- 09 มี.ค. 2559
เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง !! ปภ.เปิดรายชื่อ 28 จว.เตรียมรับมือ "พายุฤดูร้อน" 10-12 มี.ค.! พร้อมข้อควรปฏิบัติดังนี้..ก่อนเกิดอันตรายถึงชีวิต !!!!
วันนี้ (9 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้น ช่วงกลางวันมีสภาพอากาศร้อน และมีลมตะวันออกเฉียงใต้นำความชื้นในอ่าวไทยเข้าสู่บริเวณดังกล่าว ขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เกิดพายุฤดูร้อน จะทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจทำให้เกิดลูกเห็บตกในบางพื้นที่
ซึ่งทาง ปภ.ได้ประสานไปยัง 28 จังหวัด ให้เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนในช่วงวันที่ 10 - 12 มี.ค.นี้ ได้แก่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด :: นครราชสีมา, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, เลย, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อุดรธานี และบึงกาฬ
ภาคกลาง 1 จังหวัด :: นครนายก
ภาคตะวันออก 7 จังหวัด :: ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด
เพื่อรับมือกับเหตุที่จะเกิดขึ้น ทาง ปภ.ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย ตลอดจนประสานไปยังเจ้าหน้าที่ให้ทำการตรวจสอบสิ่งก่อสร้างป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพแข็งแรง ตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณริมถนนและพื้นที่ชุมชนเพื่อป้องกันการล้มทับ ก่อให้เกิดอันตรายได้
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคง งดเว้นการใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดบริเวณที่โล่งแจ้ง เนื่องจากอาจเกิดฟ้าผ่า ทำให้ได้รับอันตรายถึงชีวิต
สำหรับเกษตรกร ให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ห้ามหลบพายุบริเวณใต้ต้นไม้ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง ห้ามจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่แข็งแรง เพราะอาจได้รับอันตรายจากการถูกล้มทับ รวมถึงห้ามเข้าใกล้บริเวณที่มีสายไฟฟ้าขาดหรือเสาไฟฟ้าล้ม เพราะอาจได้รับอันตรายจากไฟฟ้าดูด ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทันทีทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง






