- 15 มี.ค. 2559
อนาคต "เมียนมาร์" ภายใต้เงื้อมมือ "อองซานซูจี" กับสูตร 3 อำนาจ "กองทัพ-NLD-ชาติพันธุ์" สู่การพัฒนาปท. จะราบรื่นหรือไม่??
รายการทีนิวส์ สด.ลึก.จริง ประจำวันที่ 15 มีนาคม 2559 ดำเนินรายการโดยวันเฉลิม จันทรากุล , นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 13.00น. - 15.00น.
โดยวันนี้ 15 มี.ค. 59 ทางรายการได้เชิญ นายนิรันดร แสงดี นักวิชาการด้านชาติพันธุ์ในเมียนมาร์ เข้ามาแสดงความเห็นในประเด็นส่วนของสภาเมียนมาร์ ที่ได้มีเสนอชื่อนาย อู ทิน จ่อ เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ โดยมีผู้ช่วยที่มาจากรัฐชินซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มของชาติพันธุ์ และในส่วนของพล.ท.มินต์ ส่วย จากกองทัพ สิ่งที่น่าสนใจคืออองซานซูจีจะสามารถทำงานในสิ่งที่ตนเองต้องการได้หรือไม่ และในส่วนของทางทหารจะรู้สึกอย่างไร พี่น้องประชาชนเห็นด้วยมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ติดตามได้จากรายงาน
วันเฉลิม: ประธานาธิบดี กับรองประธานาธิบดีพม่า ก็เคาะเปรี้ยงออกมาเรียบร้อยแล้วนะครับ สิ่งที่น่าสนใจก็คือว่า เมื่อถอดสูตรออกมาอย่างนี้นะครับ อองซานซูจี จะสามารถทำงานในสิ่งที่ตนเองต้องการได้หรือไม่ และในส่วนของทหารเค้าจะรู้สึกอย่างไร พี่น้องประชาชนเค้าเห็นด้วยมากน้อยแค่ไหนอย่างไร เรื่องนี้เราก็ต้องไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ มาวิเคราะห์ เจาะลึกกัน ถึงทิศทางแนวโน้มต่อจากนี้ เราจะไปพูดคุยกับอ.นิรันดรนะครับ วันก่อนเราก็ได้พูดคุยกันแล้วนะครับ วันนี้เนี่ยเมื่อออกมาสดๆ ร้อนๆ เคาะเปรี้ยงออกมาอย่างนี้ จะได้มาวิเคราะห์กันอีกนะครับว่าต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร
นาตยา: ตอนนี้อาจารย์นิรันดร อยู่ในสายกับเราเรียบร้อยแล้วนะคะ อาจารย์สวัสดีค่ะ
อ.นิรันดร: ครับสวัสดีครับผม
วันเฉลิม: "อู ทิน จอ" ได้เป็นประธานาธิบดี แล้วก็มีผู้ช่วยนะครับ ที่มาจากรัฐฉิ่น ซึ่งเป็นผู้แทนกลุ่มของชาติพันธุ์ แล้วก็ในส่วนของ "พล.ท.มิน ส่วย" มาจากในส่วนของคนใกล้ชิดทางด้าน "ตาน ฉ่วย" ก็มาจากของกองทัพนะครับ สูตรนี้ออกมาอย่างนี้ อ.นิรันดรมองยังไงครับ
อ.นิรันดร: ผมว่าออกมาสวยงามมากครับ เป็นการ Balance(ความสมดุล) อำนาจระหว่างกองทัพ NLD แล้วก็ชาติพันธุ์ แล้วก็อย่างที่ผมกล่าวไว้เมื่อคราวที่แล้วก็คือ ด้วยหน้าตาระหว่างประเทศด้วย ก็คือคราวนี้นัดเดียวนกตกเป็นฝูงเลย
นาตยา: ยังไงบ้างคะอาจารย์คะ
วันเฉลิม: หมายถึงว่าใครเป็นคนยิงอ่ะครับ
อ.นิรันดร: คือประเทศพม่าเป็นคนยิงครับ มีทั้งกองทัพแล้วก็ NLD
