- 16 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
กับที่ประเด็นการจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่อง ข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งบทสรุปของข้อเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ของแม้น้ำ 4 สาย และ คณะรัฐมนตรี ได้แสดงให้เห็นแล้วอย่างชัดเจนถึงความต้องการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือว่าคสช.ว่าต้องการสืบทอดเจตนารมณ์ของการทำรัฐประหารเพื่อไม่ให้เสียของ และไม่ให้ประเทศไทยย้อนกลับไปสู่การใช้ความรุนแรงเหมือนช่วงก่อนเดือนพฤษภาคม 2557 ประกอบกับความควาดหวังในการปฏิรูปประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
เพราะฉะนั้นจึงต้องมีกลไกเพื่อเข้ามาควบคุมการทำงานของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และท้ายที่สุดถ้าหากว่ากรธ.ได้ทำการบรรจุเนื้อหาดังกล่าวเข้าไปในเนื้อหาดังกล่าวของร่างรัฐธรรมนูญแล้วจุดชี้ขาดสำคัญต่อข้อเสนอของคสช.คือคนไทยทั้งประเทศว่าจะผ่านการทำประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม หรือไม่
ข้อเสนอจาก คสช. ถึง กรธ. กำหนดบทเฉพาะกาล
1.ให้ ส.ว.มาจากการสรรหา 250 คน (รวมปลัด กห., ผบ.ทสส., ผบ.ทบ., ผบ.ทร., ผบ.ทอ. และ ผบ.ตร.) วาระ 5 ปี ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ
2.การเลือกตั้ง ส.ส.ควรใช้บัตร 2 ใบ ส.ส.เขต 350 คน (เขตละไม่เกิน 3 คน ประชาชนเลือกได้ 1 คน) บัญชีรายชื่อ 150 คน
3.งดเว้นข้อบังคับเรื่องพรรคต้องแจ้งชื่อผู้ที่จะสนับสนุนเป็นนายกฯ ก่อนเลือกตั้ง
เนื้อหาการแก้ไขรับธรรมนูญดังกล่าวสาระสำคัญอยู่ที่เหตุและผลที่พล.อ.ประยุทธ์ใช้คำว่าต้องการให้ประเทศไทยมีความสุข
เพราะฉะนั้นต้องติดตามอนาคตของประเทศไทยต่อจากนี้ว่าจะเดินไปในทิศทางไหน เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเข้าใจเราจะได้ไปทบทวนแม่น้ำ 4 สายอีกรอบ
สำหรับข้อเสนอแนะในการร่างรัฐธรรมนูญที่ คสช.โดยพลเอกธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.ส่งถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงตามมาทันที เพราะหลายข้อเสนอเป็นข้อเสนอที่ทำให้บางฝ่ายเชื่อมโยงทางการเมือง จำลองภาพออกมาทำนองว่า คสช.คิดสืบทอดอำนาจ ได้ทันที
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวยืนยันว่า ข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สาย ที่ส่งไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ไม่ได้เป็นการกดดัน กรธ. เพราะเป็นธรรมดาที่ต้องเขียนไว้เพื่อการดำเนินการช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ 5 ปี ให้เกิดความชัดเจน ส่วนรัฐธรรมนูญถาวร จะไม่มีเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะทำแค่ในบทเฉพาะกาลเท่านั้น ส่วนการเปิดโอกาสให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้ามาทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ด้วยนั้น เพื่อต้องการไม่ให้เกิดการรัฐประหารซ้ำ
พล.อ.สมหมาย เกาฎีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวว่า บทเฉพาะกาลนั้นมองว่าท่านคิดดีแล้ว เพราะทั้งท่านทั้ง2ทำเพื่อประเทศชาติและ ทุ่มเทการทำงาน อย่างมาก ทางกองทัพก็จะยึดถือเเนวทางนี้และจะนำไปปฎิบัติ“เราจะเปรียบเทียบประชาธิปไตยของประเทศไทยเหมือนต้นไม้ต้นใหญ่มหึมา ซึ่งกว่ามันจะฝังรากและเเข็งแรง กว่าจะต้านลมได้เราก็ต้องช่วยกันประคับประคองไปสักพัก ผมว่าแนวทางนี้ดีแล้ว เพราะฉะนั้น สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหานั้นมีความหมายกับการประคับประคองประเทศชาติให้เดินไปข้างหน้า”
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่า ขอยืนยันข้อเสนอแนะของแม่น้ำ 4 สาย ที่ต้องการให้ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ปรับแก้ไขเนื้อหาในบทเฉพาะกาล นั้น ไม่ต้องการให้ กรธ. เปลี่ยนแปลงหลักการของเนื้อหาทั้งหมด แต่เป็นข้อห่วงใยต่อสถานการณ์เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในช่วงเปลี่ยนผ่านสร้างดุลความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจต่าง ๆ ป้องกันความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการสืบทอดอำนาจแต่อย่างใด เพราะกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ คสช. และรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงการสละอำนาจผ่านการเลือกตั้ง ให้ประชาชนตัดสินใจเลือกรัฐบาลใหม่แล้ว ตามที่ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงไปแล้ว
ตัวแปรสำคัญว่าร่างรัฐธรรมนูญภายใต้เนื้อหาดังกล่าวจะผ่านความเห็นชอบจากประชาชนหรือไม่นั่นคือท่าทีของนักการเมืองโดยเฉพาะจากสองพรรคใหญ่ทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ซึ่งที่ผ่านมาดูเหมือนว่าจะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของคสช.เนื่องจากเป็นการจำกัดบทบาทและอำนาจหลังการเลือกตั้ง
ซึ่งขณะนี้เมื่อซาวน์เสียงนักการเมืองขณะนั้นก็ยังคงเป็นที่ชัดเจนอยู่ว่าไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของคสช.
