- 15 มี.ค. 2559
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 15 มีนาคม 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สนธิญาณ : สวัสดีครับถาครับ สวัสดีท่านผู้ชมแฟนข่าวทีนิวส์ทุกท่านครับ
สถาพร : วันนี้มีเรื่องอะไรที่ต้องมาติดตามกันครับพี่ต้อยครับ
สนธิญาณ : ชอบใจคำให้สัมภาษณ์คุณณัฐวุฒิ
สถาพร : ที่ว่ามะเร็ง เอดส์หรือเนี่ยครับ
สนธิญาณ : ประเทศนี้มันมีฝ่ายอนุรักษ์ กับฝ่ายประชาธิปไตย เพราะนั้นผมจะประกาศตัวให้ชัดว่าตามคำจำกัดความของคุณณัฐวุฒินะครับ ย้ำตามคำจำกัดความของคุณณัฐวุฒิ ผมเป็นคนที่ยืนอยู่ข้างฝ่ายอนุรักษ์ คุณณัฐวุฒิและเครือข่ายระบอบทักษิณก็ชัดเจนละครับยืนอยู่ข้างฝ่ายประชาธิปไตยแบบทักษิณ ผมมีห้อยท้ายให้ด้วยนะประชาธิปไตยแบบทักษิณ คุณณัฐวุฒิก็ต้องให้คำจำกัดความให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าฝ่ายอนุรักษ์ของคุณณัฐวุฒิหมายถึงใคร อะไร อย่างไร หมายถึงความหมายที่คุณณัฐวุฒิและเครือข่ายคุณทักษิณพูดมาโดยตลอดใช่หรือไม่ว่าหมายถึงระบอบอำมาตย์ และอำมาตย์ที่ว่านั้นเป็นอำมาตย์ตั้งแต่ไหนถึงไหนมีใครเกี่ยวข้องบ้าง หมายถึงสถาบันสูงสุดของประเทศลงมาหรือแค่จะเอาแค่ พล.อ.เปรม หรือเอาแค่กองทัพ เอากันให้ชัด ส่วนทางด้ายฝ่ายประชาธิปไตยของคุณณัฐวุฒิก็เอาให้ชัดว่าเอาถึงไหน ตั้งแต่พักเพื่อไทย ไปจนถึง นปช. ไปจนถึงคุณทักษิณ ไปถึงสหรัฐอเมริกาด้วยหรือไม่ก็ต้องว่าให้ชัด เหตุผลที่ต้องว่าให้ชัด ทางฝากฝั่งนี้ผมเรียนเลยสำหรับผู้คนที่รู้สึกนึกคิดแบบผมก็จะรู้สึกได้ ว่าคนที่เป็นผู้นำทางจิตวิญาณของเราในขณะนี้คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมย้ำนะครับ เป็นผู้นำทางจิตวิญาณ ความหมายของผู้นำทางจิตวิญาณตั้งแต่ในฐานะพุทธมามกะ ซึ่งได้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบดำรงพระองค์อยู่ภายใต้ความเป็นพุทธที่ประชาชนคนไทยเห็นได้อย่างชัดเจน 2 ก็คือการอยู่ในฐานะของนักคิด ฐานะนักคิดของพระองค์ท่านก็คือ ผู้ที่นำเสนอแนวคิดอันสวนทางกับกระแสโลก คนไทยไงครับ กระแสโลกกำลังเป็นไปด้วยระบอบทุนนิยม อำนาจทุนการเงินเข้าครอบงำโลกทั้งโลก ทำให้โลกทั้งโลกเกิดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรง แม้จะระบบการผลิตที่ปกติ แต่คนจำนวนมากต้องพบกับการเดือดร้อนทางภาวะทางการเงิน เพราะการปั่นเงินการค้าเงิน การสร้างกระบวนการทางการเงินให้ไหลไปอยู่ในมือของคนกลุ่มเดียวเหมือนที่ทักษิณ ชินวัตรสร้างในเมืองไทยและกระบวนการเหล่านี้ต้องการจะคุมอำนาจการบริหารทั้งโลกในประเทศที่สำคัญ คุ่มแล้ว ทางเศรษฐกิจก็วิบัติเสียหายไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปก็ตามแต่ ดังนั้นเมื่อเราหันกลับมาดูประเทศไทยพระบาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะผู้นำทางจิตวิญาณ ผู้นำในฐานะพุทธมามกะทำให้เราและคนไทยจำนวนมากรู้สึกและตั้งหนักว่านี้คือทางรอดของโลก ทางรอดที่จะอยู่กับทรัพยากรที่มีอาศัยพึ่งพิงตัวเองจากการผลิตและค้าขายภายในให้เข้มแข็งและค่อยๆ ขยับขยายไม่ใช่เอาชีวิตไปหวังพึ่งกับการส่งออกที่วันนี้มีแต่ตกต่ำลง ตกต่ำลงไม่ใช่ว่าเราขายไม่ได้ ขายไม่ดี ขายไม่เป็น แต่บางอย่างที่บริษัทหรือประเทศผู้ซื้อทั้งหลายไม่มีเงินจะซื้อเพราะสภาพทางเศรษฐกิจถดถ่อยที่ย้ำแย่นะครับ เพราะฉะนั้นเรียนกันให้ชัดเจนว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยมตามที่คุณณัฐวุฒิว่าคิดอย่างนี้ ถูกต้องแล้วครับผมเป็นผู้ที่ยืนอยู่ฝ่ายอนุรักษ์นิยม เพราะในฐานะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้นำทางจิตวิญาณไม่ใช่เป็นเพียงแค่พระมหากษัตริย์ที่ไว้เคารพสักการะบูชา และจงรักภักดีเท่านั้น ย้ำนะครับเป็นผู้นำทางจิตวิญาณ
วันนี้ พล.อ. ประยุทธ์จะยังไงก็ตามแต่กำลังในการผลักดันประเทศให้เดินไปสู่ทิศทางนี้ภายใต้แผนยุทศาสตร์ที่นักประชาธิปไตยในภายใต้ระบอบทักษิณ และพรรคเพื่อไทย อาจจะรวมไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ด้วยได้แสดงทิศทางอันไม่เห็นสมควร เพราะสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์พยายามจะผลักดัน ดันสวนทางกับความคิดในระบอบประชาธิปไตย์ของคนเหล่านี้ แน่นอนละครับ พล.อ.ประยุทธ์มาจากไหน ก็มาจากการยึดอำนาจ นั้นมันคนละขั้วกับประชาธิปไตยในระบบพรรคการเมือง ระบบการเลือกตั้งที่เป็นอยู่ วันนี้รัฐบาลก็พยายามจะประกาศชัดเจนว่าไม่ต้องการให้มีปัญหาบ้านเมืองซ้ำรอยก่อนพฤษภา 57 แล้วต้องการผลักดันแผนยุทธศาสตร์ของชาติภายใต้ นโยบายเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพราะจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เพราะนั้นวันนี้ผมว่ายิ่งพูดยิ่งดีว่าให้ชัด ใครมีความคิดอยู่ด้านไหน และก็เดินกันไปไม่ใช่รบราฆ่าฟันนะครับ ใช้กระบวบการทางสังคมที่มีวันนี้ที่เราต้องเจอ ตั้งประทะกันทางความคิดแน่นอน ก็ต้องไปดูเนื้อหาทางร่างรัฐธรรมนูญ และก็โหวดกันเลยเอากันเลยว่าใครจะเลือกทางไหน ผมเรียนมาโดยตลอดว่า คสช. กับ รัฐบาลอย่าอำๆ อึ้งๆ เอาให้ชัดท่านมีข้อเสนออย่างนี้ว่าไป ประชาชนเอาด้วยก็เอาให้ชัดเจน ประชาชนไม่เอาท่านก็ถอยออกไป เพราะสังคมไม่ตอนรับท่าน ประชาชนคนส่วนใหญ่ไม่ต้อนรับท่าน ท่านจะห่วงบ้านเมืองก็ไม่มีความหมายหรอกครับถ้าประชาชนไม่เอาด้วย แต่หน้าเสียดายนะครับ การแถลงของอาจารย์อุดม กรท. ที่ว่าโยนระเบิดใส่ คสช. นิดหน่อย อาจจะเยอะก็ได้ เพราะบอกว่าสิ่งที่ คสช. เสนอต้องการให้คำในบทเฉพาะการมันไม่ได้เพียงเรื่องที่มาของ สว. เท่านั้นนะมีประเด็นที่หน้าตื่นเต้นจำนวนมากเชื่อว่าหาก กรธ. ปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญตาม คสช. เสนอมาจะถูกวิจารณ์จากสังคมและสื่อมวลชนถล่มอย่างแน่นอน ผมก็เรียนอาจารย์อุดม อาจจะมีสังคมและสื่อมวลชนที่เชียร์ก็ได้นะครับ ก็มาดูว่าสื่อมวลชนและสังคมที่ถล่มนั้นเป็นใครอะไรยังไง ผมว่าสิ่งที่ท่านจะทำความเข้าใจตอนนี้คือสังคมกำลังเปลี่ยน ย้ำนะครับสังคมกำลังเปลี่ยนจะเปลี่ยนทางไหนไม่รู้มาชวนกันวิเคราะห์ แต่เปลี่ยนไม่ใช่ความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ที่พรรคการเมืองสร้างหรือทำมาหรือผ่านการเลือกตั้งมาเพราะถ้าผู้คนคิดแบบนั้นไม่มีใครเชียร์ คสช. ประชาชนทั้งประเทศจะลุกขึ้นต้าน คสช. เหมือนที่เคยต้านกองทัพและรัฐบาล พล.อ.สุจินดา เมื่อพฤษภา 35 มาแล้ว แต่วันนี้ที่ คสช. อยู่ได้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้รับแรงเชียร์จากประชาชนไม่ว่ากระแสจะไปทิศทางไหนเพราะคนเขาเบื่ออีกข้าง 1 เบื่อไอ้พวกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยหรือใครก็ตามแต่ที่ร่วมกันถล่มและก็ทำให้ประเทศชาติเสียหายมาจนถึงปัจจุบันความคิดไม่เคยมียุทธศาสตร์ลอกประชานิยมกันไปกันมา เข้ามาบริหารประเทศก็ทุจริตโกงกินกัน นั้นคือสิ่งที่ประชาชนเขาเบื่อหน่ายผมว่าเอา ว่ากันชัด กรรมมาธิการร่างรัฐธรรมนูญถ้าไม่ชอบใจก็ลาออกนะครับ แต่ถ้าคิดว่าทำไปเพราะเสียงประชาชน ทำไปให้ประชาชนวัดนะครับก็ว่ากันไป ท่านในฐานะกรรมาธิการร่าง ท่านก็ร่างมาแล้ว คสช. เขาเสนอมาในบทเฉพาะการก็ว่าให้ชัด เนื้อหาของท่านก็ไม่ได้ถูกแปลเปลี่ยนแต่อย่างใดเพียงแต่มันจะยืดระยะเวลาไปหน่อย แต่ท่านอาจารย์มีชัยก็ไม่ได้ว่าอย่างนั้นนะครับ อาจารย์มีชัยก็เหมือนถาที่นำเสนอข่าวไปแล้วสักครู่ อาจารย์บอกว่าข้อเสนอของ คสช. มีน้ำหนักเพราะเป็นหนังสือจากคนที่รับผิดชอบบ้านเมือง ถูกต้องครับ พล.อ. ประยุทธ์ คสช. กองทัพ รับผิดชอบบ้านเมือง ทำให้ที่ประชาชนตัดสินอย่าคิดว่าเป็นเผด็จการถือปืน แล้วประชาชนจะตัดสินไม่ได้นะเหมือนผมย้ำอยู่เสมอว่าวันนี้ยืนอยู่ได้เพราะประชาชนโอบอุ้มจะรู้สึกตัวไม่รู้สึกตัวก็ตามแต่ ผมรู้สึกเชียร์โอบอุ้มอาจจะเป็นกำลังเล็กๆ น้อยๆ เป็นเสียง เล็กๆ น้อยๆ ไม่มีศักยภาพอะไรหรอกครับ แต่ก็เป็นเสียงที่โอบอุ้มอยู่เห็นถึงความตั้งใจดี ความฉลาด ความคิดในเชิงยุทศาสตร์ เห็นการไม่ทุจริตคอรัปชั่น เห็นความพยายามเอาแนวคิดตามพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงจากผู้นำด้านความคิดของเรามาแปลมาใช้ทางปฏิบัติเป็นทางรอดของประเทศ ไม่ใช่ไปไหลตามกระแสทุนนิยมที่กำลังเป็นอยู่นะครับ ประเทศไม่สามารถคิดแต่เรื่องการเมืองอย่างเดียวมันต้องจัดระบบความสัมพันธ์กันไปเรียนทฤษฎีไหนๆ มาก็ตามแต่ระบอบเศรษฐกิจกับระบบการเมืองจะต้องสัมพันธ์กัน ก็คิดว่านั้นเป็นเรื่องที่ประชาชนจะต้องเลือกละครับ ทำให้การร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องระมัดระวัง การลงทุนก็ต้องระมัดระวังเป็นข้อเสนอที่ฟังแล้วหน้าตื่นเต้นอาจหงายหลังได้และหากทำตามข้อเสนอจริง หลักการหลายข้อในร่างรัฐธรรมนูญจะแปลเปลี่ยนนี้คือสิ่งที่อาจารย์อุดมว่านะครับ ก็คิดพิจารณากันวันนี้ก็ให้คนไทยมีสติและก็ใช้วิจารณญาณเลือก อย่าไปติดเรื่องจุกจิกๆ เล็กน้อย ดูกันเลยว่าหลักการใหญ่จะเดินข้างเลือกตั้ง ข้างนักการเมือง ข้างทักษิณหรือจะเดินข้าง คสช. คสช.ก็ผมย้ำต้องฟังถ้าประชาชนไม่เอาท่าน ท่านต้องถอยออกกองทัพก็ทำอะไรไม่ได้ แถมท้ายอีกนิดหนึ่งเวลายังเหลืออยู่ไหมถา
สถาพร : ครับผม ครับพี่ต้อย เชิญครับ
สนธิญาณ : เรื่องของ พล.อ.ชวลิต นะครับ ผมเรียนแบบนี้เป็นนโยบายผ่านทางโทรศัพท์ที่คุยกับถา สำหรับเหตุการณ์ล่าสุดของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เอาจะเลิกแสดงข่าวที่เกี่ยวข้องและต่อเนื่องจากข่าวการจัดตั้งกองกำลังของ พล.อ.ชวลิต เรียนไปทางกอง บก. ทุกคนทุกท่าน ที่นำเสนอมาได้วินิจฉัยแลกเปลี่ยนกันแล้วในกอง บก. ต้องให้ประชาชนได้เห็น แต่ถึงเวลานี้ประชาชนไม่รับทราบกันแล้วคือเป็นเรื่องไรสาระให้รับทราบว่าไร้สาระทีนิวส์จะหยุดนำเสนอข่าวอันเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ชวลิต หรือการมาพูดเรื่องพวกนี้ ไร้สาระจริงๆ คือถ้าแน่จริงมีกองกำลังแบบนั้นนะครับมันแปลเปลี่ยนประเทศไปได้แล้วนะครับ ไม่ต้องมานั่งตั้งโต๊ะแถลง บอกว่าจะเป็นตัวกลางจะเป็นโน้นเป็นนี้อาจจะสัมพันธ์ไม่สัมพันธ์กับคุณทักษิณก็ตามแต่ ในวัยขนาดแบบนี้ก็ตามแต่ แต่กระแสที่เคลื่อนไหวผมบอกแล้วว่าสังคมมันไป 2 ขั้ว คนกำลังใคร่ครวญว่าจะไปทางไหนท่านก็ไหว้ครับทำตัวเป็นข้อโซ่กลาง เพราะเป็นโซ่ข้อกลางที่ไม่มีราคาดังนั้นนะครับจึงจะเป็นข้อสรุปให้แฟนข่าวทีนิวส์ได้เห็นได้รับทราบว่าถ้าไม่มีข่าวของ พล.อ.ชวลิต อันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พึ่งมาแถลงก็อย่าได้แปลกใจเพราะไม่มีราคาอะไรที่จะต้องไปติดตามไปวินิจฉัยสังคมทั้งหลายก็หยุดเยื้องแต่เพียงหยุดก่อนที่ผู้นำเสนอข่าวที่ต้องไปถามคนโน้นไปถามคนนี้เราจะหยุดแล้วครับ ลาแล้วครับสวัสดีครับ
สถาพร : ขอบคุณครับพี่ต้อยครับ!!
