- 11 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
แม้ว่าจะจบสิ้นไปแล้วกับการเคลื่อนไหวรอบล่าสุดผ่านเวทีสถาบันนโยบายโลก หรือ WPI ของนายทักษิณ ชินวัตร แต่ดูเหมือนว่ากระแสข่าวที่เกี่ยวข้องตัวนายทักษิณ ยังไม่คงไม่จบสิ้นง่ายๆ
โดยจุดสำคัญก็มาจากสิ่งที่นายทักษิณพูดถึงประเทศไทยในหลายแง่มุม โดยเฉพาะทิศทางรัฐธรรมนูญซึ่งอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ แต่นายทักษิณไปไกลถึงขั้นวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะทำประเทศชาติถอยหลัง
และแน่นอนในส่วนคสช.เองล่าสุดก็มีปฏิกริยาในสิ่งที่นายทักษิณไปพูดที่กรุงนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นทางด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. ที่ออกมาให้ความเห็นกล่าวกรณี นายทักษิณ วิพากษ์วิจารณ์ร่าง รธน. ว่า โดยข้อเท็จจริงสื่อมวลชนไม่ควรไปให้ความสำคัญกับนายทักษิณจนเกินไป เพราะโดยสถานะนายทักษิณเป็นนักโทษที่หนีคดีและไม่ยอมรับกฎหมายของไทย รวมถึงสิ่งที่นายทักษิณพูดก็มักจะมองแต่เรื่องตัวเองและวงศ์ตระกูล โดยไม่ได้มองประเทศและประชาชนในภาพรวม
นอกจากนี้นายทักษิณยังมีแนวคิดทำร้ายบ้านเมืองด้วยการให้ข้อมูลที่บิดเบือนกับต่างชาติ เพียงเพราะนายทักษิณต้องการอยากกลับเข้ามาประเทศ โดยไม่ต้องรับเงื่อนไขกฎหมายของไทย ซึ่งกับประเด็นข้อเท็จจริงเหล่านี้เชื่อมั่นว่าประชาชนส่วนใหญ่จะทราบดีถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ของนายทักษิณผ่านสื่อมาโดยตลอดอยู่แล้ว
นอกจากนี้ พ.อ.ปิยพงศ์ ยังชี้แจงในสิ่งที่นายทักษิณ วิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่มาของสว. ด้วยว่า โดยความเป็นจริงในขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการปฏิรูปเนื้อหาของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 29 มี.ค.นี้ และเชื่อว่าคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ จะดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญที่มีจุดมุ่งหมายนำพาประเทศไปสู่ความสงบสุข มั่นคงยั่งยืน และรักษาประชาธิปไตยได้ รวมถึงเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะช่วยระงับยับยั้งปัญหาในอดีตไม่ให้เกิดขึ้นอีก และไม่ก่อให้เกิดปัญหาใหม่ในอนาคต ส่วนขั้นตอนขบวนการจะมาอย่างไรนั้นให้รอความชัดเจนในช่วงปลายเดือน มี.ค.นี้จะดีกว่าการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งที่ยังมองไม่เห็น
ก็ต้องยอมรับว่ากับปฏิกิริยาต่อนายทักษิณของทีมโฆษกคสช.ค่อนข้างรุนแรง แต่ขณะเดียวกันก็ชัดเจนในข้อเท็จจริงว่าในมุมมองของคสช.เอง รับไม่ได้กับวิธีการบิดเบือนให้ร้ายประเทศของนายทักษิณ เพราะเป็นการสร้างภาพลบให้กับคสช.ที่กำลังมุ่งเดินหน้าปฏิรูปประเทศ
ขณะเดียวกันถึงแม้ว่าการพูดของนายทักษิณ จะมีข้อบ่งชี้หรือเจตนาที่แท้จริงต่อประเทศไทยอย่างไร แต่กับมุมมองของบรรดาเครือข่ายก็ยังคงเห็นว่าสาระการพูดของนายทักษิณเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศไทย สวนทางกับมุมมองของคสช.และบุคคลสำคัญในรัฐบาล รวมถึงประชาชนคนไทยที่ติดตามการเคลื่อนไหวของนายทักษิณในระยะหลัง
โดยบุคคลหนึ่งที่ออกมาพูดในเชิงสนับสนุนนายทักษิณ ก็คือ นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตรัฐมนตรี ซึ่งทำหน้าที่แก้ต่างให้กับนายทักษิณมาโดยตลอด ระบุว่า สิ่งที่นายทักษิณบรรยายในงานของสถาบันนโยบายโลก เป็นการแสดงวิสัยทัศน์ระดับโลกที่เสนอทางออกและชี้ให้เห็นความเชื่อมโยง ระหว่างไทยและโลกผ่านความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ เช่น การส่งออก การลงทุน และจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยได้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงของโลก
ไม่เท่านั้นนายนพดล ยังอ้างด้วยว่าสิ่งที่นายทักษิณพูดนั้น เป็นการพูดอย่างสร้างสรรค์และเนื้อหาก็ไม่ได้โจมตีประเทศ หรือโจมตีใคร ดังนั้นการที่มีคนไปบิดเบือนว่า นายทักษิณไปพูดโจมตีประเทศจึงไม่เป็นความจริง
เช่นเดียวกับ นายวัฒนา เมืองสุข อดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่ระยะหลังมีแนวทางเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและคสช.อย่างโจ่งแจ้ง ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กเช่นทุกครั้ง ว่า สิทธิในการพูดหรือการแสดงความคิดเห็นของนายทักษิณ เป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ที่สากลให้การยอมรับ ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อนายทักษิณถูกเชิญให้ไปแสดงวิสัยทัศน์ในนามส่วนตัว จึงเป็นสิทธิโดยแท้ที่ใครก็ก้าวล่วงไม่ได้ ส่วนความเห็นที่ว่า ความก้าวหน้าและความอยู่ดีกินดีของประชาชน อยู่ที่ความมีเสถียรภาพทางการเมือง และศักยภาพในการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ ก็เป็นการพูดบนหลักการเดียวกันกับที่ประชาคมโลกไม่ว่าจะเป็นสหรัฐหรือสหภาพยุโรปเคยมีความเห็น ไปก่อนหน้านี้ รัฐบาลจึงไม่ควรกลัวความจริง เพราะหากทำดีมีผลงานแล้วไม่ว่าใครจะพูดจาอย่างไรย่อมจะโยกคลอนศรัทธาของประชาชนไม่ได้
ประเด็นนี้สำคัญเพราะไม่ว่าทั้งนายนพดลและนายวัฒนาจะกล่าวอ้างอย่างไร แต่ข้อเท็จจริงก็ปรากฏผ่านสื่อมวลชนทุกแขนง ว่า นายทักษิณที่กลายเป็นนักโทษหนีคดีอาญาและไม่ได้อยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2551 มีแนวคิดและเจตนาการเคลื่อนไหวประสงค์ดี หรือ ประสงค์ร้ายอย่างไรต่อสันติสุขในประเทศไทย
โดยเฉพาะถ้าเทียบเคียงกับสิ่งที่นายทักษิณให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์ก ไทมส์ ล่าสุดว่า ส่วนตัวคงไม่สามารถขับเคลื่อนคัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้มาก เนื่องจากไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่หากตนออกมาแสดงความกังวลในเรื่องนี้ กลุ่มผู้สนับสนุนก็พร้อมจะออกมาเคลื่อนไหว พร้อมกันนี้นายทักษิณยังพูดชัดเจนด้วยว่าไม่เคยถอดใจคิดกลับประเทศไทย
ไม่เท่านั้นกับการนำเสนอบทสัมภาษณ์ของเอเอฟพี ยังระบุด้วยว่า นายทักษิณยังโจมตีรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ว่ามีเจตนาจะอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลว่าไม่มีแนวทางใดๆ ต่อการสร้างความปรองดองในประเทศ และเลือกใช้ช่องทางกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมืองแก่พวกพ้อง ทำให้รู้สึกเป็นห่วงว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งกำลังถูกไต่สวนในคดีทุจริตรับจำนำข้าว อาจไม่ได้รับความเป็นธรรมเช่นเดียวกัน
ซึ่งแน่นอนว่าวิธีคิดของนายทักษิณในลักษณะดังกล่าว เชื่อแน่ว่าภายใต้บรรยากาศการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้น รวมไปถึงการพิพากษาคดีทุจริตรับจำนำข้าว ซึ่งเกี่ยวข้องกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ การเคลื่อนไหวเพื่อปลุกเร้ามวลชนโดยนายทักษิณมีโอกาสจะครุกรุ่น รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ควบคู่ไปกับการสิ่งที่นายทักษิณจะต้องเผชิญกับความรู้สึกต่อต้านจากคนไทยทั่วโลกไม่จบไม่สิ้น
ทั้งนี้ภาพคลิปดังกล่าวเป็นปฏิกิริยาคนไทยในสหรัฐที่ติดตามการเคลื่อนไหวของนายทักษิณภายหลังการขึ้นเวทีที่สถาบันนโยบายโลก ซึ่งรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจต่อนายทักษิณที่ยังคงเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลที่ไม่ใช่พวกพ้องตัวเองอย่างต่อเนื่อง ประเด็นก็คือว่านายทักษิณทำชีวิตตัวเองแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน เพราะการกระทำที่สวนทางกับคำพูดย่อมไม่มีทางเลยที่จะทำให้ชีวิตของนายทักษิณมีความสุขอย่างแท้จริง
