"สยามสปอร์ต" ชี้แจงหลังสมาคมฯ ยกเลิกสัญญาสิทธิประโยชน์

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) จัดการแถลงข่าวชี้แจงแก่สมาคมฟุตบอลฯ 4 ประเด็น หลังถูกยกเลิกการดูแลสิทธิประโยชน์

 

นาย อดิศัย วารินทร์ศิริกุล ประธานกรรมการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) และ ดร.สรายุทธ มหวลีรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าว กรณีที่สภากรรมการ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดย "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นนายกสมาคมฯ ได้มีมติยกเลิกการดูแลสิทธิ์ประโยชน์ของ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) ที่มีต่อสมาคมฯ โดย นายอดิศัย ชี้แจง 4 ประเด็นตามที่สภากรรมการ

 

วันนี้ ( 8 มี.ค.)  บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายอดิศัย วารินทร์ศิริกุล ประธานกรรมการบริษัท ได้จัดการแถลงข่าว กรณีที่ถูก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยกเลิกสัญญาบริหารสิทธิประโยชน์ ที่บริษัท สยามสปอร์ตถือเป็นผู้ถือครองสิทธิประโยชน์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯมาโดยตลอด โดยมีหน้าที่ดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ทั้งของสมาคมฯ และ บริษัท ไทย พรีเมียร์ลีก

 

อดิศัย ชี้แจงถึง 4 ประเด็นว่า ประเด็นแรก"เรื่องสิทธิการผูกขาดแต่เพียงผู้เดียวไม่เป็นความจริง เพราะเป็นเรื่องของความสามารถเพราะไม่มีบริษัทไหนที่สามารถหาสิทธิประโยชน์ให้กับสมาคมฟุตบอลได้มากเท่ากับ สยามสปอร์ต”

 

ประเด็นที่สอง เรื่องการกำหนดค่าตอบแทนสยามสปอร์ตได้ตกลงแบ่งรายได้กับสมาคมฟุตบอลในอัตรา 50-50 หากมีการขาดทุนสยามสปอร์ตจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งก่อนจะเปิดลีกจะมีการชี้แจงรายรับรายจ่ายสมาคมฟุตบอลจะทราบเรื่องรายรับรายจ่ายของตัวเองตั้งแต่เดือนมีนาคม เพื่อนำไปวางแผนรายรับรายจ่ายได้เอง”


ประเด็นที่สาม เรื่องการที่สมาคมไม่สามารถบริหารงานได้อย่างอิสระ ไม่เป็นความจริงเพราะมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจนระหว่าง สมาคมฟุตบอลที่ดูแลและกำหนดเรื่องนโยบาย ต่างๆ บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ดูแลเรื่องการแข่งขัน และสยามสปอร์ตเป็นฝ่ายดูแลสิทธิประโยชน์”

 

และประเด็นสุดท้าย สมาคมฟุตบอลไม่สามารถบริหารงานได้ด้วยตนเอง ขอเรียนว่ารายรับของสมาคมฟุตบอลไม่ได้มีแต่สิทธิประโยชน์เท่านั้น แต่ยังมีสปอนเซอร์จากทีมชาติ และรายได้จากฟีฟ่า

 

"บริษัทสยามสปอร์ตแม้ว่าจะไม่ได้ดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาคมฟุตบอลแล้วก็ยังจะทำหน้าที่สื่อมวลชนต่อไป และจะขยับไปดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาคมกีฬาอื่นๆเช่น วอลเลย์บอล เป็นต้น" นายอดิศัย วารินทร์ศิริกุล ประธานกรรมการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) กล่าวปิดท้าย

 

ขณะที่ทาง ดร.สรายุทธ มหวลีรัตน์ ก็กล่าวเช่นกันว่า "สัญญาสิทธิประโยชน์ของสยามสปอร์ตกับสมาคมฟุตบอลยังมี ถึงปี 60 การที่สมาคมฟุตบอลชุดใหม่บอกเลิกสัญญากับเราผ่านสื่อมวลชนยังไม่มีผล ต้องให้สมาคมฟุตบอล ส่งหนังสือมาอย่างเป็นทางการ จากนั้นจะต้องเข้าสู่กระบวนการว่าสมาคมฟุตบอลชุดใหม่มีสิทธิตรงไหนที่จะเข้า มายกเลิกสิทธิของสยามสปอร์ต"

 

 

นอกจากนี้ ประธานกรรมการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) ยังกล่าวอีกว่าไม่ต้องการตอบโต้ใดๆ กับสมาคมฟุตบอลฯ เพราะเคารพในมติสภากรรมการ และยังหวังจะเข้าไปพูดคุยกับสมาคมฯ อีกครั้งเพราะยังไม่มีจดหมายแจ้งยกเลิกสัญญากับบริษัทฯ แต่เราอยากให้รักษาสัญญาของสปอนเซอร์ที่ให้การสนับสนุน อาทิ ทรูวิชั่น, ไทยเบฟ, โตโยต้า, ยามาฮ่า หรือ เอไอเอส ที่จะหมดสัญญาลงในปีนี้ มิเช่นนั้นอาจจะมีค่าเสียหายกว่า 765 ล้านบาท ถ้ายกเลิกสัญญากับสปอนเซอร์ก่อนกำหนด"
      
    

โดยหลังจากที่ทางผู้บริหารสมาคมฟุตบอลชุดใหม่ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วงเข้ามาบริหารงาน ทางสยามสปอร์ตฯ ได้ส่ง นายศรายุทธ มหวลีรัตน์ เป็นตัวแทนเข้าไปร่วมประชุมชี้แจงรายละเอียดการบริหารงานสิทธิประโยชน์กับสมาคม ทั้งรายรับ รายจ่าย พร้อมเอกสารสัญญาที่ทำไว้กับสมาคมฟุตบอลอย่างชัดเจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ปี 2557 จะเห็นได้ชัดว่าสยามสปอร์ตฯ ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อย กระทั่งช่วง 2-3 ปีนี้เองที่เกิดกระแสฟุตบอลไทยคึกคัก สร้างมูลค่าให้กับวงการฟุตบอลอย่างมหาศาล แฟนบอลแห่เข้าชมจำนวนมาก ก่อให้เกิดรายได้ในทุกส่วน ลิขสิทธิ์จากการบริหารสิทธิประโยชน์ ที่มีผู้ซื้อสิทธิ์การถ่ายทอดสดมีมูลค่าสูงขึ้นทุกปี และมีการนำไปแบ่งจ่ายให้กับแต่ละสโมสรจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในทุกลีกตามที่เป็นข่าว

 

 

 

 

ขอบคุณภาพจาก sport.sanook