เมืองทองฯ เปิดตัว "ไมเคิล เอ็นดรี้" ร่วมทัพ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เซ็นสัญญาคว้าตัว “ไมเคิล เอ็นดรี้” ดาวยิงชาวฝรั่งเศส วัย 31 ปี มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ โดยจะสวมหมายเลข 9 ลงล่าตาข่าย ด้าน “โค้ชแบน” ธชตวัน มั่นใจศักยภาพฝีเท้ามีดีพอพาทีมไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลใหม่

 

เมื่อวันพุธที่ 9 มีนาคม 2559 เวลา 18.00 น. ภายในห้องแถลงข่าวสโมสรฯ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวผู้เล่นต่างชาติรายใหม่ของทีม “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เพื่อสู้ศึกฤดูกาลใหม่ 2016 ประกาศเซ็นสัญญาคว้าตัว มิคาเอล เอ็นดรี้ กองหน้าชาวฝรั่งเศส วัย 31 ปี จาก อัล ซะบ๊าบ จากลีกยูเออี มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ โดยจะเข้ามาสวมหมายเลข 9 ให้กับต้นสังกัดใหม่

 

 ธชตวัน ศรีปาน หัวหน้าผู้ฝึกสอน เผยว่า “ต้องขอบคุณทางผู้บริหารที่ดึงตัวผู้เล่นที่มีศักยภาพ เข้ามาสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมเรา สำหรับ มิคาเอล เอ็นดรี้ ถือเป็นกองหน้าที่มีโปรไฟล์ที่น่าสนใจ ด้วยจุดเด่นทั้งเทคนิค สไตล์การเล่น และการจบสกอร์ทั้งลูกบนพื้น และลูกกลางอากาศของเขา น่าจะเหมาะกับสไตล์การเล่นของเรา ซึ่งแน่นอนการเข้ามาของเขาจะช่วยเพิ่มมิติแนวรุกให้กับทีม เพื่อไล่ล่าความสำเร็จกลับคืนสู่สโมสรฯ ก็ขอให้แฟนบอลทุกคนร่วมให้กำลังใจเขา”

 

ขณะที่เอ็นดรี้ เปิดใจหลังเซ็นสัญญาร่วมทีม “กิเลนผยอง” ว่า “ถือเป็นความท้าทายใหม่ ผมมองว่าฟุตบอลลีกที่นี่เติบโตรวดเร็วอย่างมาก เมื่อผมทราบว่า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ติดต่อผมมา ผมก็เริ่มศึกษาข้อมูลของสโมสรนี้ จริงๆแล้วก็มีตัวเลือกอีกหลายทีมทั้งทีมในบ้านเกิดผม และทีมต่างประเทศที่ติดต่อเข้ามา แต่ผมเลือกมาร่วมทีม เอสซีจี เมืองทองฯ เพราะความเป็นมืออาชีพ การเป็นสโมสรชั้นนำและกระหายความสำเร็จ และยังมีแฟนบอลหนุนหลังที่เหนียวแน่น ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรแห่งนี้และอยากสัมผัสแชมป์ฟุตบอลลีกที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย”

 

สำหรับ ไมเคิล เอ็นดรี้ เริ่มต้นการค้าแข้งกับสโมสร สปอร์ตติ้ง ตูลง และ ชาร์เลรอย ในบ้านเกิด ก่อนย้ายมาเล่นในตะวันออกกลางกับทีม อัล-อิติฮัต ก่อนระเบิดฟอร์มเก่งยิงไป 71 ประตู จากการลงสนาม 51 นัด และพาทีมคว้าแชมป์ลีก 2010 พร้อมคว้าตำแหน่งดาวซัลโว 2 ปีติด ก่อนย้ายร่วมทีม ดูไบ เอสซี, อัล ไซลิยา และ อัล ซาบ๊าบ ตามลำดับ โดยถือเป็นผู้เล่นต่างชาติรายที่ 4 ต่อจาก คเลตัน ซิลวา, นาโออากิ อาโอยามะ และ มาริโอ อัลวาเรซ อบรานเต้