- 20 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ยังคงคลุมเครือจนถึงขณะนี้ สำหรับบทสรุปเรื่องการชำระค่าสัมปทานคลื่น 900 MHz ใบอนุญาตที่ 1 ซึ่ง บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด มีกำหนดเส้นตายต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันพรุ่งนี้ ( 21 มี.ค.) ก่อนเวลา 16.30 น.
ล่าสุดนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ยังไม่ได้รับเอกสารติดต่ออย่างเป็นทางการจาก บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด เพื่อชำระเงินประมูลคลื่น 900 งวดแรก อย่างไรก็ตามกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทางกสทช.ได้เตรียมแผนสำรองไว้สำหรับในกรณีที่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ตัดสินใจไม่ชำระเงินตามกำหนด กสทช.โดยเบื้องต้นมีความจำเป็นจะต้องเรื่องต่อนายกรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติการเปิดประมูลใหม่ในราคาใกล้เคียงกับเงินประมูลครั้งแรก หรือประมาณ 75,000 ล้านบาท แต่หากไม่มีผู้ประมูลรอบที่ 2 ก็จะต้องพักคลื่นไว้ 1 ปีเพื่อพิจารณาจัดสรรคลื่นความถี่ในรอบใหม่
แต่ถ้าบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ชำระเงินค่าประมูลตามกำหนด กสทช.จะสามารถออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์ 4 จี ได้ในวันที่ 15 เมษายน เพื่อให้ครบกำหนดที่ศาลปกครอง มีคำสั่งคุ้มครองผู้ใช้โทรศัพท์ 2 จีของเอไอเอสในคลื่นเดียวกัน โดยแจสโมบายสามารถนำเข้าและติดตั้งอุปกรณ์ให้บริการโทรศัพท์ระหว่างรอออกใบอนุญาตได้
ทั้งนี้ประเด็นหลัก ๆ ที่ต้องพิจารณาติดตามประเด็นการชำระค่าคลื่น 900 MHz ของดังกล่าว บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ประกอบไปด้วยสาระสำคัญดังนี้
1.ตามพระราชบัญญัติกสทช.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลคลื่น 900 MHz กำหนดว่า ผู้ชนะการประมูลทั้งสองใบอนุญาตคลื่นความถี่ ต้องชำระเงินค่าสัมปทานภายใน 90 วัน ซึ่งวันที่ 21 มี.ค. 2559 ถือเป็นวันสุดท้ายตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยกสทช. ซึ่งกรณีนี้ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ซึ่งชนะการประมูลคลื่นช่วงความถี่ 895-905 MHz คู่กับ 940-950 MHz ด้วยมูลค่า 75,654 ล้านบาทสามารถส่งจดหมายยืนยันต่อกสทช.ได้ภายในก่อนเวลา 12.00 น. จ ากนั้นถ้าจะดำเนินการจ่ายต้องเป็นไปภายในเวลาราชการ คือ 16.30 น. เป็นอย่างช้า
2.การชำระเงินของผู้ชนะการประมูล ซึ่งในกรณีคือ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด จะต้องชำระเงิน 4 งวด งวดแรก ชำระ 8,040 ล้านบาท ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล พร้อมกับหนังสือรับรองทางการเงิน (แบงก์ การันตี) ในงวดที่เหลือด้วย
จากนั้น บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด มีพันธะจะต้องชำระเงินงวดที่สอง จำนวน 4,020 ล้านบาท ภายใน 15 วัน เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 2 ปีนับแต่ได้รับใบอนุญาต
ส่วนงวดที่สาม บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ต้องชำระเงินอีก 4,020 ล้านบาท ภายใน 15 วัน เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 3 ปีนับแต่ได้รับใบอนุญาต และงวดที่สี่ ชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ส่วนที่เหลือทั้งหมดภายใน 15 วัน เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 4 ปี
ในทางกลับกันถ้าในวันพรุ่งนี้ ( 21 มี.ค.) บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ไม่สามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ผลที่จะเกิดขึ้นมีรายละเอียดสำคัญ ๆ ดังนี้
