- 10 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
สถานการณ์การเมืองที่ยังครุกร่นด้วยกระแสการร่างรัฐธรรมนูญทั้งในมุมที่คนเห็นด้วยและเห็นต่าง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีจุดยืนชัดเจนในการคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยข้อกล่าวหาว่ามีความพยายามทำให้กฎหมายสูงสุดของประเทศเป็นประโยชน์สูงสุดต่ออำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย
รวมถึงกรณีล่าสุดที่นายทักษิณใช้เวทีสถาบันนโยบายโลก หรือ สถาบันนโยบายโลก หรือ World Policy Institute (WPI) วิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญในเชิงลบ เหมือนกับพรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช.มีการดำเนินการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ผ่านเป้าหมายเช่นที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ นายณัฐวุฒิ เคยระบุว่ามีความจำเป็นต้องคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อชี้ให้สังคมโลกเห็นพลังประชาชนในการต่อต้านอำนาจของคสช.
โดยกับเวที WPI นายทักษิณได้ใช้เวลาช่วงหนึ่งภายหลังจากที่ภาพรวมทิศทางเศรษฐกิจโลกและระบบการค้าเสรีในศตวรรษที่ 21 พูดถึงร่างรัฐธรรมนูญของไทยว่า เป็นไปได้ยากที่จะทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจและสอดคล้องกับความท้าทายในศตวรรษที่ 21 เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการกำหนดให้สภาสูง หรือวุฒิสภา มีสมาชิกจำนวน 200 คน จากการแต่งตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ
จุดนี้มีข้อน่าสังเกตุว่านายทักษิณมีเจตนาบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญเหมือนกับที่รัฐบาลและคสช.ออกมาชี้แจงต่อสาธารณะหรือไม่ อย่างไร เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ยังคงกรอบวิธีการสรรหาวุฒิสมาชิกโดยกระบวนการเลือกตั้งทางอ้อม ส่วนสว.สรรหายังคงเป็นเพียงแนวคิดที่นำเสนอต่อกรธ.เพื่อพิจารณาที่ยังไม่มีข้อยุติแต่อย่างใด
ที่สำคัญนายทักษิณยังได้กล่าวต่อผู้เข้าฟังในเวที WPI ว่าเจตนาของร่างรัฐธรรมนูญไทยที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของกรธ.ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย มีเป้าหมายเพียงเพื่อทำให้วุฒิสภามีอำนาจในการยับยั้งการออกพระราชบัญญัติต่าง ๆ รวมถึงยังมีเป้าหมายเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญมีขอบเขตอำนาจในการตัดสินคดีที่ขยายวงกว้างมากขึ้น โดยสามารถจะใช้อำนาจทางตุลาการในการไต่สวนและวินิจฉัยคดีใด ๆ ก็ได้ เมื่อมีบุคคลดำเนินร้องเรียน และไม่มีข้อยกเว้นหรือเงื่อนไขว่าต้องเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับองค์กรทางการเมือง
นอกจากนี้นายทักษิณ ยังเชื่อมโยงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญไทยให้สังคมโลกเข้าใจผิด ๆ และตนเองคือผู้รู้จริงเรื่องประชาธิปไตย ว่า หลักการสำคัญของประชาธิปไตยต้องยึดมั่นในการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตย เพื่อเป็นรากฐานการสร้างความเจริญเติบโตและเสถียรภาพประเทศ โดยเฉพาะหลักการที่ต้องยึดถือว่าอำนาจตุลาการจะล่วงล้ำอำนาจนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารไม่ได้ เพื่อทำให้ฝ่ายบริหารสามารถบริหารเศรษฐกิจประเทศได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยวันนี้ คือ สิ่งที่ตรงกันข้ามและตนหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์การใช้อำนาจตุลาการในประเทศไทยเกินความจำเป็นขึ้นอีกในอนาคต และต้องการให้นำไปสู่การทบทวนในประเด็นนี้ เพราะจากประสบการณ์ในหลายประเทศ ทำให้เห็นว่าเมื่อมีการใช้อำนาจของศาล โดยไม่ได้มีการถ่วงดุล ท้ายสุดจะเท่ากับเป็นการทำหน้าที่ของศาลที่ไม่มีระบบตรวจสอบ หรือเท่ากับเป็นการเปิดช่องให้มีการใช้อำนาจยุติธรรมอย่างไม่เหมาะสม จนนำไปสู่จุดที่เรียกว่าการเตะถ่วงและสร้างอุปสรรคการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจประเทศ
ต้องย้ำว่านี่คือบางช่วงบางตอนจากคำพูดของนายทักษิณที่มีการถอดความเป็นภาษาไทยและมีการนำเสนอในทุกสื่อตรงกันว่า เป็นอีกครั้งหนึ่งที่นายทักษิณตีความร่างรัฐธรรมนูญในแบบที่ตนเองคิด ส่วนจะเรียกว่าเป็นการบิดเบือนหรือไม่ อย่างไร ท่านผู้ชมสามารถใช้วิจารณญาณตัดสินใจเองได้ เมื่อเทียบเคียงกับข้อเท็จจริง ที่มีการเปิดเผยความคืบหน้ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงโดยกรธ.
ไม่เท่านั้นนายทักษิณยังให้สัมภาษณ์พิเศษเพิ่มเติมกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ ด้วยการเน้นย้ำอีกว่าร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำอยู่ขณะนี้ จะนำพาประเทศไทยให้ถอยหลังอย่างแน่นอน แต่เมื่อถูกถามว่าจะใช้เงินและเครือข่ายในการรณรงค์ต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายทักษิณอ้างว่าตนเองไม่ได้ร่ำรวยมาก เพราะทรัพย์สินส่วนใหญ่ถูกยึดไว้ ทำให้ปัจจุบันมีทรัพย์สินรวมทั้งครอบครัวเหลือเพียงประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์หรือประมาณ 35,000 ล้านบาท อีกทั้งตนเองคงไม่สามารถทำอะไรได้มาก เนื่องจากไม่ได้อยู่ภายในประเทศ เพียงแต่หากตนแสดงความกังวลในเรื่องนี้ กลุ่มผู้สนับสนุนก็พร้อมที่จะออกมาเคลื่อนไหวเช่นกัน รวมถึงฝากถึงรัฐบาลไทยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของตนเอง ว่าเป็นการความพยายามกลับคืนสู่อำนาจ และสามารถติดต่อพูดคุยกับตนได้ตลอดเวลา
ขณะเดียวกันเมื่อถูกถามว่า ถอดใจกับความพยายามในการเดินทางกลับประเทศไทยหรือไม่ นายทักษิณยืนยันว่า ไม่เคยคิดถอดใจ เพียงแต่ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไทยอีก โดยพร้อมจะเสียสละหากทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และรัฐบาลให้ความเคารพเสียงของประชาชนจริง ๆ
จากทิศทางการเคลื่อนไหวรอบล่าสุดของนายทักษิณ ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงยืนอยู่ในหลักการต่อสู้เดิม ๆ คือ หาหนทางกลับประเทศ และปลุกระดมคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสะท้อนให้โลกเห็นความไม่พึงพอใจคสช. แม้ว่าเครือข่ายระบอบทักษิณจะพยายามอ้างถึงความหวังดีต่อประเทศของนายทักษิณก็ตาม ซึ่งกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ก็มีมุมมองความเห็นไม่ต่างกับคนไทยส่วนใหญ่ ที่ต้องการให้ประเทศสงบสุขและยึดถือครรลองของกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญกว่าการบิดเบือนให้ร้ายประเทศ