วันเฉลิม: ร่วมกันยิงอย่างนั้นหรือครับ
อ.นิรันดร: ครับ
นาตยา: อาจารย์ช่วยอธิบายขยายความได้มั้ยคะ ทำไมถึงเป็นการบอกว่ายิงนัดเดียวได้นกตกลงมาเป็นฝูงเลย
อ.นิรันดร: ก็อย่างที่ผมบอก อู ทิน จอ ขึ้นมาปุ๊บเนี่ย จะได้ คราวที่แล้วผมบอกไว้ 2 แนวก็คือ หนึ่งจะได้หน้าตาระหว่างประเทศ แล้วก็อันที่สอง คือว่าจะได้หน้าตาของคนที่เทคะแนนเสียงให้กับ NLD ในส่วนของ อู ทิน จอ แล้วก็ อู ทิน จอ เองเนี่ยตามข่าวเค้าบอกว่ามีเชื้อสายเป็นมอญพม่า ตรงนี้เนี่ย นอกจากได้ 2 ส่วนที่ผมว่า ระหว่างประเทศ แล้วก็คนที่เทคะแนนเสียงให้กับ NLD อันที่สามก็คือ ได้กลุ่มชาติพันธุ์ เรื่องมอญไปด้วยนะครับ คือโดยเฉพาะพม่าตอนล่างเนี่ย ถึงแม้ว่ารัฐมอญเป็นรัฐเล็กๆ แต่ว่าถ้านับจากย่างกุ้งลงมาถึงระนองเนี่ย ข้อสองเนี่ยประชากรมอญค่อนข้างจะหนาแน่นนะครับ ไม่ใช่เฉพาะในรัฐมอญ เพราะฉะนั้นพม่าตอนล่างก็ได้ไปแล้ว อันที่สามก็คือชิน ในส่วนของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่บนเขาเนี่ยนะ ไม่ว่าจะเป็น ชิน กะฉิ่น ไทใหญ่ เพราะฉะนั้นได้ใจของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่บนเขา
วันเฉลิม: ซึ่งก็ถือว่าเป็นพื้้นที่ ที่ยังสู้กันหนักกับทางรัฐบาลพม่า พออย่างนี้แล้วเค้าดีขึ้นบ้างมั้ยครับ
อ.นิรันดร: จริงๆ แล้วเนี่ยมันสู้กันทุกพื้นที่แหล่ะครับ ในภาคตะวันตกของไทย หรือว่าพรรคตะวันออกของพม่าที่้ติดกับชายแดนไทยพม่านะครับ ต่ำลงมานิดนึงก็คือ กะเหรี่ยง มอญ แล้วก็มากะเหรี่ยงอีกรอบก็คือที่ตะนาวศรี จริงๆ มันรบกันรอบประเทศล่ะครับ แต่ทีนี้ตรงนั้นทาง NLD กับกองทัพไม่ได้มองครับ แต่ว่ามองผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกลุ่มชาติพันธุ์ เพราะฉะนั้นก็เลยได้ประธานาธิบดีคนที่หนึ่งนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นภาพมันจะสวยในเฉพาะของกลุ่มชาติพันธุ์ เพราะฉะนั้นส่วนรองที่สองที่มาจากกองทัพเนี่ย ผมคิดว่าเพื่อไปเป็นหูเป็นตาให้กับทางกองทัพในคณะรัฐบาล มันก็เป็นโควต้าของกองทัพอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เพราะฉะนั้นมันก็บาลานซ์อย่างที่ผมบอก 3 ส่วนตรงนี้บาลานซ์ได้อย่างสวยงาม สวยงามทั้งในของพม่า ในส่วนของกองทัพ ทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แล้วก็ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็ที่สวยงามอีกอันนึงคือระหว่างประเทศ ซึ่งพม่าไม่ได้มองอาเซียนนะครับ พม่ามองยุโรปกับอเมริกา เพราะว่า สิงคโปร์ กับมาเลเนี่ย พม่าเขามีสัมพันธ์มาตั้งแต่ต้นดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็อย่างที่ผมบอกครับ คือยิงนัดเดียวนกตกเป็นฝูง รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตาย เพราะฉะนั้นตรงนี้ทั้งกองทัพและ NLD รู้ดี ผมว่าเป็นการบาลานซ์อำนาจที่สวยงามมากๆ
