"เมียนมาร์" ส่อเป็นประชาธิปไตย - แรงงานข้ามชาติอยู่หรือทิ้งไทย (ตอน2)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th


 

วันนี้ (16 มี.ค. 59) รายการทีนิวส์ สด.ลึก.จริง โดยคุณวันเฉลิม จันทรากุล ได้ลงพื้นมหาชัย จ.สมุทรสาคร ที่สำนักงานมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน เพื่อสอบถามความคิดของพี่น้องชาวเมียนมาร์ และชาติพันธุ์ต่างๆ ว่ามีความเห็นต่อสภาพการเมืองในเมียนมาร์อย่างไร รวมถึงวันหนึ่งหากเมียนมาร์สงบพวกเขาซึ่งเป็นแรงงานข้ามชาติที่ช่วยในการที่จะสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยจะกลับไปสู่บ้านเกิดเมืองนอนหรือไม่ รวมไปถึงในปัจจุบันสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรบ้าง และมีหน่วยงานไหนบ้างที่เข้าไปช่วยเหลือ โดยมีผู้ร่วมรายการท่านแรกเป็น ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน คุณปฏิมา ตั้งปรัชญากูล ท่านที่สองเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวเมียนมาร์ แรงงานข้ามชาติที่จะมาพูดคุยกับเราคือ คุณทิน หม่องนี และอีกท่านหนึ่งที่จะมาช่วยแปลภาษาคือ น้องยี มอนอูส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรติดตามได้จากรายงาน

 

 

 

 
วันเฉลิม : ในส่วนของมาทำที่นี่ พี่น้องแรงงานข้ามชาติมาทำงานในประเทศไทยก็ถือว่ามีปัญหาอะไรต่างๆ เยอะเหมือนอย่างที่พี่ปฏิมา ได้บอกไว้ เข้าใจว่าที่นั่งอยู่ตรงนี้หลายท่านก็ประสบปัญหาในขณะที่มาทำงานในประเทศไทย อยากให้พี่ปฏิมาบอกนิดนึงนะครับว่าลักษณะปัญหาที่พบเจอเนี่ย แบ่งเป็นกลุ่มต่างๆแบบไหนอย่างไรบ้างครับ

 


ปฏิมา : คือต้องบอกก่อนว่าใน 57 คนที่นั่งอยู่เนี่ยเป็นเรื่องเดียวกันมาจากโรงงานเดียวกัน แล้วก็เขาเข้าเมืองถูกกฎหมาย เข้ามาโดย MOU แต่ว่าเมื่อนายจ้างทำสัญญาจ้างแล้วว่าจะให้ค่าแรงขั้นต่ำเขาวันละ 300 มีโอทีแต่ว่าพอมาถึงแล้วเนี่ยเขากลับถูกหัก และไม่ได้ค่าแรงตามนั้น ทีนี้อันนี้เองเป็นส่วนสำคัญที่ทางรัฐบาลไทย หรือว่าทางหน่วยงานที่ทำเกี่ยวกับเรื่องการนำเข้าแรงงานมาเนี่ยจะต้องดูถึงเรื่องคุณภาพการจ้างคุณภาพชีวิตของพวกเขาด้วย เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าเราขาดแคลนแรงงานจริงๆ เพราะว่าประชากรของเราในวัยแรงงานมีน้อยลง และก็ในกลุ่มนี้เองเนี่ยเข้ามาแบบถูกกฎหมายก็หวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่มาแล้วมันเจอกับปัญหาแบบนี้ เราก็ต้องนำเรียนกับหลายๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือเพราว่าคิดว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ แล้วก็เป็นปัญหารหว่างประเทศด้วย

 

 

วันเฉลิม : ครับ และอยากให้น้องทิน หม่องนี ช่วยเล่านิดนึงในส่วนของที่เราพบเจอในขณะที่ทำงาน ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากแรงงาน เป็นอย่างไรบ้รางที่เราเจอ

