- 12 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ภายหลังจากผ่านพ้นการประมูลคลื่น 4 จีมาแล้วแต่อนาคตของวงการโทรคมนาคมไทยกลับไม่มีความแน่นอนเหมือนกับที่ทุกฝ่ายนั้นได้ตั้งความหวังไว้ทั้งกรณีที่จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ JAS ที่ไม่สามารถหาเงินค่าประมูลไปชำระให้แก่ กสทช.จนไม่รู้ว่าอนาคตของคลื่น 4 จีที่ JAS ประมูลได้ไปนั้นจะเดินไปในทิศทางใด
ขณะที่อีกด้าน AIS ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานคลื่น 900 เดิมก็มีปัญหาเรื่องการโอนผู้ใช้บริการ จนเกิดความเป็นกังวลว่าอาจจะทำให้ผู้ใช้บริการหลายล้านคนซิมมือถือดับกันเลยทีเดียว
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมมาคม (กทค.)มีมติให้สำนักงาน กสทช.เชิญบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(เอไอเอส) บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน้ทเวอร์ค จำกัด (AWN) บมจ.ทีโอทีและบริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด (TUC) เจรจาในวันที่ 9 มี.ค. 2559 เกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะก่อนเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ย่าน 900 MHz ตามที่ TUC ยื่นข้อเสนอว่า พร้อมให้เอไอเอสและAWN เช่าโครงข่าย 900MHz ได้อีก 3 เดือน ในอัตราเดือนละ 450 ล้านบาท หลังจากที่ TUC นำเงินประมูลงวดแรกมาชำระและได้รับใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการจาก กสทช.แล้ว
โดยนายฐากร ยังบอกอีกด้วยว่า บอร์ด กทค.รับทราบข้อเสนอแล้ว มองว่าสามารถทำได้ตามมาตรา 46 พรบ.กสทช.ถือเป็นการเช่าใช้โครงข่ายเสมือนเป็น MNVO หากเจรจาตกลงกันได้ ทาง Ais และ Awn ก็จะใช้คลื่นได้ทั้ง 20 MHz โดยจ่ายค่าเช่าเดือนละ 450 ล้านบาท ให้กับ TUC และ กสทช. ในฐานะที่ยังเป็นผู้ถือครองคลื่นในส่วนของแจส โมบาย แต่ ถ้าแจส โมบาย มาจ่ายเงินค่าประมูลก็จะได้ค่าเช่าตรงส่วนนี้ไปด้วย
นาย ฐากรกล่าวว่า หากผู้ประกอบการไม่สามารถตกลงกันได้ กสทช.จะใช้อำนาจตามมาตรา 63 พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม ให้มีการเช่าโครงข่าย เพื่อไม่ให้ลูกค้าที่ยังใช้งานบนโครงข่าย 900 MHz จำนวน 8.8 ล้านราย (ลูกค้า ais 2G 8แสนราย ลูกค้า AWN ที่โรมมิ่งอีก 8ล้านราย) ต้องซิมดับ ถือเป็นการป้องกันประโยชน์สาธารณะในกรณีฉุกเฉิน และหากยังไม่สามารถดำเนินการได้ก็จะเสนอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราวบังคับ
ซึ่ง คณะกรรมการกิจการโทรคมมาคมได้นัดผู้บริหารจาก AIS และทรูเพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้ลูกค้าในกลุ่ม เอไอเอสเดิมเกิดซิมมือถือดับโดยทรูก็ได้อาศัยช่องว่างนี้ยื่นข้อเสนอไปให้เอไอเอสและทีโอทีในการยื่นข้อเสนอในครั้งนี้
โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ทรูคอร์เปอเรชั่น กล่าวว่า การอนุมัติใบอนุญาตจะทำให้ผู้บริโภคที่ใช้คลื่นดังกล่าว 8 ล้านราย ใช้งานไม่ได้หรือซิมดับ จึงได้ยื่นข้อเสนอให้ กสทช. ให้ตั้งไตรภาคีขึ้นมารองรับเรื่องนี้เป็นเวลา 3 เดือน โดยบริษัทจะให้คลื่น 900 MHz 5MHz บมจ.ทีโอทีให้อุปกรณ์ส่งสัญญาณและเอไอเอสให้ระบบบริหารจัดการแก่ กสทช.เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค
คลื่น 900 MHz จำนวน 5 MHz ที่เอามาร่วมฟรีเป็นเวลา 3เดือน เพราะถึงจะเร่งสร้างโครงข่ายคลื่น 900 MHz ตั้งแต่ต้นปี แต่กว่าจะคลอบคลุม 97 % ของประชากร ก็ต้องรอถึงเดือน พ.ค. จำนวน 16000 และสิ้นปี20000 สถานี จึงให้คลื่นนี้แก่ กสทช.ไปช่วยผู้ใช้ซิมจะดับอยากให้ทุกคนละทิ้งเรื่องการแข่งขัน ช่วยผู้บริโภคก่อน
บริษัทหารือ กสทช.เท่านั้น แต่ยัง ไม่ได้พูดคุยกับเอไอเอส และทีโอที แต่ให้ กสทช.เป็นตัวกลางโดยหลังชนะประมูล คลื่น 900 MHz มีผู้บริโภคหลายล้านรายสนใจย้ายโครงข่ายเข้ามาใช้งานกับบริษัทตั้งแต่เดือน ม.ค. 2559 แบ่งเป็นผู้ใช้ระบบ เติมเงิน 80% รายเดือน 20% แต่มีการโอนย้ายสำเร็จเพียง 8% เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายอื่น
จากเรื่องของซิมดับเรามาติดตามกันต่อที่อนาตของที่จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ JAS ว่าจะสามารถนำเงินมาชำระค่าประมูลกับ กสทช.ได้หรือไม่
แผนการหาเงินทุนบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) ในการหาเงิน เพื่อชำระค่าใบอนุญาต 4จีบนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์เหลือเวลาเพียง 1สัปดาห์ โดยครบกำหนดในวันที่ 21 มี.ค.นี้ ล่าสุดยังไม่มีข้อสรุปจะออกมาในรูปแบบใด และเมื่อสำรวจความคิดเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินมีความเห็นที่สอดคล้องกันคือการจัดสรรหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง(พีพี) ให้กับต่างชาติเป็นทางออกที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด
แหล่งข่าวที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การที่บริษัทจัสมินได้มีการเตรียมความพร้อม ในเรื่องการซื้อหุ้นคืน 1.2 พันล้านหุ้น คิดเป็น 20% หรือการประกาศจ่ายเงินปันผล 0.30 บาท ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมในการเรื่องปรับโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับพันธมิตรต่างชาติที่จะเข้ามาสนับสนุนในธุรกิจมือถือ ซึ่งคาดว่ามีการเจรจาและเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว แต่บริษัทและธนาคารพันธมิตรไม่ยอมเปิดเผย "คนในวงการการเงินต่างมึนกับสิ่งที่บริษัทจัสมินเลือกทำเพราะในภาวะที่บริษัทต้องการเงินทุนแต่ผู้บริหารกลับเลือกนโยบายการนำเงินออกจากบริษัท ทั้งเรื่องการปันผลและซื้อหุ้นคืน ซึ่งในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินเชื่อว่าบริษัทจะมีการปรับโครงสร้างทุนในเร็วนี้"
หากพิจารณารูปแนวทางการระดมทุนที่เร็วสุด คือ แนวทางแรกเป็นการเพิ่มทุนแบบพีพี โดยผู้ถือหุ้นใหญ่จะแบ่งหุ้นที่ถืออยู่ มาจัดสรรให้กับพันธมิตรต่างประเทศ ที่จะเข้ามาร่วมทุนคืออาจจะเป็นกลุ่มเกาหลี หรือญี่ปุ่น ซึ่งบริษัทเคยประกาศไว้ เนื่องจากการเพิ่มแบบพีพีในส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่
สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องขอมติคณะกรรมการหรือประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นวิธีที่เร็วที่สุด แต่วิธีการนี้เงินทุนจะเข้าไปยังผู้ถือหุ้น แต่ไม่เข้าบริษัทโดยตรง ซึ่งหากใช้วิธีนี้ อาจจะมีการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มบริษัทจัสมินเกิดขึ้น