วันเฉลิม: ก็อาจจะบาลานซ์ได้ทุกกลุ่ม แต่ว่ามันจะมีประเด็นไหนนะครับ ที่จะทำให้ทั้ง 3 ส่วนตรงนี้อาจจะเกิดปัญหาขึ้นมาได้ อาจารย์คิดว่ามันจะมีปัจจัยอะไรบ้างครับ
อ.นิรันดร: หมายความว่าถ้ามาจากในส่วนของประธานาธิบดี ส่วนของรองประธานาธิบดีที่ 1 แล้วก็ที่ 2 คุณกำลังถามว่ามันจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นอีกในอนาคต
วันเฉลิม: มันมีโอกาส หมายถึงว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่อาจจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้ จาก 2-3 ส่วนที่อาจารย์บอกไว้
อ.นิรันดร: ในส่วนตรงนี้เนี่ยไม่มีปัญหาครับ หมายถึงว่าในคณะรัฐบาลนะครับ แล้วก็กับกองทัพเนี่ยจะไม่มีปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน
วันเฉลิม: คืออาจารย์มองว่าดูแล้วเนี่ยมันไม่มีปัญหา
อ.นิรันดร: ครับไม่มีปัญหา แต่ถ้าหากว่าจะมีปัญหาก็คือ ผมคิดว่าก็จะต้องรวมพลังกันอยู่ดี กลุ่มชาติพันธุ์ที่จับอาวุธอยู่ เพราะฉะนั้นการฟอร์มรัฐบาลตรงนี้เนี่ยผมคิดว่านอกจากหลายๆ ส่วน ด้วยหน้าตาของทั้งกองทัพ ทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็จากระหว่างประเทศ หน้าตาระหว่างประเทศ ตรงนี้ลงตัวครับ เพราะฉะนั้นส่วนเดียวที่รวมตัวกันแบบนี้ กลุ่มชาติพันธุ์เนี่ย ที่จับอาวุธที่ยังไม่ได้หยุดยิงเนี่ย หรือว่าที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาตกลงกันเนี่ย อันนี้คือข้อสอบหนักของกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ในส่วนของรัฐบาล ผมคิดว่ายังไงก็ช่าง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายของ NLD ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายของกองทัพ หรือแม้กระทั่ง ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง ในส่วนของพรรค NLD จะไม่กล้ามีปัญหาครับ ถ้ามีปัญหากันปุ๊บแผ่นดินพม่าจะเดือด ทุกคนจะรู้โจทย์ตรงนี้ดี เพราะฉะนั้นจะต้องรอมชอมกันให้ได้ ในส่วนของฟากรัฐบาลนะครับ
วันเฉลิม: ผู้คนก็คาดหวังนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของประชาธิปไตย จากอองซานซูจี นะครับ แต่ว่าดูแล้วในส่วนของทหารเค้าก็ไม่เปิดเต็มที่ แล้วทีนี้มันจะทำให้ผู้คนเนี่ยเค้าเกิดความไม่เชื่อมั่นต่อพรรค NLD หรือว่าอองซานซูจีหรือไม่ครับ
อ.นิรันดร: ก็นี่ไงครับการเลือก อู ทิน จอ ขึ้นมา การเลือกกลุ่มชาติพันธุ์ที่รอง 1 เนี่ย อันนี้เป็นคำตอบที่ในภาคประชาชนในส่วนของผมนะ ทุกคนพอใจ แล้วก็ด้วยคำสัญญาหรือว่าคำที่นางอองซานซูจี ได้เปรยไว้แล้วตอนเลือกตั้งเนี่ย นางจะอยู่เหนือประธานาธิบดี เพราะฉะนั้นทุกคนพอใจครับ พอใจว่า ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้เป็นประธานาธิบดี นางก็ยังมีสิทธิที่จะชักใยประธานาธิบดีได้ อันนี้คือเป็นการเอาใจคนที่เลือกตั้งขึ้นมา เพราะฉะนั้นในภาคประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งเนี่ย ผมคิดว่าในส่วนผมนะครับ ผมคิดว่าเค้าพอใจ ในภาคประชาชนนะครับ ภาคประชาชนที่เลือกพรรค NLD ขึ้นมา ถือว่าพอใจ นอกจากว่าอนาคตถ้ามีความผิดพลาดทางด้านนโยบาย ก็เดี๋ยวค่อยว่ากันในอนาคตอีกทีนึง แต่ว่าปัจจุบัน ณ ขณะนี้เนี่ยผมว่ามันออกมาสวยงามมาก
วันเฉลิม: ออกมานี่ทุกคนแฮปปี้ ว่างั้นนะครับ
อ.นิรันดร: ครับ แฮปปี้ เอนดิ้ง เลย
วันเฉลิม: ทีนี้ในส่วนของตัวปัญหาหลักนะครับ ที่ชาติพันธุ์นะครับ รวมถึงพม่าบางส่วนนะครับที่มองกันนะครับว่า รัฐธรรมนูญปี 2008 ของพม่าเนี่ย เป็นกติกาที่ทหารพม่าตั้งขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนมาเล่นในเกมส์ของตัวเอง แล้วก็หลายส่วน มันจะเป็นอุปสรรคต่อ การที่อองซานจะเดินหน้าในการทำให้พม่าเป็นประชาธิปไตย ตรงนี้มันจะกลายมาเป็นปมปัญหามั้ยครับ เมื่ออองซานขึ้นมามีอำนาจหลังปลายเดือนนี้เป็นต้นไปครับ
อ.นิรันดร: ในส่วนของผมนะ ผมคิดว่าไม่น่ามีปัญหา ก็นางไม่กล้าแตะด้วย
วันเฉลิม: ไม่แตะแล้วพี่น้องประชาชนเค้าจะรู้สึกดีกับนางหรอครับ
อ.นิรันดร: ผมคิดว่าในส่วนของวุฒิภาวะ ของการเมืองในภาคประชาชนเนี่ย มันยังคลุมเครืออยู่ คนส่วนใหญ่นะครับ ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์เนี่ย คลุมเครือในลักษณะประชาธิปไตยของพม่า เพราะฉะนั้นในลักษณะแบบนี้เนี่ย ผมว่าทุกฝ่ายมองเกมออกแม้กระทั่ง NLD หรือว่ากองทัพเอง ไม่เอาฝ่ายกองทัพขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี เพราะว่ารู้โจทย์ตรงนี้ดี ที่ภาคประชาชนอาจจะต้องมีการประทุขึ้นมา เพราะฉะนั้นในรูปแบบตรงนี้คือการเอาใจภาคประชาชนด้วย เพราะฉะนั้นผมว่ายังอีกระยะนึงแหล่ะครับ วุฒิภาวะตรงนี้คงอีกระยะหนึ่งทำให้ภาคประชาชนเรียกร้องมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่น่ามีปัญหาครับในภาคประชาชน
วันเฉลิม: คืออาจารย์นิรันดรมองว่า ณ ปัจจุบันเนี่ย ในส่วนศักยภาพของภาคประชาชนเนี่ยศักยภาพยังไม่เต็มที่ใช่มั้ยครับ อย่างนั้นรึเปล่าครับ
อ.นิรันดร: ครับคือภาคประชาชนยังมองไม่ชัดเท่าไหร่ ในการที่จะเปลี่ยนแปลงพม่า สมมุติถ้ามีทางตันขึ้นมาก็เว้นคนที่จะมาเป็นแคนดิเดตของประธานาธิบดีเนี่ย ห้ามแต่งงานกับชาวต่างชาติ หรือไม่ก็ห้ามมีลูกเป็นชาวต่างชาติ ถ้ามีการพลิกขึ้นมา ก็เว้นตรงนั้นซะ แล้วเอานางขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี มันก็คงสงบไปอีกระยะนึง ถ้ามองในช็อตต่อไปอ่ะนะครับ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา เพราะฉะนั้นในส่วนของผมในภาคประชาชนเนี่ยไม่มีปัญหาครับ ในระยะสั้นๆ เนี่ยนะครับ หรือไม่ก็ตลอดอายุรัฐบาล รัฐบาลนี้ด้วยซ้ำไป
วันเฉลิม: ดูแล้วปัญหาของการเขม็งเกลียวที่จะไปสู่การชุมนุมใหญ่ กับก่อนหน้านี้เนี่ยมีโอกาสเกิดขึ้นอีกมั้ยครับถ้าเป็นอย่างนี้
อ.นิรันดร: หมายถึงทาง NLD กับฝ่ายกองทัพ หรือว่าภาคประชาชนกับฝ่ายกองทัพ
วันเฉลิม: จากทางรัฐบาลทางภาคประชาชนกับฝ่ายกองทัพเหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
อ.นิรันดร: มันผ่านจุดนั้นไปแล้วครับ แล้วก็คนที่เทเสียงให้กับทาง NLD ดีเนี่ย 80 เปอร์เซ็นต์เนี่ย ผมคิดว่าฉันทามติตรงนี้เนี่ย NLD จะทำอะไรก็ได้ ภาคประชาชนยังเงียบสงบ ก็คือให้โอกาสนาง ให้โอกาส NLD ในการบริหารประเทศ ด้วยความอยากให้ NLD ขึ้นมานานแล้วเนี่ย ผมว่านี่คือการสมใจของภาคประชาชน ภาคประชาชนก็ยังจะไม่ให้เกิดเป็นคลื่นใต้น้ำเพื่อให้โอกาสกับพรรค NLD ถึงแม้ว่านางประธานาธิบดีก็ช่าง แล้วก็กระแสอันนี้มันมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว ว่านางไม่สามารถเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นนางถึงใช้ตรงนี้เนี่ยขึ้นมาบอกว่า ฉันสามารถอยู่เหนือประธานาธิบดีได้ ทำให้ประชาชนเบาใจ สบายใจได้ จะได้เปลี่ยนไปอย่างแฮปปี้ แต่ไม่เอนดิ้ง นะครับ
วันเฉลิม: เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วดูเหมือนว่าแฮปปี้ เอนดิ้ง ทั้งในประเทศแล้วก็ต่างประเทศเนี่ย ตอนนี้จะเป็นโอกาสของทางพม่าในการที่จะพัฒนาด้านต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจมั้ยครับ
อ.นิรันดร: ผมแน่ใจเลยว่าเงินทุนจากภาคเอกชนของอเมริกา เงินทุนของภาค EU (สหภาพยุโรป) ไหลมาแน่ แล้วก็โควต้า ไม่ว่าจะเป็นสิ่งทออเมริกาจะเปิดเต็มร้อย แล้วก็ EU จะเปิดเต็มร้อย โดยเฉพาะภาคสิ่งทอ หลังจากมีรัฐบาลที่มีรูปร่างมาจากพลเรือน ลักษณะอย่างนี้เนี่ย EU กับอเมริกาเปิดอ้าซ่าแน่สำหรับการส่งออกของพม่า
วันเฉลิม: อาจารย์มองว่าถ้าเศรษฐกิจมันโตอย่างนี้เนี่ยจะส่งผลต่อฐานเศรษฐกิจของเรารึเปล่า เพราะว่าอย่างที่เราทราบกันนะครับว่า งานส่วนใหญ่ในบ้านเราก็เป็นพี่น้องชาวเมียนมาร์นะครับ ตรงนี้มันจะส่งผลการย้ายแรงงานกลับหรือไม่ครับ
อ.นิรันดร: ในลักษณะสั้นๆ เนี่ยนะครับ ผมคิดว่าแรงงานยังอยู่ที่บ้านเราอยู่ เพราะว่าก่อนพม่าจะขยายการผลิตจนถึงราก หรือว่าระดับรากหญ้าได้ ผมว่าอีกระดับนึงคงอีกซักพักนึงแหล่ะครับ ถ้าระดับรากหญ้าหรือว่าโรงงานขึ้นมาตั้งในทุกรัฐของพม่าได้ หรือว่าเอกชนในภาค sme หรือว่าโดยเฉพาะ ธุรกิจขนาดกลาง โตได้ปุ๊บเนี่ย มีสิทธิที่รายงานพวกนี้จะปรับไปได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ายังอีกระยะหนึ่ง ซึ่งทางเราเองจะต้องไปปรับปรุงหลายเรื่อง ก็คือเรื่องสิทธิแรงงาน เรื่องของผู้ประกอบการ แล้วก็ท้ายที่สุดก็คือเรื่องส่งออก ภาคของเราไม่มีปัญหานะครับในภาคการส่งออก แล้วก็ในภาคของผู้ประกอบการเนี่ย ยังบาลานซ์ อันนี้ได้ก็คือ แรงงานเหล่านี้ก็ยังอยู่ได้ แรงงานเหล่านี้เนี่ยผมเชื่อมั่นว่าอย่างมากประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ถึง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์เนี่ย มีชีวิตความเป็นอยู่เหมือนคนไทย ก็คือยังนิยมสินค้าไทยตั้งแต่หัวจรดเท้าได้ ตรงนี้เนี่ยผมเคยเสียดายแทนที่ตลาดในพม่าจะเป็นของไทย เพราะว่าคนพม่าเนี่ย...
วันเฉลิม: คนพม่าเองเค้านิยมสินค้าของเรามากใช่มั้ยครับอาจารย์
อ.นิรันดร: ใช่ครับ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ตั้งแต่เกิดยันตายอ่ะครับ
วันเฉลิม: แล้วโอกาสของเราตอนนี้ไปลงมากน้อยแค่ไหนอย่างไรครับ
อ.นิรันดร: ในตัวเลขผมไม่ทราบนะครับ แต่ว่าในส่วนของรัฐบาลเนี่ย คิดว่าเค้าบล็อคเรานะครับ คือบล็อคนักลงทุนเรา ถึงแม้ว่าเราจะเปิดอาเซียน แต่ว่าโดยทางแทคติกเนี่ย ผมว่ามีการบล็อคอยู่
วันเฉลิม: บล็อคเพราะอะไรครับ
อ.นิรันดร: เบื้องต้นก็คือบล็อคเพื่อให้จีนเข้ามา เบื้องต้นเลยนะหลังจากยุคของรัฐบาลบิ๊กจิ๋วอ่ะนะครับ บล็อคเพื่อให้จีนเข้ามา ทีนี้พอบล็อคตรงนั้นปุ๊บเนี่ย สินค้าจีนทะลักเข้ามา แล้วจีนก็ดูดทรัพยากรไป เพราะฉะนั้นพม่าเองเนี่ยก็ต้องระวังเรื่องจีน ก็เลยดึงอเมริกาเข้ามา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตรงที่ดึง ระหว่างสูญญากาศ ระหว่างจีนกับอเมริกา ก่อนที่โอบามาจะเข้าไปในพม่า เมื่อสมัยหลังเลือกตั้งสมัยที่ 2 ของท่าน สูญญากาศตรงนั้นเราไม่ได้แทรกเข้าไปได้ แทรกตลาดไม่ได้
วันเฉลิม: แล้วมาถึงตอนนี้ล่ะครับ ตอนนี้มีโอกาสมั้ยครับ
อ.นิรันดร: ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลของเราลองไปคุยกับรัฐบาลของพม่า โดยเฉพาะรัฐบาลใหม่เนี่ยนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมไม่ขอพูดละกัน เพราะว่ายังไงเสียเนี่ย เงินทุนหลักๆ คืออเมริกากับยุโรปมาแน่ โดยเฉพาะอเมริกาเงินทุนเค้าจะเยอะกว่าเรา แล้วพม่าก็รู้ด้วยว่าถ้าดึงพวกนี้ได้เนี่ยมันได้ทั้งเทคโนโลยีทางด้านทหารด้วย ถ้าดึงอเมริกาเข้ามา แทนที่พม่ากองทัพเนี่ย เคยยืนอยู่กับเทคโนโลยีของจีน เพราะฉะนั้นตรงนี้เนี่ย พม่ามองไปหลายช็อตแล้วนะครับ นอกจากเศรษฐกิจแล้วเนี่ย ผมว่าวิชาทางทหาร แล้วก็เทคโนโลยีทางด้านการทหาร แล้วอเมริกาเองก็ได้ ไปบาลานซ์อำนาจในมหาสมุทรอินเดีย กับมหาสมุทรแปซิฟิก ที่จีนกำลังหึ้มๆ โดยเฉพาะเกาะสแปรทลีย์ เกาะพาราเซล ที่จีนต้องการบล็อคอเมริกา เพราะฉะนั้นอเมริกาเองเนี่ย ก็ต้องการที่จะเปิดเพลย์ตรงนี้ ครองให้ได้ระหว่างแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดียเนี่ยนะครับ เพราะฉะนั้นผมว่ามันเป็นเรื่องที่ผลประโยชน์ร่วมพอดี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าพม่าอาจจะมองข้ามไทยไปก็ได้นะครับ
วันเฉลิม: อาจารย์ครับแล้วอย่างนี้ยุทธศาสตร์ของไทยต่อจากนี้ ต่อเมียนมาร์เนี่ย เราควรจะกำหนดยังไงครับ
อ.นิรันดร: ก็คือเราต้องให้ภาคธุรกิจอ่ะครับ ใช้ภาคธุรกิจในการเชื่อมกับพม่าให้ได้ ถ้าธุรกิจไม่สามารถที่จะเชื่อมกับพม่าได้ อนาคตเราจะตกรถไฟเที่ยวสุดท้ายของพม่านะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของรัฐบาลเนี่ย ผมคิดว่าเราใช้เงินในกลุ่มของ AEC(ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) แล้วก็ใช้ความมั่นคงในบทบาทของอาเซียนได้ แล้วก็เรื่องนึงที่เราต้องระวังนิดนึงก็คือเรื่องแรงงาน เพราะว่าแรงงานพม่าผมว่าเป็นล้านอ่ะครับ ที่อยู่ในไทย ถ้าเราดูแลไม่ดีเนี่ย เหมือนกับเกาะเต่าอ่ะเห็นมั้ยครับ เกิดกระแสประท้วงกันทั้งประเทศพม่า อย่างนี้เนี่ยมันเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้นะครับ มัน Sensitive(อ่อนไหว) อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องไปดูแล ช่วยกันดูแลให้ดี แล้วก็ในส่วนของภาคธุรกิจก็ต้องเข้าไปติดต่อ อาจจะให้รัฐบาลเป็นคนเปิดทางให้ก็ได้นะครับ แล้วก็ให้ภาคประชาชนเข้าให้ถึง ถ้าไม่ถึงเราอาจจะเสียฐานตรงนี้ไป โดยเฉพาะการผลิตต้นน้ำ ของพม่าเนี่ยสุดยอดนะครับ โดยเฉพาะพื้นที่เกษตร แล้วก็เกษตรอินทรีย์ในอนาคตเนี่ย ผมคิดว่าของไทยเราเนี่ยมีเทคโนโลยีอยู่แล้ว ของไทยเข้าไปพัฒนาได้ แล้วก็ทำเป็นบ้านพี่เมืองน้อง แล้วก็พยายามลดกระแสของภาพยนตร์ที่ชาตินิยมเกินไป ผมว่าต้องลดกระแสตรงนี้ลงไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น ทีวีหลังข่าว ละครหลังข่าว หรือไม่ก็ภาพยนตร์ที่ไปเน้นเกี่ยวกับสงครามเพื่อนบ้านเนี่ยนะครับ
วันเฉลิม: แล้วในส่วนของภาคเอกชนล่ะครับ อ.นิรันดร จะฝากอะไรบ้าง เพราะเห็นโอกาสเยอะอย่างนี้แล้วอาจารย์จะแนะนำพี่น้องภาคเอกชนยังไงบ้างครับ
อ.นิรันดร: ผมคิดว่าเปิดแล้วก็ใช้สิทธิของ AEC อ่ะครับ เพราะฉะนั้นผมว่าต้องเข้าไปอ่ะครับ ต้องเข้าไป ไม่ทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ แต่ว่าเข้าไปต้องไม่เข้าไปเหมือนนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย นะครับ ชาติชายนี่เราเข้าไปแบบตักตวงอย่างเดียว แล้วก็จะทำให้เพื่อนบ้านเราขยาดได้ เพราะฉะนั้นจากตรงนี้ไปเนี่ย ถ้าเข้าไปปุ๊ปไปร่วมพัฒนายังไงให้ยั่งยืนให้ได้ พม่าเข้มแข็ง เราก็เข้มแข็งไปด้วยนะครับ เพราะว่าปัญหาที่กระทบกระทั่งระหว่างชายแดนเนี่ย ไม่ใช่ทางกำลังทหารนะครับ ปัญหาไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผู้อพยพพวกนี้เนี่ย ทำให้พม่าเข้มแข็งได้เนี่ย ปัญหาตรงนี้จะสงบไปด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเข้าไปปุ๊บเข้าไปทำยังไงก็ได้ให้เค้าเป็น Partner(หุ้นส่วน) เรา เป็นพันธมิตรของเรา แต่ไม่ใช่เราไปเห็นเขาเป็นเหยื่อในการตักตวง คือไทยกับพม่ามันย้ายออกกันไม่ได้ แผนที่มันติดกันอยู่ เพราะฉะนั้นยังไงก็ช่าง เข้าไปปลุกให้เขาโตให้ได้ ถ้าโตได้ธุรกิจไทยก็อยู่ได้ด้วย เขาโตเราก็โตไปด้วย แต่ประเด็นอีกนิดนะครับ เมื่อกี้คือพูดถึงเรื่องรัฐบาล พูดถึงภาคประชาชน พูดถึงหน้าตาของรัฐบาลชุดใหม่ กับทางตะวันตกเนี่ยนะครับ ทีนี้พม่าต้องระวังเรื่องจีน
วันเฉลิม: ระวังอะไรนะครับ
อ.นิรันดร: ระวังเรื่องจีน นโยบายเกี่ยวกับจีนอ่ะครับ แต่ผมคิดว่าลึกๆ แล้วเนี่ยเขามีข้อมูล หลังอองซานซูจีขึ้นมา จะต้องบาลานซ์อำนาจกับจีนให้ได้ ไม่งั้นชายแดนที่ติดกับชายแดนไทยจีนเนี่ยจะมีปัญหาได้
วันเฉลิม: ก็คือว่ากลุ่มอย่างเช่นโกกั้งอะไรอย่างนี้อาจจะรุนแรงขึ้นอย่างนั้นหรอครับ
อ.นิรันดร: กลุ่มว้าอะไรพวกนี้นะครับ แต่ผมคิดว่าข้อมูลลึกๆ เขามี เพราะฉะนั้นเนี่ย แม้กระทั่งการค้ากับจีนก็ช่างเนี่ยนะครับ จีนต้องเข้าใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเนี่ย ตั้งแต่ปี 88 จีนเป็นผู้ลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในพม่า เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้พม่าจะต้องเข้าไป บาลานซ์ กับจีน ถ้ามีปัญหาก็อาจจะมีปัญหาตรงนี้ด้วย ในรัฐบาลชุดนี้นะครับ
วันเฉลิม: เอาล่ะครับ วันนี้ต้องขอบพระคุณ อ.นิรันดร ที่ให้เกียรติมาร่วมพูดคุยนะครับ ขอบคุณอาจารย์มากนะครับ
อ.นิรันดร: ครับผม ด้วยความยินดีครับผม
วันเฉลิม: สวัสดีครับ
นาตยา: ค่ะ