 

 

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ทิน หม่องนี : ตอนที่เข้ามาเข้ามาโดย MOU แล้วก่อนเข้ามาเซ็นสัญญาไว้ว่า ถ้าเข้ามาจะตัดค่าพาสปอร์ต 1 หมื่นบาท แต่พอมาถึงที่นี่ตัดเยอะกว่านั้น แล้วตอนที่เซ็นสัญญาบอกไว้ว่าถ้าเจ็บป่วยไม่สบายเขาจะรับผิดชอบค่าใช้จ่างทั้งหมด แต่พอมาที่นี่เขาไม่ได้ทำประกันสังคมไว้ให้ แล้วถ้าเจ็บป่วยไม่สบายไปโรงพยาบาลก็ต้องจ่ายเอง อันนั้นก็เสียใจมากที่ไม่ทำตามสัญญา แล้วอีกเรื่องหนึ่งถ้าไม่สบายลางาน อะไรประมาณนั้นก็ตัดค่าแรงเพิ่มอีก 2-3 เท่า ประมาณนั้น

 

 

วันเฉลิม : อันนี้เป็นคนที่นำเข้ามาก็คือบริษัทไปทำ MOU เองหรือว่าอย่างไร

 

 

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ทิน หม่องนี : เหมือนตัวแทนร่วมกับนายจ้าง

 

 

วันเฉลิม : นายหน้านี้เป็นนายหน้าคนไทยหรือว่านรายของเมียนมาร์

 

 

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ทิน หม่องนี : พม่าค่ะ

 

 

วันเฉลิม : ที่นี้เราได้ทวงถามอะไรบ้างมั้ยตรงนี้ เมื่อมีปัญหา

 

 

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ทิน หม่องนี : ก่อนเกิดเรื่องเขาเคยเขียนจดหมายไปส่งสถานฑูตพม่า เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรทางสถานฑูต ไมมีอะไรตอบรับกลับมาเลย

 

 

วันเฉลิม : นาหรือยัง เราติดต่อไปนานหรือยัง

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ทิน หม่องนี : นานแล้วค่ะ ก่อนที่จะเกิดเรื่องเมื่อมาถึงแล้ว และไม่ได้ค่าจ้างค่าแรงตามสัญญา เพราะในสัญญาบอกว่าต้องเข้างาน 8 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น วันละ 300 บาท แต่พอมาถึง เข้างาน 8 โมงเช้า แต่ทำงานถึง 4 ทุ่ม 5 ทุ่มก็มีค่ะ แต่ไม่ได้ 300 บาท


วันเฉลิม : ไม่ได้ 300 ร้อยบาท ไม่ได้ค่าล่วงเวลาด้วย ถามท่านอื่นบ้างนะครับที่นั่งข้างหลังเนี่ยก็มีหลายท่านนะครับเจอปัญหาลักษณะเดียวกัน หรือไม่ ถามน้องผู้หญิงก่อนก็ได้


 

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ชาวเมียนมาร์ : พี่เขาบอกว่าน้องๆทั้งหมดก็เหมือนลักษณะเดียวกันไม่ได้ค่าจ้างค่าแรงวันละ 300 บาทและ โอที 56 บาท เกิดมาประมาณเดือนนึงแล้ว ตอนนี้ก็พักอยู่ที่ LPN แล้วอยากให้ LPN และรัฐบาลไทยช่วยเหลือหน่อย เพราะว่าส่งจดหมายไปให้สถานฑูตพม่าก็ไม่เห็นอะไรตอบรับกลับมา ก็อยากให้ LPN กับทางรัฐบาลไทยช่วยเหลือ

 


วันเฉลิม : ครับที่ผ่านมาเราได้เคยทำหนังสือถึงทางรัฐบาลไทยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้างในการที่จะให้การช่วยเหลือตรงนี้


 