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญว่า รู้สึกเสียดายเวลา เสียดายงบประมาณที่หมดไปกับ กรรมาธิการฯ และกรรมการยกร่างฯ ถึง 2 คณะ เงินนับพันล้านบาทที่หมดไปกับการร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เสียดายเท่ากับเวลาที่ผ่านพ้นไป แทนที่จะเดินหน้า กลับถอยหลังเข้าคลองไปหลายสิบปีลูก หลานคนไทยภายหลังคงจะเรียกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า "รัฐธรรมนูญฉบับใบสั่ง" เพราะเปิดเผยเปลือยกายล่อนจ้อนอย่างไม่เหนียมอาย
นายวัฒนา เมืองสุข อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุว่า เห็นหน้าตาของร่างรัฐธรรมนูญที่จะออกมาตามข้อเสนอล่าสุดของ คสช. แล้ว เดาได้ไม่ยากว่า ผู้มีอำนาจบางคนคงไม่อยากให้บางพรรคได้เป็นรัฐบาล หรือบางคนอาจอยากกลับมามีอำนาจอีกโดยไม่ต้องลงเลือกตั้ง จึงได้กำหนดสูตรเลือกตั้งที่ผิดเพี้ยนไปจากหลักการในระบอบประชาธิปไตย
นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ว่าเป็นการวางระเบิดเวลาทางการเมือง ที่เลวร้ายกว่าเหตุการ “14 ตุลา” ผนวกกับ”พฤษภา35” เพราะ เนื้อหาในข้อเสนอ เช่น ส.ว.มาจากการสรรหาหรือแต่งตั้ง 250 คน เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญดูแลการขับเคลื่อนการปฏิรูปในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี จะเป็นการครอบงำ ส.ส. และรัฐบาลชุดแรก และยังอยู่เพื่อครอบงำชุดถัดไป มีอำนาจควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยสามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้
ด้านฝั่งพรรคประชาธปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญ โดยคสช. ที่ส่งถึงนายมีชัย นั้น เปรียบดังใบสั่งที่มิอาจปฏิเสธได้ กำลังนำไปสู่ทางตันทางการเมืองและอาจนำบ้านเมืองไปสู่วิกฤติ คสช.ได้ทำให้สังคมเห็นว่ากรธ.กลายเป็นลูกไก่ในกำมือซึ่งไม่เป็นผลดีใด ๆ เลย จริง ๆ แล้วคสช.นับได้ว่าเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง อาสาเข้ามาจัดระเบียบปฏิรูปสังคมใหม่ ควรละมุนละไมแบบไทยๆ ไม่ควรหักด้ามพร้าด้วยเข่า เพราะวัฒนธรรมของคนไทยไม่ชอบวิธีการแบบนี้
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงมีข้อเสนออยู่ 3 ประเด็น ถึงแนวทางร่างรัฐธรรมนูญของ คสช.
1.เป็นการได้มาซึ่ง ส.ว. จากการพิจารณาของคนกลุ่มเดียว ในกลุ่มของคณะกรรมการฯ ที่ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ว่ามีอิสระเป็นกลาง เป็นที่น่าเชื่อถืออย่างแท้จริง
2. การกล่าวอ้างถึงประโยชน์ในการดูแลและพิทักษ์รักษาความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองด้วยการให้มี ส.ว. สรรหา 6 คน ผู้บัญชาการ ก่อให้เกิดคำถามว่า ไม่สามารถใช้อำนาจหน้าที่ตามปกติในบ้านเมืองหรืออย่างไร
3. ข้อเสนอที่ให้ ส.ว. สรรหาสามารถร่วมอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไว้วางใจ หรือไม่วางใจได้นั้น จะทำให้เข้าไปเป็นกลไกหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฝ่ายบริหารได้นั้น เป็นการสมควรหรือไม่ในส่วนของที่มานายกรัฐมนตรีนั้น
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงว่า มองว่านายมีชัย คงไม่รับข้อเสนอนี้ เพราะขัดหลักการการเขียนรัฐธรรมนูญโดยสิ้นเชิง เช่น เรื่องระบบการเลือกตั้งที่ตกผลึกแล้ว และมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาตั้งแต่สมัยนายบวรศักดิ์ ว่าประชาชนต้องการเลือกแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ดังนั้นเรื่องระบบเลือกตั้งนายมีชัยคงไม่รับแน่นอน
และเพื่อให้เกิดความชัดเจนข้อเสนอการแก้รัฐธรรมนูญของคสช. เราจะไปพูดคุยกับ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
