- 15 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ติดตามกันที่ประเด็นการจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งการประชุมคณะรัฐมนตรีมีการหารือถึงการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งล่าสุดคณะรัฐมนตรี ได้ส่ง ข้อเสนอให้ กรธ. เรียบร้อยแล้ว ทั้งเรื่องสมาชิกวุฒิสภาสรรหา และเรื่องการทำประชามติ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าว หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ได้รส่งข้อเสนอให้ กรธ.แล้ว ซึ่งมีประมาณ 4-5ประเด็น ทั้งเรื่องสมาชิกวุฒิสภา สรรหา และเรื่องการทำประชามติ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพราะเกรงว่าถ้าพูดไปเดี๋ยวจะไม่ตื่นเต้น และเป็นประเด็น
ส่วนกรณีที่นาย มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ไม่เข้าร่วมประชุมแม่น้ำ 4สายนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า ส่วนตัวไม่ได้มีการเชิญตั้งแต่แรกแล้ว เนื่องจากนายมีชัย มีหน้าที่เป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ
ส่วนจะให้มีการบัญญัติใส่เรื่อง สว.สรรหาลงไปใน รธน.หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นหน้าที่ของทาง กรธ.ที่จะเป็นผู้พิจารณา แต่ข้อเสนอที่ส่งไปนั้น หากจะมองว่าเป็นการเสียประโยชน์ ส่วนตัวไม่กลัว ถ้าไม่ผ่านก็จะกลับมาร่างใหม่ เพราะส่วนตัวมีอำนาจในการดำเนินการอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ มีเหตุผลเพราะทำเพื่อให้บ้านเมืองสงบ โดยไม่มีเจตนาที่จะสืบทอดอำนาจ และจะไม่เขียนให้ สว.มีอำนาจในการถอดถอน หรือ ปลดบุคคลใดทั้งนั้น
การทำหน้าที่ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ถูกกระแสกดดันจากหลายภาคส่วน และที่ผ่านมาก็เน้นย้ำมาโดยตลอดว่า การทำงานนั้นเป็นไปด้วยอิสระ ซึ่ง คสช.ไม่สามารถบีบบังคับให้ทำตามข้อเสนอแนะในการแก้ไขร่าง รธน.ได้
ซึ่งหลังจากที่นายมีชัย รับทราบว่าทางนายกรัฐมนตรีไม่ได้แถลงรายละเอียดของข้อเสนอรัฐบาลที่ส่งถึง กรธ. ก็ได้แจกแจงรายละเอียด เอาไว้ดังนี้
สำหรับข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญ มีจำนวนทั้งสิ้น 6 หน้า ลงนามโดยพลเอกธีรชัย นาควานิชเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ลงวันที่ 13 มีนาคม 2559 โดยมี 3 ข้อ มีสาระสำคัญคือ
ข้อที่ 1 ควรมีบทเฉพาะกาลให้สมาชิกวุฒิสภาชุดแรกมาจากการคัดสรร หรือแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เป็นธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถ ปลอดจากพรรคการเมือง สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน แม้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทางตรงหรือทางอ้อมแต่ก็ช่วยประคองความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมการเมือง ดูแลการขับเคลื่อนการปฏิรูป และสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยมีหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ให้มี ส.ว. จำนวน 250 คน มาจากการสรรหา คัดสรร หรือแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ โดยคณะกรรมการอิสระที่เป็นกลางจำนวน 8-10 คน มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี
นอกจากนี้ ควรเปิดให้สามารถแต่งตั้งข้าราชการ บางตำแหน่ง ซึ่งมิใช่สมาชิก คสช. ไม่เกิน 6 คน เข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่งได้ และไม่มีอำนาจหน้าที่พิเศษกว่าสมาชิกวุฒิสภาคนอื่น ซึ่งคำว่าสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่งหมายถึงตำแหน่งอันจะเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงแห่งชาติ ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
โดยมีอำนาจหน้าที่ดูแลการขับเคลื่อนการปฏิรูปตามแผนปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ มีส่วนในกระบวนการนิติบัญญัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด พิทักษ์รัฐธรรมนูญมิให้ฝ่ายการเมืองอาศัยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรบิดเบือนเจตนารมณ์หรือฝ่าฝืนความต้องการของประชาชน มีหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น การเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ
ส่วนสาระสำคัญในข้อเสนอข้อที่ 2 คือ วิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ควรใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ใบหนึ่งสำหรับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต จำนวน 350 คน และอีกใบเลือกระบบบัญชีรายชื่อ 150 คน โดยให้เขตเลือกตั้งใหญ่ขึ้นและมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกิน 3 คน ให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งใช้สิทธิ์เลือกได้เพียง 1 คน โดยเรียงลำดับจากผู้ได้รับคะแนนสูงสุดไปจนครบตามจำนวนที่ต้องการ
สาระสำคัญข้อที่ 3 คือ หลักการในบทถาวรของร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 154 ที่ให้พรรคการเมืองแจ้งรายชื่อ ผู้ที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 รายชื่อ เป็นมาตรการที่เพิ่งนำมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทยและอาจเป็นครั้งแรกในโลก ซึ่งการพยายามทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกติกาสากลเป็นเรื่องจำเป็น แต่การดำเนินการทุกอย่างโดยทันทีอาจยังไม่เหมาะสมเพราะอ่อนไหวและสุ่มเสี่ยง อันตรายสำหรับระยะเปลี่ยนผ่าน
ดังนั้น จึงเสนอให้ในระยะแรก ส.ว. มาจากการคัดสรรหรือแต่งตั้ง รวมถึงองค์กรอิสระ เจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายตำรวจ ทหาร พลเรือน ที่จะใช้อำนาจหน้าที่ของตนดูแลรักษาสถานการณ์ตาม กฎหมาย ซึ่ง กรธ. ควรคำนึงถึงหลักสากลและปัญหาในประเทศไทย จึงเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมการเลือกนายกรัฐมนตรีต้องทำให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด และเพื่อหาทางออกในวิกฤติระยะแรกตามบทเฉพาะกาล ควรงดเว้นไม่นำเรื่องการแจ้งรายชื่อผู้ที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 รายชื่อตามมาตรา 83 และมาตรา 154 มาใช้บังคับ
