิงจรวดแบบน้ำมันก๊าด   ในวันเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือเช่นกัน โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มบุคคล และองค์กร 5 แห่งที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ โดยประกาศของกระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เป็นมาตรการเสริมต่อจากมาตรการของยูเอ็น   โดยการคว่ำบาตรของกระทรวงการคลังสหรัฐ มีเป้าหมายที่บุคคล 10 คน และคณะกรรมการกลางกองทัพเกาหลีเหนือ ที่รับผิดชอบด้านนโยบายของกองทัพ บัญชาการกองทัพ และควบคุมดูแลอุตสาหกรรมกลาโหมของประเทศ ส่วนมาตรการของกระทรวงการต่างประเทศ มีเป้าหมายที่บุคคล 2 คน และสำนักงานพัฒนาอวกาศแห่งชาติเกาหลีเหนือ กระทรวงอุตสาหกรรมพลังงานปรมาณู และสถาบันวิทยาศาสตร์กลาโหมแห่งชาติ    

 


ซึ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเกาหลีเหนือเพิ่งเปิดเผยอาวุธต่อต้านรถถังที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ผู้นำสูงสุดคิมคุยอวดอ้างว่า จรวดรุ่นนี้ทรงพลังมาก สามารถยิงโจมตียานหุ้มเกราะขนาดหนักสุดของกองทัพศัตรู จนแหลกเละเหมือนฟักทองต้ม (boiled pumpkin)  

 


ขณะเดียวกันล่าสุดนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ มีคำสั่งให้หน่วยรบนิวเคลียร์เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดตลอดเวลา เพื่อรับคำสั่งให้มีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ทุกเมื่อ นอกจากนี้ นายคิมยังเตือนทุกฝ่ายว่า สถานการณ์ปัจจุบันบนคาบสมุทรเกาหลีอยู่ในช่วงอันตราย ส่งผลให้รัฐบาลเปียงยางต้องยกระดับแผนยุทธศาสตร์ทางทหารให้อยู่ในขั้น "เชิงรุก" โดยรายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้รายงานว่า เกาหลีเหนือยิงจวด 6 ลูก ที่มีพิสัยยิงใกล้ราว 100-150 กิโลเมตร ลงทะเลนอกชายฝั่งตะวันออกของประเทศ เมื่อวานนี้ ขณะที่กองทัพสหรัฐยืนยันว่า ศักยภาพและประสิทธิภาพในโครงการพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีเหนือยังไม่ถึงระดับที่สามารถผลิตขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป ( ไอซีบีเอ็ม ) ที่ติดหัวรบนิวเคลียร์

 


หลังจากที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้พยายามที่จะให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน ล่าสุดที่ประชุมรัฐสภาเกาหลีใต้ในกรุงโซล ได้ลงมติอนุมัติร่างกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายฉบับแรกของประเทศ ด้วยเสียงสนับสนุนจาก ส.ส. 160 คน คัดค้าน 1 คน ส่วน ส.ส.ของฝ่านค้านคว่ำบาตรไม่ร่วมลงมติการผ่านร่างกฎหมายฉบับใหม่ โดยประธานาธิบดีปาร์ค กึน-เฮ ได้เรียกร้องให้รัฐสภารีบผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยอ้างภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ ที่ทำการทดสอบนิวเคลียร์ และขีปนาวุธพิสัยไกลเมื่อไม่นานมานี้

 


เรียกได้ว่าตอนนี้สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีค่อนข้างรุนแรง เพราะดูท่าทีของเกาหลีเหนือก็ไม่ยอมที่จะลดละ ยังคงตอบโต้ประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง ด้วยการข่มขวัญไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการยิงจรวด หรือการอวดอ้างสรรพคุณทางด้านอาวุธที่สามารถทำลายล้างขั้นสูงได้ แต่จากมาตรการของทางสหประชาชาติที่ออกมาคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้ จะเห็นถึงมาตรการขั้นรุนแรงเลยทีเดียวในการที่จะใช้มาตรการนี้ยุติการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ หลังจากนี้ต่อไปสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีจะเป็นอย่างไร เพราะมาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อเกาหลีเหนือ แต่จะส่งผลให้เกาหลีเหนือถึงขั้นหยุดผลิตอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่นั้นก็อาจจะเป็นไปได้ยากหน่อย  เพราะผู้นำคิมจองอึนที่มีวิสัยทัศน์ที่แข็งกร้าวรายนี้ คงไม่ยอมอ่อนข้อให้ประชาคมโลกง่ายๆแน่นอน หลังจากนี้สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีจะเป็นอย่างไร ต้องเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวกันต่อไปค่ะ