"สนธิญาณ" ชี้! คำตัดสินศาลคดี "ศุภชัย" ติดคุกสะท้อนทำบุญมากแต่ไม่เข้าใจหัวใจพุทธศาสนาท่ีว่า ต้องละชั่วก่อนทำบุญ

ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th

 

 

 

รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 9 มีนาคม 2559  ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์  ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้


สนธิญาณ : กรณีของคดีที่ศาลตัดสินคดีคุณศุภชัยไปเมื่อวาน ไม่ได้จะพูดเรื่องคดีหรอกครับแต่เนื่องจากว่าคุณศุภชัยเป็นคนที่ถือว่าเป็นผู้ที่ต้องติดคุกในคดียักยอกทรัพย์ เป็นผู้ที่เรียกว่าเป็นลูกศิษย์เอกของวัดพระธรรมกาย เป็นผู้ที่ตั้งใจในการทำบุญ เงินทองของตัวเองไม่มีไปยักยอกของเขามาเอามาทำบุญ วันนี้ต้องติดคุกติดตาราง แล้วจะมีคำถามหลายคำถามที่อาจจะเกิดขึ้น ว่าท้ายที่สุดบุญกุศลไม่คุ้มครองหรือครับ ทำไปตั้งเยอะตั้งแยะเป็นพันล้านบาท แล้วทำไมบุญไม่รักษาไว้ครับ ทำไมต้องมาติดคุก ผมก็อยากจะเรียนย้ำแบบนี้นะครับว่า ความจริงครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้ว่าหัวใจของพระพุทธศาสนามีอยู่ 3 ประการด้วยกัน ประการแรกก็คือการละความชั่วทั้งปวง ประการสองก็คือยังกุศลให้ถึงพร้อมถึงมาทำความดี ประการสามคือชำระจิตใจของตัวเอง 3ประการนี้ท่านเรียงลำดับไว้แบบนี้ว่าการที่เราจะมุ่งมั่นในการสร้างชีวิตและคุณภาพชีวิตจิตใจของเราให้ดี สิ่งแรกที่จะต้องทำคือละชั่วบาปแล้วถึงจะมาทำความดีทำกุศล เท่านั้นยังไม่พอติดดีติดชั่วต้องมาเฝ้ามองตรวจสอบจิตใจตัวเองว่าอยู่ตามสภาวะธรรมชาติ ไม่เบียดเบียนใคร เชื่อมั่นในการช่วยอื่นคนอื่น ๆ อยู่ตลอดเวลาจริงหรือไม่หรือเพราะภาวะกิเลสอย่างหนึ่งอย่างใด อันนี้ล่ะครับเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นโกงแล้วเอามาทำบุญ มุ่งมั่นทำบุญคือสรุปว่าบุญก็ทำไป ชั่วก็ทำไป เรามักจะเป็นแบบนี้ สิ่งที่ชั่วเป็นบาปเราไม่ค่อยกลัว แต่บุญเราก็อยากจะได้ แต่ทั้งสองอย่างก็มองไม่เห็นเหมือนกัน ต้องเรียนว่าแท้จริงแล้ว พระพุทธองค์สอนว่ากรรมเป็นหลักใหญ่ ทำอันใดต้องได้สิ่งนั้น ไม่มีการแยกกันว่าทำบุญเยอะแล้วทำชั่วไปด้วย แล้วผลของชั่วจะไม่ต้องรับ แบบนี้ไม่ใช่ ผมคิดว่าของกรณีคุณศุภชัยเป็นกรณีของตัวอย่างอันชัดเจนว่าหากคิดจะทำความดีต้องละชั่วก่อน