- 07 มี.ค. 2559
เกาะติด "ภัยแล้ง" หลังประกาศฉุกเฉิน 12 จว.ทั่วประเทศ !! หลายพื้นที่แบ่งโซน-แบ่งเวลาจ่ายน้ำ คุมเข้มรับมือวิกฤตรุนแรง !!
วันนี้ (7 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้มีจังหวัดที่ต้องประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) แล้วทั้งหมด 12 จังหวัด 48 อำเภอ 226 ตำบล 1,989 หมู่บ้าน ได้แก่
ภาคเหนือ 5 จังหวัด :: เชียงใหม่, อุตรดิตถ์, พะเยา, สุโขทัย และนครสวรรค์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด :: นครราชสีมา, นครพนม, มหาสารคาม และบุรีรัมย์
ภาคกลาง 2 จังหวัด :: กาญจนบุรี และเพชรบุรี
ภาคตะวันออก 1 จังหวัด :: สระแก้ว
ทั้งนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่มีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้เน้นย้ำให้จังหวัดตรวจสอบปริมาณน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะ และแหล่งน้ำตามธรรมชาติในพื้นที่ พร้อมสำรวจจุดเสี่ยง ที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก เพื่อวางแผนรับมือและจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อการใช้งาน กรณีแหล่งน้ำสำรองไม่เพียงพอ เน้นการจัดหาน้ำสนับสนุนเพิ่มเติม ด้วยการนำน้ำใต้ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ การสูบน้ำสนับสนุนแหล่งน้ำดิบ พร้อมใช้รถบรรทุกน้ำจัดส่งน้ำให้กับพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยแบ่งมอบพื้นที่ในการดูแลรับผิดชอบอย่างชัดเจน อีกทั้งใช้กลไกของฝ่ายปกครอง ทั้งนายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงจัดชุดปฏิบัติการสำรวจเส้นทางการไหลของน้ำ เพื่อป้องกันมิให้มีการปิดกั้นและลักลอบสูบน้ำนำไปใช้ผิดประเภทจนส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาและน้ำในการผลักดันน้ำเค็ม
ขณะเดียวกัน การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการหยุดจ่ายน้ำ แต่มีการจ่ายน้ำเป็นเวลาและแบ่งโซนจ่ายน้ำในบางพื้นที่ ได้แก่ กปภ.ท่าตะโก, กปภ.หนอกเรือ, กปภ.ปักธงชัย และ กปภ.กันตัง และมีพื้นที่ลดการจ่ายน้ำ คือ กปภ.ชนแดน, กปภ.พิมาย, กปภ.บ้านบึง, กปภ.พนัสนิคม, กปภ.ศรีประจันต์ และกปภ.สวนผึ้ง ส่วนในพื้นที่ที่ถูกน้ำเค็มรุกล้ำ ได้แก่ บางปะกง บางคล้า และฉะเชิงเทรา
