"หมอกควัน" ทำพิษ !! ปชช.ภาคเหนือป่วยกว่า 6 หมื่นคน ! "เชียงราย" อ่วม ครองแชมป์วิกฤต "มลพิษในอากาศสูงสุด" !!!!

"หมอกควัน" ทำพิษ !! ปชช.ภาคเหนือป่วยกว่า 6 หมื่นคน ! "เชียงราย" อ่วม ครองแชมป์วิกฤต "มลพิษในอากาศสูงสุด" !!!!

วันนี้ (17 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยถึงสถานการณ์หมอกควันในภาคเหนือจากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษในวันที่ 17 มี.ค. พบว่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 58 - 175 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยมี 5 จังหวัด ที่มีค่าเกินมาตรฐาน
สูงสุดคือที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) อยู่ที่ 175 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
รองลงมาคือ ที่ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) อยู่ที่ 157 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา มีค่าฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) อยู่ที่ 143 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง มีค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) อยู่ที่ 138 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
และ ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่ มีค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) อยู่ที่ 122 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ ทางสำนักงานควบคุมโรคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ รายงานการเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพปลายเดือน ก.พ. - มี.ค. พบว่ามีผู้ป่วยจากผลกระทบด้านปัญหาหมอกควัน 5 กลุ่มโรค รวมสูงกว่าในช่วงเดียวกันเมื่อปี 2558 คือมีทั้งหมด 62,635 ราย แบ่งเป็น
- โรคหัวใจและหลอดเลือด 34,208 ราย
- โรคระบบทางเดินหายใจ 24,233 ราย
- โรคผิวหนังอักเสบ 2,133 ราย
- โรคตาอักเสบ 2,061 คน

อย่างไรก็ตาม ได้มีการสั่งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดติดตามเฝ้าระวังคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษอย่างใกล้ชิด หากพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอนมีค่าเกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (อีโอซี) เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ การเจ็บป่วยของประชาชนใน 4 กลุ่มโรคที่จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคระบบทางเดินหายใจ, ตาอักเสบ และผิวหนังอักเสบ โดยเฉพาะโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งอาจเกิดภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ เกิดอาการแน่นหน้าอก และโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ถุงลมปอดโป่งพอง หอบหืด อาจมีอาการกำเริบได้ง่าย

นอกจากนี้ยังมีแผนการส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุข ออกเยี่ยมบ้านดูแลให้กินยาอย่างต่อเนื่อง แจกหน้ากากอนามัย ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมให้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานอื่นในพื้นที่ เช่น การฉีดน้ำลดปริมาณฝุ่น การเตรียมจัดห้องสะอาดหรือคลีนรูม รองรับประชากรกลุ่มเสี่ยงตามแผนที่วางไว้ โดยส่วนกลางมีศูนย์อีโอซี ให้การสนับสนุนพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง