- 19 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
นอกเหนือจากสถานการณ์ร้อนทางการเมืองตามที่ปรากฏเป็นข่าวแต่อีกด้านหนึ่งรับบาลพล.อ.ประยุทธ์ก็เดินหน้าแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจโดยในช่วงที่ผ่านมานั้นก็อยู่ในช่วงกระตุ้นเศรษฐกิจและการกำหนดโครฃสร้างพื้นฐานให้มีความเข้มแข็งในระยะยาว
โดยล่าสุดก็ได้มีการออกมาตรการเศรษฐกิจมูลค่าแสนล้านบาทดังนี้
1. โครงการปล่อยเงินกู้กองทุนหมู่บ้าน งบประมาณ 6 หมื่นล้านบาท
2. โครงการตำบลละ 5 ล้านบาท งบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท
3. โครงการลงทุนพื้นฐานการเกษตร งบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท
4. โครงการช่วยเหลือชุมชนระดับหมู่บ้าน ผ่านกำนันและผู้ใหญ่บ้าน งบประมาณ 3 หมื่นล้านบาท
ซึ่งในวันนี้เราจะมาดูกันที่โครงการตำบลละ 5 ล้านบาท ที่กำลังเป็นที่จับตาของผู้คนในสังคมอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากมีกระแสข่าวออกมาเป็นระยะว่ามีการทุจริตในเรื่องของงบประมาณ
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 59 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงโครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท ว่า ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีโครงการที่ทุจริต มีเพียงเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเท่านั้น โดยองค์กรตรวจสอบอย่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว ซึ่งยังไม่พบความผิดปกติ
ขณะที่แหล่งขาวระบุว่า การเบิกจ่ายหมู่บ้านละ 5 ล้านบาท ในกรอบวงเงิน 36,275 ล้านบาทนั้นพบว่าอนุมัติงบประมาณไป 35,750 ล้านบาท โดยโครงการนี้มีกรอบระยะเวลาเบิกจ่ายถึง 31 มีนาคม
ส่วนมาตราดารสงเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้านเป็นการให้สินเชื่อผ่านกองทุนหมู่บ้าน ดอกเบี้ย 0 % นาน 2 ปี วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท
ก.ส. อนุมัติสินเชื่อไปแล้วรวม 47,766 ล้านบาท แบ่งเป็น ออมสิน 25,570 ล้านบาท พบว่ากองทุนหมู่บ้านได้อนุมัติสินเชื่อให้ผู้มีรายได้น้อยไปแล้วกว่า 1.63 ล้านราย ในวงเงิน 21,196 ล้านบาท
ส่วน ธ.ก.ส.อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 22,196 ล้านบาท และกองทุนหมู่บ้านได้อนุมัติสินเชื่อให้ผู้มีรายได้น้อยไปแล้ว 1.38 ล้านราย วงเงิน 22,196 ล้านบาท
ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงการคลังหามาตรการช่วยเหลือชุมชนใน ระดับหมู่บ้านเพิ่มเติมนั้น มาตรการดังกล่าวจะเป็นแนวทางเดียวกับการให้เงินตำบลละ 5 ล้านบาท ซึ่งพบว่า ยังมีหมู่บ้านบางแห่งไม่ได้รับเงิน เพื่อไปทำโครงการ
ดังนั้น รัฐบาลต้องการให้ใส่เงินเพิ่มเติมไปยังหมู่บ้าน เบื้องต้นกำหนดแนวทางการ ใส่เงินในหมู่บ้าน ไว้ที่หมู่บ้านละ 5 แสนบาท ซึ่งมีจำนวนราว 7 หมื่นหมู่บ้าน คิดเป็นวงเงินราว 3.5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ทาง ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งสรุปแนวทางและเงื่อนไขการใส่เงินเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี
ขณะที่ทางด้านของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการเปิดเผยว่าในไตรมาสที่ 2 นั้นรัฐบาลมีแผนการใช้จ่าย เพื่อประคองเศรษฐกิจ
โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อให้ในไตรมาส 2 มีเงินไปหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ ภาครัฐจึ่งจำเป็นต้องหาเม็ดเงินมาลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนแรกจำนวน 35,000 ล้านบาท ผ่านโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในหมู่บ้าน จะเริ่มออกตั้งแต่กลางเดือน มีนาคม 2559 เป็นต้นไปโดยใช้เวลา 3 เดือน
ส่วนก้อนที่ 2 คือ โครงการตำบลละ 5 แสนบาท ซึ่งจ่ายไปแล้ว 10,000 กว่าล้านบาท
นอกจากนี้ก้อนที่ 3 คืองบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 60,000 ล้านบาทซึ่งจะเป็นส่วนที่ไปทำโครงการอุดหนุนการท่องเที่ยวเป็นหลัก และนำไปสมทบกับงานคิกออฟในวันที่ 7 เมายน 2559
ก้อนที่ 4 ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 2 โครงการคือ การปลูกพืชเชิงเดี่ยว มีเม็ดเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท
ส่วนอีก 1 โครงการ คือ นโยบาย 1 ตำบล 1 SMEs โดยใช้วงเงินสินเชื่อออกตอนแรก 70,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีเงินที่รัฐบาลจัดหาไว้ล่วงหน้าอีก 3 รายการ ที่เตรียมนำออกมาใช้จ่ายออกสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่ขอดูตัวเลขการส่งออกเดือนมีนาคม 2559 ก่อนแล้วจึงจะมีการตัวสินใจว่าโครงการสุดท้ายนี้จะนำมาใช้หรือไม่
