- 19 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ในวันที่ 21 มีนาคมนี้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็จะเริ่มพิจารณาข้อเสนอ คสช.ในการแก้ไขข้อเสนอของ คสช.ในบทเฉพาะกาล ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า กรธ.นั้นจะดำเนินการตามที่ คสช.เสนอหรือไม่
อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ที่ คสช.นั้นได้มีการเปิดเผยรายละเอียดของข้อเสนอออกมาก็ทำให้นักเลือกตั้งทั้งหลายออกมาโจมตีว่าเป็นการสืบทอดอำนาจและไม่เป็นประชาธิปไตยในขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติก็ได้กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติเมื่อวันศุกร์ ที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมาโดยสื่อสารไปถึงประชาชนว่าอย่าให้คนเพียงไม่กี่คนมาบิดเบือนและสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติตอนหนึ่งระบุว่า เรื่องการแบ่งแยกและปกครอง ทำให้แยกเป็นกลุ่มๆ ดูแลง่ายดี ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ประชาชน แบ่งแยกฝ่ายนี้ ฝ่ายโน้น มีความรุนแรงสนับสนุนด้วย กองกำลังอะไรก็แล้วแต่ จะ 1-2-3 ไม่คำนึงถึงชื่อเสียงประเทศชาติ ใช้อาวุธ ใช้ความรุนแรง มีการทำลายการประชุมระดับประเทศ สร้างความอับอายต่อสายตาชาวโลกต่อเนื่อง ไม่ยอมรับผิดชอบตามกฎหมาย หรือต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม อ้างประชาธิปไตยอย่างเดียว ป้ายความผิด บิดเบือน เอาโลกมากดดันประเทศ มันสมควรหรือไม่ เห็นแก่ตัว ประชาชนเกือบ 70 ล้านคนต้องมาเดือดร้อนกับคนไม่กี่คน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า"วันนี้ก็ยังไม่หยุดเลย มีไม่กี่กลุ่มเท่านั้นเองที่ไม่หวังดี ไปหามา ไม่อยากให้ประชาชนเชื่อสิ่งเหล่านี้ต่อไป สื่อผมก็ไม่รู้จะห้ามยังไงนะ ท่านก็แพร่ไปเรื่อย จริงบ้างไม่จริงบ้าง ถ้าจริง ยอมรับ ถ้าไม่จริงเสียหายประเทศ แล้วก็เป็นผลเสียต่อการขับเคลื่อนประเทศ"
ขณะที่พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเสนอที่ให้มี ส.ว.สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีนั้น ตนไม่ขอชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้ชี้แจงไปชัดเจนแล้ว ส่วนผู้ที่แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างถือเป็นสิทธิของแต่ละคน สุดท้ายเรื่องนี้ก็ต้องไปสู่การทำประชามติให้ประชาชนตัดสิน ส่วนที่นายกฯ ระบุ ส.ว.สรรหา ต้องมี 6 กลุ่มงานของ คสช. นั้น เป็นแนวทางที่ต้องการให้ได้ตัวแทนประชาชนจากทุกสาขาอาชีพมาเป็น ส.ว.สรรหา เหมือนที่เคยใช้ในการเลือก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก่อนหน้านี้
ขณะที่ทางฟากฝั่งของนักเลือกตั้งอย่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ก็ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นรัฐธรรมนูญกันอย่างต่อเนื่อง
เริ่มกันที่ทางด้านของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรี ระบุ จะกำหนดให้แบ่ง ส.ว.สรรหา ช่วงเปลี่ยนผ่านออกเป็น 6 กลุ่มตาม คสช. ว่า ไม่ทราบว่ากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะเห็นชอบด้วยหรือไม่กับข้อเสนอของ คสช.
ส่วนตัวมองว่า การลงรายละเอียดของ ส.ว.สรรหา จะแบ่งกลุ่มเป็นอย่างไรนั้นเป็นเรื่องรอง แต่เรื่องหลักที่กังวลถึงเรื่องอำนาจของ ส.ว.สรรหาชุดแรก ว่า จะจำกัดขอบเขตอย่างไร หากให้มีอำนาจในการประชุมร่วมตามปกติ หรือติดตามเรื่องของการปฏิรูป คงไม่เป็นไร แต่หากเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงมติไม่ไว้วางใจหรือไว้วางใจรัฐบาล คิดว่าไม่เหมาะสม แต่ทั้งนี้หาก กรธ. มีข้อยุติแล้วว่าจะมี ส.ว.สรรหา ก็มาลงรายละเอียดได้ว่าจะแบ่งกลุ่มอย่างไร
ส่วนกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ส.ว.สรรหาชุดแรกนี้ จะช่วยเหนี่ยวรั้งในกรณีที่ ส.ส. ต้องการแก้รัฐธรรมนูญบ่อยครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การให้ ส.ว. เข้ามาถ่วงดุลเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญในช่วงแรกนั้น เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะอาจมีความกังวลว่า
ถ้าไม่เปิดโอกาสให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เลย จะมีคนพยายามเข้ามารื้อรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น แต่ไม่ใช่เหตุผลที่จะกำหนดให้ ส.ว. เข้ามามีอำนาจลงมติไม่ไว้วางใจ หรือให้ข้าราชการประจำมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย
ส่วนนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตนเห็นว่าควรจะนำเอาไปทำประชามติเพื่อลดความขัดแย้ง เพราะข้อเสนอที่เกี่ยวข้องในเรื่องช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไปแล้ว เช่น นายกรัฐมนตรีคนนอก ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน ซึ่งเท่ากับ 1 ใน 3 ของรัฐสภา "ส.ส.500 + ส.ว.250" เพื่อป้องกันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เลือก ส.ส.เขตพวงใหญ่ 3 คน แต่เลือกได้แค่คนเดียว ทำให้ในเขตเลือกตั้งจะมีผู้ชนะได้เป็น ส.ส.แบบเฉลี่ยๆ กันทั้ง 2 พรรคใหญ่ และ 1 พรรคเกิดใหม่
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า ผมเห็นว่าควรร่างข้อเสนอนี้เป็นบทเปลี่ยนผ่าน คล้ายบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ และเอาไปเป็นคำถามเพื่อทำประชามติจะได้ลดความขัดแย้ง ถ้าประชาชนไม่เอา ข้อเสนอก็ตกไป ถ้าประชาชนเอา ข้อเสนอก็จะเป็นรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามวิถีประชาธิไตยเสียงข้างมาก ผมคิดว่ามันลดความขัดแย้งในอนาคตได้ และลดผลกระทบต่อร่างรัฐธรรมนูญหลักที่ได้ทำกันมาไกลมากแล้วด้วย