แนวทางที่สอง บริษัทจัสมิน จะต้องประกาศเพิ่มทุนก่อนที่จะประกาศระยะเวลาการซื้อหุ้นคืน และนำหุ้นไปจัดสรรให้พันธมิตรแบบพีพี ซึ่งอาจจะมีการทำข้อตกลงไว้ก่อนจะให้พันธมิตรเข้ามา จากนั้นพันธมิตรต่างชาติที่เข้ามาเป็นหุ้นส่วน ก็จะนำแบงก์ต่างชาติที่เป็นพันธมิตรเข้ามาร่วมให้วงเงินแบงก์การันตี ซึ่งเกณฑ์การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนแบบพีพีตามข้อบังคับของก.ล.ต จะต้องติดระยะเวลาห้ามขายหุ้น 1 ปีอยู่แล้ว แต่วิธีการรูปแบบนี้จะต้องใช้เวลานานกว่าวิธีแรก เพราะต้องผ่านการอนุมัติผู้ถือหุ้น "ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินมองว่าวิธีการเพิ่มทุนแบบพีพีน่าจะเกิดขึ้น รวมทั้งอาจจะมีการปรับโครงสร้างการถือหุ้นกลุ่มบริษัทจัสมิน เพราะจากแนวทางที่บริษัทเลือกที่จะทำต้องมีเป้าหมายอยู่แล้วและเชื่อว่าบริษัทน่าจะหาวงเงินการันตีได้ 21 มี.ค.นี้"
นอกจากยังเชื่อว่า หากบริษัทจัสมินมีแผนการระดมทุนที่ชัดเจนและมีแนวทางที่เป็นไปได้ รวมทั้งมีแบงก์ต่างชาติเข้ามาเป็นพันธมิตรเชื่อว่าอาจจะมีการเจรจากับกสทช.ให้ผ่อนผันเรื่องบางเรื่องเกิดขึ้น เพราะกสทช.คงไม่ต้องการบริษัทจัสมินฯถอนตัว เพราะจะเกิดผลกระทบในวงกว้างเช่น เงินงบประมาณภาครัฐ เครดิตบริษัทและลุกลามไปถึงผู้ถือหุ้นบริษัทด้วย
แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ กล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่การปล่อยกู้ให้กับแจสโมบาย จะมาจากธนาคารต่างชาติ โดยเฉพาะธนาคารที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มทุนใหม่ ที่จะเข้ามาเป็นพันธมิตรกับแจสครั้งนี้ ซึ่งหากเป็นพันธมิตรจากญี่ปุ่น ก็อาจจะเป็นการปล่อยกู้ผ่านธนาคารกรุงศรีที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นกลุ่มเอ็มยูเอฟจี หากเป็นธนาคารต่างชาติแห่งอื่น แม้จะมีขนาดเงินกองทุนที่เล็กก็อาจใช้รูปแบบเดียวกับที่ธนาคารไอซีบีซีไทยปล่อยสินเชื่อให้กับ ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่นด้วยวงเงินกว่า 50% ของแบงก์การันตีวงเงินถึง 73,036.06 ล้านบาททั้งที่เงินกองทุนมีขนาดเล็ก แต่สามารถทำได้ด้วยการขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ให้ธนาคารไอซีบีซีสาขาฮ่องกงออกหนังสือค้ำประกัน หรือStandby L/C มาให้ธนาคารไอซีบีซีไทยเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อแทน
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมาราคาหุ้นจัสมินปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดปิดตลาดที่ราคา 3.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท คิดเป็น 1.09% มูลค่าการซื้อขายรวม 2.47 พันล้านบาท รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า โครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัทจัสมินประกอบด้วยนาย พิชญ์ โพธารามิก 25.85% บริษัทไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด9.92%เอบีเอ็น แอมโร นอมินี สิงคโปร์ 4.82% สเตรท สตรีท แบงก์ ยุโรป 2.87% นาย เกริกไกร ไตรบัญญัติกุล2.01% นอร์ธัสต์ นอมินี 1.02% เดอะแบงก์ ออฟนิวยอร์ก นอมินี 1% เอชเอสบีซีแบงก์ 0.98% และเอชเอสบีซี (สิงคโปร์)นอมินี 0.94%
ขณะที่ฐานะทางการเงินของ JAS นั้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ดังนี้
รายได้ 14,568 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 15,710 ล้านบาท
กระแสเงินสด 7,879 ล้านบาท
สินทรัพย์ 50,795 ล้านบาท
หนี้สิน 33,785 ล้านบาท
ซึ่ง JAS ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz fh;pik8k 75,654 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดที่ต้องชำนะภายในวันที่ 21 มีนาคม 2559 จำนวน 8,040 ล้านบาท