1.ถ้า บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ผิดเงื่อนไขต้องถูกยึดเงินประกันจำนวน 5% ของราคาเริ่มต้นการประมูล หรือราว 644 ล้านบาท พร้อมการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการจัดการประมูล 4 จี อีกราว 160 ล้านบาท และอาจถูกกสทช.ขึ้นบัญชีดำ (แบล็คลิสต์) ในการร่วมประมูลโครงการต่าง ๆ
2.ถ้าบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ผิดเงื่อนไขสัญญา กสทช.มีแนวทางต้องเริ่มต้นกระบวนเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ก่อนเปิดประมูลใหม่ในช่วงระยะเวลาประมาณ 3 เดือน โดยมูลค่าคลื่นเบื้องต้นกำหนดไว้ว่าจะต้องไม่ต่ำกว่าราคาสุดท้ายที่บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ประมูลได้ 75,654 ล้านบาท แต่ถ้าได้ราคาประมูลที่ต่ำกว่า 75,654 ล้านบาท กสทช.จะพิจารณาฟ้อง บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด เพื่อเรียกคืนค่าส่วนต่างที่เกิดขึ้น
3.ในกรณีถ้าไม่มีเอกชนรายใดให้ความสนใจ กสทช. จะต้องเก็บใบอนุญาตคลื่นความถี่ดังกล่าวไว้เป็นเวลา 1 ปี และเปิดประมูลใหม่รอบที่ 3 โดยมีราคาตั้งต้นที่ 75,654 ล้านบาท บวกกับอัตราเงินเฟ้อในขณะนั้น
ทางด้าน นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิชาการด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า หากให้ประเมินว่าแจสจะจ่ายเงินหรือไม่นั้น เชื่อว่าแจสอาจทิ้งใบอนุญาตด้วยเหตุผล 2 ข้อ คือ
1.ไม่มีข่าวความเคลื่อนไหวของธนาคารในช่วงที่ผ่านมาหลุดออกมาเลยว่าแจสจะขอกู้เงินเพื่อทำแบงก์การันตี ขณะที่ทรูซึ่งเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงและมีทุนสูงยังต้องขอกู้เพื่อทำแบงก์การันตีถึง 6 ธนาคาร หากแจสไปพูดคุยกับธนาคารจริงย่อมต้องปรากฏข่าว
2.ในกรณีข้อพิพาทคดีทางศาลเรื่องซิมดับบนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในช่วงความถี่ของคลื่นที่แจสประมูลได้ กลายเป็นว่าแจสไม่มีความเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าวปล่อยให้เป็นข้อพิพาทระหว่างค่ายเอไอเอสกับทรู ทั้งที่แจสถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง
ต้องติดตามสถานการณ์ทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ (21 มี.ค.) เพราะไม่มีใครให้คำตอบได้ดีเท่าผู้บริหารของ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ซึ่งล่าสุดยังไม่แสดงท่าทีใด ๆ ผ่านสาธารณะ
ทั้งนี้ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ก็คือบริษัทย่อยของ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับแรก ประกอบด้วย
จำนวนหุ้น (ร้อยละ)
1. นาย พิชญ์ โพธารามิก 1,844,046,870 25.85
2. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 707,436,868 9.92
3. ABN AMRO NOMINEES SINGAPORE PTE LTD 343,533,500 4.82
4. STATE STREET BANK EUROPE LIMITED 204,379,171 2.87
5. นาย เกริกไกร ไตรบัญญัติกุล 143,510,308 2.01
ส่วนคณะผู้บริหาร บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ประกอบด้วย
คณะกรรมการ ตำแหน่ง
1. นาย สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานคณะกรรมการ / กรรมการอิสระ
2. นาย พิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร / กรรมการผู้จัดการ / กรรมการ
3. นาย สมบุญ พัชรโสภาคย์ กรรมการ
4. นาย สุพจน์ สัญญพิสิทธิ์กุล กรรมการ
5. นาย ธีรศักดิ์ จีรอัศวพงศ์ กรรมการ
6. น.ส. สายใจ คีตสิน กรรมการ
7. นาย ปลื้มใจ สินอากร กรรมการ
8. นาย โสรัชย์ อัศวะประภา กรรมการ
9. นาย วิชิต แย้มบุญเรือง กรรมการอิสระ / ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
10. นาย โยธิน อนาวิล กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ
11. นาง จันทรา บูรณฤกษ์ กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ
