- 07 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีมติเอกฉันท์ ยกเลิกสัญญากับ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการสิทธิประโยชน์แล้ว หลังมองว่าสัญญาไม่เป็นธรรม โดยเตรียมให้ บริษัท พรีเมียร์ลีก ไทยแลนด์ จำกัด (พีแอลที) เป็นผู้ดูแลในการจัดจ้างหาเอเจนซี ก่อนหัก 20 เปอร์เซ็นต์ จากรายได้เข้าสมาคมฯ นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ได้ประกาศลาออกจากการเป็นประธาน บ.พรีเมียร์ลีก ไทยแลนด์ จำกัด (พีแอลที) เช่นเดียวกัน
วันนี้ ( 7 มี.ค.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จัดประชุมสภากรรมการฯ ครั้งที่ 2/2559 ที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ (รัชดา) โดยที่ประชุมแจ้งว่า พล.อ.อดุลยเดช อินทะพงษ์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งอุปนายกสมาคม เนื่องจากได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุก เพื่อความเป็นกลางในการพิจารณาเรื่องของทุกสมาคมจึงขอลาออกจากการเป็นอุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอล พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ประกาศลาออกจากการเป็นประธาน บ.พรีเมียร์ลีก ไทยแลนด์ จำกัด (พีแอลที) เช่นเดียวกัน
ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.สมยศ แจ้งเรื่องสำคัญว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ที่จะยกเลิกสัญญากับ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับสมาคม เป็นลักษณะของสัญญาผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีการกำหนดค่าตอบแทนให้แก่สมาคม ไม่มีการกำหนดวงเงิน ระยะเวลาการส่งเงิน ให้แก่สมาคม ส่งผลให้สมาคมไม่มีอิสระในการบริหารและไม่สามารถวางแผนงบประมาณดำเนินงานได้ด้วยตนเอง การยกเลิกสัญญาครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะตัดขาดความร่วมมือกับทางบริษัทฯ ซึ่งให้การสนับสนุนและส่งเสริมกีฬาฟุตบอลมาโดยตลอด แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขสัญญาให้มีความเป็นธรรมและกำหนดหน้าที่ของคู่สัญญาอย่างชัดเจน
พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้มีมติให้สัญญาทุกฉบับที่มีอายุสัญญาผูกขาดเกินกว่าวันที่ 31 ธ.ค. 2559 มีวาระสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 31 ธ.ค. 2559 เพื่อนำสู่การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขสัญญาให้มีความเป็นธรรม ทั้งนี้เนื่องจากทางสภากรรมการ ยังไม่ได้รับสัญญาต้นฉบับจากผู้บริหารเดิม จึงไม่อาจพิจารณาได้ว่าสัญญาธุรกรรม นิติกรรม ที่คู่สัญญานำมาแสดงถูกต้องตรงกับสัญญาต้นฉบับหรือไม่ แต่สมาคมจะพิจารณาให้ความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาทุกราย และยินดีที่จะร่วมมือกับคู่สัญญาเดิมเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลไทยตามเจตนารมณ์ของท่านต่อไป
"เรื่องสิทธิประโยชน์ของสมาคมฟุตบอลฯ จะทำสัญญามอบให้ บริษัท พรีเมียร์ลีก ไทยแลนด์ จำกัด (พีแอลที) เป็นผู้ดูแล ในการทำสัญญาจัดจ้างเอเจนซีมาทำหน้าที่จัดหาผลประโยชน์ หาผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์ ตามแบบการบริหารของ เอเอฟซี และเอเอฟเอฟ ซึ่ง 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดที่พีแอลทีได้รับจากเอเจนซีจะถูกส่งให้กับสมาคมฯเพื่อนำไปบริหารทีมชาติไทย รวมถึงการสนับสนุนทีมในดิวิชั่น 1 และ 2"
"โดยผมจะตั้งคณะทำงานพิจารณาคัดเลือกเอเจนซี พร้อมประกาศเชิญชวนผู้สนใจเสนอแผนงาน เงื่อนไข เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกตามหลักธรรมาภิบาล และคำนึงถึงผลตอบแทนที่สมาคมและสมาชิกจะได้รับเป็นสำคัญ ซึ่งอาจมีการระบุว่าเอเจนซีที่เข้ามาทำหน้าที่ ต้องการันตีเงินขั้นต่ำที่ทางพีแอลทีจะได้รับต่อปีว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ รวมถึงในอนาคตหากบริษัทที่ดูแลการจัดการแข่งขันดิวิชั่น 1 มีความแข็งแรงมากขึ้น และสามารถหารายได้ด้วยตนเองได้ ก็อาจจะมีการหักเปอร์เซ็นต์เข้าสมาคมเช่นเดียวกัน"
