นับวันยิ่งชัด !! "แม้ว" จ้อเวที WPI โจมตีร่างรธน. หวังดีหรือประสงค์ร้าย ???

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

สถานการณ์การเมืองที่ยังครุกร่นด้วยกระแสการร่างรัฐธรรมนูญทั้งในมุมที่คนเห็นด้วยและเห็นต่าง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร  ซึ่งมีจุดยืนชัดเจนในการคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์  เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยข้อกล่าวหาว่ามีความพยายามทำให้กฎหมายสูงสุดของประเทศเป็นประโยชน์สูงสุดต่ออำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย 

 


รวมถึงกรณีล่าสุดที่นายทักษิณใช้เวทีสถาบันนโยบายโลก   หรือ  สถาบันนโยบายโลก  หรือ  World Policy Institute  (WPI) วิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญในเชิงลบ   เหมือนกับพรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช.มีการดำเนินการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง   ผ่านเป้าหมายเช่นที่นายจตุพร พรหมพันธุ์  และ นายณัฐวุฒิ   เคยระบุว่ามีความจำเป็นต้องคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อชี้ให้สังคมโลกเห็นพลังประชาชนในการต่อต้านอำนาจของคสช. 

 

 
 โดยกับเวที WPI   นายทักษิณได้ใช้เวลาช่วงหนึ่งภายหลังจากที่ภาพรวมทิศทางเศรษฐกิจโลกและระบบการค้าเสรีในศตวรรษที่  21  พูดถึงร่างรัฐธรรมนูญของไทยว่า   เป็นไปได้ยากที่จะทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจและสอดคล้องกับความท้าทายในศตวรรษที่ 21   เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการกำหนดให้สภาสูง  หรือวุฒิสภา  มีสมาชิกจำนวน  200   คน  จากการแต่งตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ

 


จุดนี้มีข้อน่าสังเกตุว่านายทักษิณมีเจตนาบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญเหมือนกับที่รัฐบาลและคสช.ออกมาชี้แจงต่อสาธารณะหรือไม่ อย่างไร  เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์  ยังคงกรอบวิธีการสรรหาวุฒิสมาชิกโดยกระบวนการเลือกตั้งทางอ้อม   ส่วนสว.สรรหายังคงเป็นเพียงแนวคิดที่นำเสนอต่อกรธ.เพื่อพิจารณาที่ยังไม่มีข้อยุติแต่อย่างใด 

 


ที่สำคัญนายทักษิณยังได้กล่าวต่อผู้เข้าฟังในเวที WPI ว่าเจตนาของร่างรัฐธรรมนูญไทยที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของกรธ.ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย มีเป้าหมายเพียงเพื่อทำให้วุฒิสภามีอำนาจในการยับยั้งการออกพระราชบัญญัติต่าง ๆ  รวมถึงยังมีเป้าหมายเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญมีขอบเขตอำนาจในการตัดสินคดีที่ขยายวงกว้างมากขึ้น  โดยสามารถจะใช้อำนาจทางตุลาการในการไต่สวนและวินิจฉัยคดีใด ๆ ก็ได้ เมื่อมีบุคคลดำเนินร้องเรียน   และไม่มีข้อยกเว้นหรือเงื่อนไขว่าต้องเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับองค์กรทางการเมือง 

 


นอกจากนี้นายทักษิณ  ยังเชื่อมโยงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญไทยให้สังคมโลกเข้าใจผิด ๆ  และตนเองคือผู้รู้จริงเรื่องประชาธิปไตย  ว่า  หลักการสำคัญของประชาธิปไตยต้องยึดมั่นในการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตย  เพื่อเป็นรากฐานการสร้างความเจริญเติบโตและเสถียรภาพประเทศ    โดยเฉพาะหลักการที่ต้องยึดถือว่าอำนาจตุลาการจะล่วงล้ำอำนาจนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารไม่ได้  เพื่อทำให้ฝ่ายบริหารสามารถบริหารเศรษฐกิจประเทศได้อย่างเหมาะสม  สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว

 


แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยวันนี้  คือ   สิ่งที่ตรงกันข้ามและตนหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์การใช้อำนาจตุลาการในประเทศไทยเกินความจำเป็นขึ้นอีกในอนาคต  และต้องการให้นำไปสู่การทบทวนในประเด็นนี้   เพราะจากประสบการณ์ในหลายประเทศ  ทำให้เห็นว่าเมื่อมีการใช้อำนาจของศาล  โดยไม่ได้มีการถ่วงดุล  ท้ายสุดจะเท่ากับเป็นการทำหน้าที่ของศาลที่ไม่มีระบบตรวจสอบ หรือเท่ากับเป็นการเปิดช่องให้มีการใช้อำนาจยุติธรรมอย่างไม่เหมาะสม    จนนำไปสู่จุดที่เรียกว่าการเตะถ่วงและสร้างอุปสรรคการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจประเทศ

 


ต้องย้ำว่านี่คือบางช่วงบางตอนจากคำพูดของนายทักษิณที่มีการถอดความเป็นภาษาไทยและมีการนำเสนอในทุกสื่อตรงกันว่า  เป็นอีกครั้งหนึ่งที่นายทักษิณตีความร่างรัฐธรรมนูญในแบบที่ตนเองคิด   ส่วนจะเรียกว่าเป็นการบิดเบือนหรือไม่   อย่างไร   ท่านผู้ชมสามารถใช้วิจารณญาณตัดสินใจเองได้  เมื่อเทียบเคียงกับข้อเท็จจริง    ที่มีการเปิดเผยความคืบหน้ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงโดยกรธ.

 

 

 ไม่เท่านั้นนายทักษิณยังให้สัมภาษณ์พิเศษเพิ่มเติมกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ ด้วยการเน้นย้ำอีกว่าร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำอยู่ขณะนี้ จะนำพาประเทศไทยให้ถอยหลังอย่างแน่นอน แต่เมื่อถูกถามว่าจะใช้เงินและเครือข่ายในการรณรงค์ต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายทักษิณอ้างว่าตนเองไม่ได้ร่ำรวยมาก   เพราะทรัพย์สินส่วนใหญ่ถูกยึดไว้ ทำให้ปัจจุบันมีทรัพย์สินรวมทั้งครอบครัวเหลือเพียงประมาณ  1 พันล้านดอลลาร์หรือประมาณ 35,000 ล้านบาท อีกทั้งตนเองคงไม่สามารถทำอะไรได้มาก เนื่องจากไม่ได้อยู่ภายในประเทศ   เพียงแต่หากตนแสดงความกังวลในเรื่องนี้  กลุ่มผู้สนับสนุนก็พร้อมที่จะออกมาเคลื่อนไหวเช่นกัน  รวมถึงฝากถึงรัฐบาลไทยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของตนเอง  ว่าเป็นการความพยายามกลับคืนสู่อำนาจ  และสามารถติดต่อพูดคุยกับตนได้ตลอดเวลา

 


ขณะเดียวกันเมื่อถูกถามว่า ถอดใจกับความพยายามในการเดินทางกลับประเทศไทยหรือไม่ นายทักษิณยืนยันว่า ไม่เคยคิดถอดใจ  เพียงแต่ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไทยอีก  โดยพร้อมจะเสียสละหากทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และรัฐบาลให้ความเคารพเสียงของประชาชนจริง ๆ

 


จากทิศทางการเคลื่อนไหวรอบล่าสุดของนายทักษิณ   ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงยืนอยู่ในหลักการต่อสู้เดิม ๆ คือ   หาหนทางกลับประเทศ   และปลุกระดมคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสะท้อนให้โลกเห็นความไม่พึงพอใจคสช.   แม้ว่าเครือข่ายระบอบทักษิณจะพยายามอ้างถึงความหวังดีต่อประเทศของนายทักษิณก็ตาม   ซึ่งกับพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และหัวหน้าคสช.  ก็มีมุมมองความเห็นไม่ต่างกับคนไทยส่วนใหญ่ ที่ต้องการให้ประเทศสงบสุขและยึดถือครรลองของกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญกว่าการบิดเบือนให้ร้ายประเทศ