- 13 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีพ่อค้า-แม้ค้าหัวใสบริเวณตลาดย่านสวนลุมฯแปรรูปเบียร์มาทำไอติม โดยมีการโฆษณาผ่านโซเชียล ซึ่งออกโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ล่าสุดสาธารณสุขลงตรวจพื้นที่งานย่านสวนลุมพินี เจอร้านขายกันแบบโจ๋งครึ่ม รวมทั้งพบด้วยว่าไม่มีใบอนุญาต รวมทั้งมีการแอบขายให้เด็กอายุ ต่ำกว่า 20 ปี
เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ได้รับร้องเรียนพบเห็นการแปรรูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และจำหน่ายในรูปแบบไอติม แท่ง ที่ตลาดนัดกลางคืนย่านสวนลุมพินี อีกทั้งยังมีการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ด้วยนั้น เมื่อคืนวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา จึงนำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบว่ามีการแปรรูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์จริง ซึ่งเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สุรา พ.ศ.2493 ฐานจำหน่ายผิดวิธี อีกทั้งยังจำหน่ายโดยไม่มีการแสดงใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากกรมสรรพสามิต ดังนั้น จึงถือว่าร้านดังกล่าวกระทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ด้วยฐานโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และปรับวันละ 5 หมื่นบาท จนกว่าจะยุติการกระทำ
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่อีก 16 ร้าน กระทำผิด 15 ร้าน โดยพบมีการโฆษณา ลด แลก แจก แถม จำหน่ายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ทั้งหมดนี้มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฐานจำหน่ายด้วยวิธีการต้องห้าม มีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการจำหน่ายให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงผิดฐานโฆษณาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และปรับวันละ 5 หมื่นบาท จนกว่าจะยุติการกระทำ และโทษไม่แสดงใบอนุญาตจำหน่าย ซึ่งทั้งหมดนี้ได้มีการส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้จากการตรวจสอบยังพบว่า ร้านค้าเหล่านี้เคยไปขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิตเพื่อจำหน่ายสุราแล้ว แต่กรมสรรพสามิตไม่ออกใบอนุญาตให้ ดังนั้น เจ้าของพื้นที่จึงได้ไปขออนุญาตแทน และได้ใบอนุญาตมา 20 ใบ จากนั้นจึงมอบให้ร้านค้าเหล่านี้จำหน่ายแทน แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อเดียว ซึ่งพบว่าเจ้าของพื้นที่กับเบียร์ยี่ห้อดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องเป็นบริษัทในเครือกัน ดังนั้น ขณะนี้จึงได้ให้นิติกรผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายพิจารณาว่าจะสามารถเอาผิดเจ้าของพื้นที่ฐานตัวการร่วม หรือผู้สนับสนุนได้หรือไม่ ถ้าเป็นตัวการร่วมโทษจะเท่าผู้จำหน่าย แต่ถ้าเป็นผู้สนับสนุนจะรับโทษ 2 ใน 3" นพ.สมานกล่าว และว่า การขายในพื้นที่เปิดเช่นนี้ปัจจุบันพบมาก แต่ส่วนใหญ่เจ้าของร้านจะเป็นคนขอใบอนุญาตเอง แต่กรณีที่เจ้าของพื้นที่ขอให้นั้น เพิ่งพบเป็นครั้งแรก
ด้าน นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า เชื่อว่ามีอีกหลายพื้นที่ไม่ใช่แค่สวนลุมฯที่ นพ.สมานไปตรวจพบเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่สินค้าในลักษณะนี้จะเป็นเหมือนเทรนด์หรือแฟชั่นของวัยรุ่น อาจจะมีหลายร้านที่ทำตามๆ กัน อีกทั้งมีการคิดค้นการแปรรูปแบบใหม่ๆ ออกมาดึงดูดเยาวชน วัยรุ่น โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก เพราะบางอย่างที่วางขาย เช่น ไอติมแท่งวัยรุ่นที่ไปซื้อบางรายก็อาจไม่ทราบว่ามีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ ร้านขายเหล้ามักมีการคิดค้นรูปแบบการนำเสนอให้เยาวชนสนใจ เช่น เหล้าปั่นที่มีสีสันสวยงามมีรสหวาน หรือปัจจุบันที่กำลังนิยม คือ การนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมดื่มแบบขวด (ready to drink) ไปเสียบขวดคว่ำไว้กับถังใส่น้ำแข็ง ซึ่งวัยรุ่นชอบมาก เพราะสีสันสวยงาม และรู้สึกว่าน่าสนใจ ส่งผลให้อยากลองดื่มในที่สุด
นายธีรภัทร์กล่าวอีกว่า คิดว่าจะต้องมีการเก็บข้อมูลความเปลี่ยนแปลงหรือสถานการณ์แต่ละพื้นที่ว่ามีสินค้า ผลิตภัณฑ์แปลกๆ อย่างไรออกมาเพื่อดึงดูดวัยรุ่นบ้าง และจะมีการจัดเวทีเสวนาถึงกรณีดังกล่าวในช่วงก่อนจะถึงเทศกาลสงกรานต์นี้ นอกจากนี้ ในช่วงสงกรานต์เครือข่ายจะไปเฝ้าติดตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมไป เช่น กรุงเทพมหานคร ถนนข้าวสาร ถนนสีลม เป็นต้น หรือในต่างจังหวัดในสถานที่ที่วัยรุ่นนิยมไปรวมตัวกันมากๆ เป็นต้น
ขณะที่นายขจรศักดิ์ อัครมั่งคั่ง กรรมการผู้จัดการบริษัท สิงห์พัฒนาเชียงใหม่ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายเบียร์สิงห์เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน กล่าวกรณี นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการควบคุมแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินคดีกับร้านขายเบียร์ ที่นำเบียร์มาแปรรูปเป็นเบียร์แท่ง ตามความผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สุรา พ.ศ.2493 และ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ฐานโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่าบริษัทขายเบียร์ตามปกติ ไม่สนับสนุนและส่งเสริมให้นำมาแปรรูปเป็นเบียร์แท่ง เพื่อจำหน่ายลูกค้า เนื่องจากมีความผิดตามกฎหมาย และเป็นการเลี่ยงภาษี ซึ่งบริษัทยึดหลักธรรมาภิบาล ดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย และหลีกเลี่ยงการประกอบธุรกิจดังกล่าว ส่วนพื้นที่เชียงใหม่ยังไม่พบว่ามีการจำหน่ายเบียร์แท่ง หรือเบียร์ไอศกรีมแต่อย่างใด
แหล่งข่าวจากผู้จำหน่ายไวน์และเบียร์ในพื้นที่เชียงใหม่ กล่าวว่า ยังไม่พบร้านจำหน่ายเบียร์แท่ง หรืออัดแท่งเป็นไอศกรีม แต่ไม่นานอาจมีแนวโน้มที่มีร้านบางแห่งใช้วิธีเดียวกับผู้ค้าที่กรุงเทพฯ เพื่อจำหน่ายลูกค้าก็เป็นได้ เนื่องจากเป็นความแปลกใหม่ และเลียนแบบกรุงเทพฯ ตอบสนองกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น อาจเป็นร้านเล็กๆ หรือร้านเหล้าริมทาง ที่ใช้รถเข็นไอศกรีมบังหน้าหวังตบตาเจ้าหน้าที่ โดยมีเป้าหมายดึงดูดลูกค้าในอนาคต
อย่างไรก็ตามจากประเด็นที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นปัญหาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาดูแลอย่างเร่งด่วน เพราะจากกรณีที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะเป็นการเข้าข่ายมอมเมาเยาวชนเนื่องจากรับประทานง่าย และที่สำคัญต้องฝากไปถึงผู้ประกอบการหลายๆท่านด้วยว่าควรคำนึงถึงสังคมมากกว่าประโยชน์ของตัวเอง