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ชาวเมียนมาร์ : ส่งจดหมายไปขอความช่วยเหลือหน่วยงานไหนหรือรัฐบาลไทย นายจ้างจะข่มขู่เหมือนจะเอาตำรวจมาจับข่มขู่ทุกอย่างอะค่ะ เพราะพี่เขาก็เหมือนไม่กล้าเป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเองด้วยก็ไม่กล้าไปร้องเรียนกับใครค่ะ

 

 

พี่เขาบอกว่าตอนที่เขาเดินทางมาประเทศไทยก็ได้เสียค่านายหน้าบางคนก็เสียเงินพม่าจ๊าต 5 แสน 6 แสน 7 แสน 8 แสน ไม่เหมือนกันนะคะบางคนก็ 10  แสนก็มี

 

 

วันเฉลิม : ครับคิดเป็นเงินไทยประมาณเท่าไหร่ครับ

 

 

ยี มอนอู : เงินไทยประมาณ 3 หมื่นบาท

 

 

วันเฉลิม : ครับ

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ชาวเมียนมาร์ : แล้วเขามาอยู่ เข้ามาแล้ว ทำ MOU เข้ามา มาทำที่โรงงานปทุมธานี แล้วเขาโดนปัญหาแบบนี้มาแล้วไม่ได้ส่งกลับบ้านตอนนี้ก็ค่อนข้างบากลำบากค่ะที่บ้าน แต่ตอนนี้มี LPN ช่วยเหลืออยู่แล้วคิดว่า LPN จะช่วยเหลือ ถ้าช่วยเหลือมันจะมีชีวิตที่ดี ก็รอคอยวันนั้นอยู่ค่ะ
 

 

วันเฉลิม : ครับ คาดหวังว่าต้องการให้ทาง LPN ช่วยอย่างไรบ้าง
 

 

ยี มอนอู (ล่ามแปล) ชาวเมียนมาร์ : อยากให้ LPN ช่วยเหลือที่ผ่านมาทำงานมาไม่ได้วันละ 300 บาท แล้วทำเวลาล่วงมาไม่ได้ค่าล่วงเวลา 56 บาท อยากให้ LPN ช่วยเอาจากนายจ้าง
 

 

วันเฉลิม : อ๋อช่วยคือต่อสู้กระบวนการของกฎหมายใช่มั้ยครับ ก็ LPN ก็เป็นมูลนิธิเครือข่ายสงเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ส่วน LPN ก็เป็นคำย่อนะครับ
 

 

ปฏิมา : แนวทางในการที่เราจะให้ความช่วยเหลือเนี่ยคือเราพยายามประสานงานกับสวัสดิการคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ แต่ว่าก็ไม่ได้การตอบรับที่น่าพอใจ เพราว่ามีเงื่อนไขในการจ่ายและการปฏิบัติหน้าที่ค่อนข้างที่จะ ไม่ได้คุ้มครองสิทธิของพวกเขา ทีนี้เราก็ได้ไปแจ้งที่กรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงานที่ส่วนกลางเหมือนกันแต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า เพราฉะนั้นสัปดาห์หน้าเนี่ยเราจะพาพวกเขาไปส่งจดหมายเปิดผนึกเพื่อที่จะยื่นข้อเสนอว่าควรที่จะช่วยเหลือเขาอย่างไร เพราว่าอันนี้มันไม่ใช่แค้เรื่องจ่ายค่าจ้างค่าแรงนะคะ มันเป็นเรื่องของการบังคับทำงานด้วย เขาถูกบังคับให้ทำงานเกินเวลา และเขาก็ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวด้วย ถูกทำงานแบบเป็นแรงงานขัดหนี้ค่ะ ถือว่าอาจจะเข้าข่ายการค้ามนุษย์ อันนี้จริงๆรัฐบาลหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่
 

 

วันเฉลิม : ถามนิดนึงเคยมี Case study ที่ทางทีมงานของพี่ ปฏิมาเคนทำมาก่อนหน้านี้แบบนี้มีหรือป่าวครับ
 

