"เมียนมาร์" ส่อเป็นประชาธิปไตย - แรงงานข้ามชาติอยู่หรือทิ้งไทย ตอน1

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th


วันนี้ (15 มี.ค. 59) รายการทีนิวส์ สด.ลึก.จริง โดยคุณวันเฉลิม จันทรากุล ได้ลงพื้นมหาชัย จ.สมุทรสสาคร ที่สำนักงานมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน เพื่อสอบถามความคิดของพี่น้องชาวเมียนมาร์ และชาติพันธุ์ต่างๆ ว่ามีความเห็นต่อสภาพการเมืองในเมียนมาร์อย่างไร รวมถึงวันหนึ่งหากเมียนมาร์สงบพวกเขาซึ่งเป็นแรงงานข้ามชาติที่ช่วยในการที่จะสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยจะกลับไปสู่บ้านเกิดเมืองนอนหรือไม่ รวมไปถึงในปัจจุบันสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรบ้าง และมีหน่วยงานไหนบ้างที่เข้าไปช่วยเหลือ ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรติดตามได้จากรายงาน

 

 

 

 

วันเฉลิม : สวัสดีครับท่านผู้ชมครับวันนี้ผมอยู่ที่มหาชัย อยู่ที่สำนักงานของมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน เมื่อพูดถึงมหาชัยหลายท่านก็คงจะรู้กันเป็นอย่างดีว่าที่นี่มีแรงงานข้ามชาติอยู่จำนวนมากโดยเฉพาะพี่น้องชาวเมียนมาร์ ล่าสุดที่น่าสนใจคือหลังการเลือกตั้งในพม่าแล้วตอนนี้ในส่วนของอองซานซูจีซึ่งพรรคของเธอได้เสียงท่วมท้นและได้มีการเสนอรายชื่อผู้ที่จะมาเป็น ประธานาธิบดีแล้ว ซึ่งมีการมองกันว่า ซูจี จะเป็นความหวังในการที่จะนำเมียนมาร์ไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งจากการที่ เมียนมาร์มีแนวโน้มอย่างนี้แล้วเราจะมาดูกันว่า ในส่วนความคิดของพี่น้องชาวเมียนมาร์ และชาติพันธุ์ต่างๆเขามีความเห็นต่อสภาพการเมืองในเมียนมาร์อย่างไร รวมถึงวันหนึ่งหากเมียนมาร์สงบพวกเขาซึ่งเป็นแรงงานข้ามชาติที่ช่วยในการที่จะสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยจะกลับไปสู่บ้านเกิดเมืองนอนหรือไม่รวมไปถึงในปัจจุบันสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรบ้างมีหน่วยงานไหนบ้างที่เข้าไปช่วยเหลือ วันนี้เราจะมาพูดคุยเจาะลึกให้เห็นชัดๆ

 

 

วันนี้มีผู้ร่วมรายการหลายท่านด้วยกันและที่ท่านผู้ชมเห็นอยู่ก็เป็นพี่น้องชาวเมียนมาร์และก็เป็นพี่น้องชาติพันธุ์ที่เป็นผู้มาใช้แรงงานอยู่ในมหาชัย วันนี้แขกที่จะมาพูดคุยกับเรา ท่านแรกเป็น ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน คุณปฏิมา ตั้งปรัชญากูล ท่านที่สองเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวเมียนมาร์ แรงงานข้ามชาติที่จะมาพูดคุยกับเราคือ คุณทิน หม่องนี และอีกท่านหนึ่งที่จะมาช่วยแปลภาษาคือ น้องยี มอนอู และอีกท่านที่จะมาช่วยในการแปลภาษาในการที่จะสื่อภาษาเพื่อที่จะให้การพูดคุยในวันนี้ได้เข้าถึงความจริงมากขึ้นเข้าถึงรสชาติในการพูดคุยมากขึ้นคือคุณ เขมามร เรามาเริ่มต้นถามในส่วนของทางมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานก่อนคือ คุณปฏิมา ตั้งปรัชญากูล ในส่วนของสำนักงานซึ่งทราบว่าที่นี่เป็นศูนย์ในการช่วยเหลือพี่น้องชาวเมียนมาร์และแรงงานข้ามชาติในกรณีที่มีปัญหา และอยากให้เล่านิดนึงในส่วนของกิจกรรมที่เราช่วยเหลือและปัญหาที่เราพบส่วนใหญ่เป็นอย่างไร

 

 

ปฏิมา : แรงงานข้ามชาติในสมุทรสาคร และตัวทางมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานได้เริ่มงานมา 10 ปีแล้ว ในแต่ละปีก็จะมีแรงงานที่ประสบปัญหาปีละไม่ต่ำกว่า 1 พันคน แล้วก็สภาพปัญหาหรือสิ่งที่เขาจะเข้ามาขอความช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการเข้าไม่ถึงสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นล่าม หรือคนที่จะคอยช่วยแก้ปัญหา จำเป็นจะต้องมีมูลนิธิเป็นตัวกลางในการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ ที่ของทางมูลนิธิเองมีศูนย์ labour center เป็นศุนย์ให้คำปรึกษากับแรงงานข้ามชาติ

 

 

วันเฉลิม : อันนี้เป็นพี่น้องข้ามชาติจากประเทศไหนบ้างครับที่กำลังดูแลอยู่

 

 

ปฏิมา : ในส่วนของทางมูลนิธิ ดูแลทั้ง 3 สัญชาติ ลาว พม่า กัมพูชา ส่วนแรงงานไทยก็มีด้วยเหมือนกันที่เข้าไม่ถึงสิทธิในด้านของค่าจ้างค่าแรง

 

 

วันเฉลิม : ปัญหาที่เราพบเจอ ที่มาร้องเรียน

 

 

ปฏิมา : เรื่องของอุบติเหตุจากการทำงาน บางคนสูญเสียอวัยวะ อันนี้เขาไม่สามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้ และเราจำเป็นจะต้องนำเขาสู่กระบวนการทางกฎหมาย แจ้งประกันสังคม กับประเด็นของค่าจ้างค่าแรง หรือเรื่องใหญ่เลยคือเรื่องของการค้ามนุษย์ คือบางคนถูกบังคับทำงาน และบางคนเป็นแรงงานขัดหนี้คือเข้าเมืองมาและต้องใช้หนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเขาไม่รู้ว่าภาวะหนี้เขาเกิดจากอะไร อันนี้คือประเด็ดหลักๆและแนวโน้มของช่วงนี้

 

 

วันเฉลิม : คือโดยส่วนใหญ่เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่อย่างไร

 

 

ปฏิมา : ครึ่งต่อครึ่งเลยค่ะ ก็คือครึ่งนึงถูกกฎหมาย อีกครึ่งนึงอาจจะอยู่แบบผิดกฎหมาย เพราะว่าเขาอาจจะยังไม่รู้ว่าเขาจะทำเอกสารอย่างไร หรือว่ามีกระบวนการนายหน้าซึ่งล่อลวงเขามาแล้วทำให้เขาอยู่แบบผิดกฎหมาย

 

 

วันเฉลิม : และการช่วยเหลือของเรา เมื่อเราทราบปัญหานี้ใครแจ้งมาอย่างไรครับกับกระบวนการทำงานตรงนี้

 

 

ปฏิมา : แรงงานจะแจ้งเข้ามาเอง หรืออาจจะมีตัวแทน แกนนำในชุมชน หรือคนไทยที่บอกว่า "ถ้าคุณเดือดร้อนนะคุณโทรเข้ามาที่นี่" แล้วก็หรือส่วนหนึ่งก็จะเดินทางเข้ามาแจ้งเพื่อร้องขอความช่วยเหลือเข้ามาที่ศูนย์ labour center ค่ะ ทั้งทางโทรศัพท์ คือมาทุกทาง

 

 

วันเฉลิม : เรียกได้ว่าเราก็อำนวยความสะดวก ในกรณีที่มีปัญหาก็สามารถแจ้งเข้ามาได้

 

 

ปฏิมา : ค่ะ 

 

 

วันเฉลิม : ทีนี้มาที่พี่น้อง จะถามนิดนึงนะครับเดี๋ยวก่อนที่เราจะไปดูว่าในส่วนของพี่น้องที่มาตรงนี้ มีปัญหาในลักษณะไหนอย่างไรบ้าง และก็มีการช่วยเหลืออย่างไร และก็อยากให้ทางรัฐบาลไทยได้ช่วยเหลือพวกเขาอย่างไรบ้าง

 

 

ช่วงนี้เรามาดูในส่วนของทางด้านการเปลี่ยนแปลงในพม่า ก็ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้นหลังจากอองซานซูจีได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น และได้มีการเสนอรายชื่อประธานาธิบดี

 

 

เราได้ทราบความเคลื่อนไหวในเมียนมาร์หรือไม่เรื่องของการที่จะมีรัฐบาล และมีตรงนี้เราคิดว่าจะดีอย่างไรบ้างหลังจากที่เราจะมีรัฐบาลที่คาดหวังว่าจะเป็นประชาธิปไตย เดี๋ยวรบกวนน้อง ยี มอนอู ช่วยแปลให้นะครับ

 


ยี มอนอู (ล่ามแปล) ทิน หม่องนี : คิดว่าจะดีขึ้นเพราะคิดว่าอองซานซูจีจะนำประชาธิปไตย และคิดว่าทหารไม่ทำจริง ซึ่งอองซานซูจี จะดำเนินงานโดยตรง

 

 

วันเฉลิม : พูดง่ายๆคือมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลอองซานซูจีจะดำเนินงานจริงจัง และมีความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่อย่างไรบ้าง

 

 

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ทิน หม่องนี : มีความคาดหวังอย่างเยอะ และที่สำคัญก็คือการศึกษาของเด็กกับธุรกิจ เพราะว่าตอนรัฐบาลทหารมันปิดบังการศึกษาเด็กไว้ เหมือนถ้าเด็กโตมาโดยความกลัว ธุรกิจก็ไม่มีไอเดียอะไรเปิดขึ้นมา และอยากให้รัฐบาลให้โอกาสการศึกษาให้มากขึ้น และสร้างธุรกิจมากขึ้น

 

 

วันเฉลิม : อยากทราบว่าโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจเขามีความคาดหวังต่อรัฐบาลอองซานซูจีอย่างไรบ้าง

 

 

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ทิน หม่องนี : คิดว่าถ้อองซานซูจีขึ้นมาก็จะมีทุกประเทศเข้ามาช่วยเหลือ โดยเขาได้ยินว่าเมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมา ประเทศญี่ปุ่นจะเข้ามาช่วยด้านการศึกษา และจะเอาเด็กที่เรียนเก่งๆในพม่าไปศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วจะส่งครูเข้ามาช่วยเหลือในพม่าด้วย และที่หวังคือด้านการศึกษา

 

 

วันเฉลิม : ที่นี้ปัญหาที่คิดว่าสำคัญที่สุดในพม่า เราคิดว่าเป็นเรื่องอะไรที่อยากให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

 

 

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ทิน หม่องนี : ที่จะให้เปลี่ยนแปลงก็คือกฎหมาย 2008 ที่ตั้งขึ้นมาไม่ให้อองซานซูจีเป็นประธานาธิบดี แต่ไม่ได้เสียใจจากกฎหมายนั้น แต่อยากให้เปลี่ยนแปลงมากกว่า เพราะว่าคนที่จะขึ้นมาก็คือเป็นอองซานซูจีเลือกขึ้นมาเอง จึงไม่เสียใจมากแต่อยากให้เปลี่ยนแปลงกฎหมายมากกว่า ในเปลี่ยนแปลงแล้วในพม่าก็จะเป็นธรรมมากขึ้น เหมือนถ้ามีปัญหาอะไร ขึ้นศาลอะไรก็จะกล้าพูดกล้าแสดงออกไม่ต้องกลัวใคร

 

 

วันเฉลิม : อองซานซูจีเลือกคนขับรถคือ ติน คยอว์ ซึ่งเป็นคนใกล้ชิด และอยากถามว่าเห็นด้วยหรือไม่

 

 

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ทิน หม่องนี : ตั้งแต่อองซานซูจี ถูกกักขัง แล้วพ่อของ อู ทิน จ่อ คือเป็นนักเขียนซึ่งทำงานให้กลับพ่อ อองซานซูจี แล้วการที่ อู ทิน จ่อ กับ อองซานซูจี จะมาร่วมมือกัน ก็เห็นด้วย

 

 

วันเฉลิม : ก็เป็นที่คาดหวังว่าอองซานซูจีขึ้นมาประเทศต่างๆก็จะเข้าไปลงทุนมากขึ้น ก็คาดว่าเศรษฐกิจของพม่าจะดีขึ้น ถึงเวลานั้นเราจะเดินทางกลับประเทศหรือไม่ หรือเราจะยังอยู่ที่ประเทศไทย

 

 

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ทิน หม่องนี : คิดว่าอยากกลับไปเพราะว่าเราออกมาในไปเทศอื่นทำงานในประเทศอื่นเพราะว่าธุรกิจเศรษฐกิจ ถ้าธุรกิจเศรษฐกิจของประเทศเราดีขึ้นก็ไม่มีใครอยากมาประเทศอื่น เพราะเรานับถือศาสนาพุทธ ถ้าไปประเทศอื่นก็ไม่มีโอกาสจะไปวัด ไปทำบุญ แล้วอีกเรื่องหนึ่งคือหากเจ็บป่วยไปโรงพยาบาลก็ไม่รู้ภาษาของคนอื่น ไม่เข้าถึงสิทธิ แล้วเด็กๆก็สูญเสียโอกาสการศึกษา ถ้าธุรกิจเศรษฐกิจประเทศตัวเองดีขึ้นก็อาจจะกลับไป

 

 

วันเฉลิม : อยากจะฝากอะไรถึง อองซานซูจี ผ่านรายการนี้อะไรบ้างครับ

 

 

ยี มอนอู ล่ามแปล ทิน หม่องนี : ตอนที่อองซานซูจีถูกรัฐบาลทหารกักขังแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ และต่อสู้เพื่อประเทศตัวเองจนมาถึงตอนนี้ ภาคภูมิใจมาก