 

ปฏิมา : มีค่ะ มีลักษณะที่แบบเขาทำงานมา 2-3 ปีแล้ว ก็ยังไม่ได้รับค่าแรงเพราะว่าต้องใช้หนี้มันเหมือนต้องทำงานเป็นแรงงานขัดหนี้ค่ะ อันนี้ในนิยามความหมายของการค้ามนุษย์ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเหยื่อการค้ามนุษย์ด้วยเหมือนกัน

 


วันเฉลิม : ครับมีโทษแค่ไหนอย่างไรครับในทางกฎหมาย


 

ปฏิมา : โทษน่าจะหนักขึ้นนะคะ เกิน 10 ปีขึ้นไปสำหรับผู้ที่กระทำกับเขาแบบนี้ แต่ทีนี้เราต้องดูว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคือใครบ้าง เอเจนซี่มั้ย หรือว่าผู้ประกอบการ แต่ว่าในส่วนของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเนี่ยควรที่จะเข้ามาปฏิบัตหน้าที่ หรือว่าทำตามข้อกฎหมาย เพราว่าตอนนี้เนี่ยกลายเป็นว่ามันมี คือการถ่วงเวลาของพวกเขาเนี่ยมันทำให้ลูกจ้างเสียประโยชน์ และก็จริงๆธุรกิจเขาก็ไม่เป็นประโยชน์ถ้าเขาจะยื้อไว้แบบนี้
 

 

วันเฉลิม : ครับแล้วที่ผ่านมาทางฝ่ายหน่วยงานที่รับผิดชอบเคยสามารถที่จะเอาผิดกับบริษัทในลักษณะนี้ได้บ้างหรือยัง

 


ปฏิมา : ถ้าเป็นรูปแบบของการค้ามนุษย์ในแบบการขัดหนี้เนี่ยยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ว่าถ้าเป็นค้ามนุษย์ในการใช้แรงงานบังคับมีการลงโทษแล้วค่ะแล้วก็มีการตัดสินผู้ประกอบการก็ต้องได้รับโทษจำคุกแล้วต้องเสียคาปรับ แล้วก็ในส่วนของคดีแพ่งเรื่องของค่าจ้างค่าแรงเขา เขาคงไม่ได้รับแค่ค่าจ้างค่าแรง มันต้องมีค่าชดเชยให้กับพวกเขาด้วย


 

วันเฉลิม : ครับแล้วบอกว่าจะไปยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานไหนอย่างไร


 

ปฏิมา : น่าจะเข้าไปพบกับทางปลัดกระทรวงแรงงานคะ ในสัปดาห์หน้าคิดว่า

 


วันเฉลิม : ที่กรุงเทพเลยใช่มั้ยครับ


 

ปฏิมา : ใช่ค่ะ

 

 

วันเฉลิม : อ๋อครับ
 


ปฏิมา : แล้วก็อันนี้คิดว่ามันน่าจะเป็นกรณีตัวอย่างของการที่นำเข้าแรงงานแบบถูกกฎหมาย แต่ขนาดถูกกฎหมายยังตกแรงงานบังคับ เพราฉะนั้นอาจจะต้องคุยกันเยอะขึ้นในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นมันก็กลายเป็นว่าตอนนี้เราจะใช้แรงงานบังคับแบบถูกกฎหมาย แล้วมันก็จะไม่พ้น เทียร์3 ที่ทางรัฐบาลไทยพยายามจะตอบโจทย์กับทางสหรัฐอเมริกาว่าเรามีการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ที่ดี แต่อันนี้กลักลายเป็นว่าปัญหาก็ยังมีอยู่ แล้วก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขค่ะ

 

สามารถติดตาม "เมียนมาร์" ส่อเป็นประชาธิปไตย - แรงงานข้ามชาติอยู่หรือทิ้งไทย (ตอน1) ได้ที่นี่>>http://www.tnews.co.th/html/contents/182981/<<