- 21 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมไๆด้ที่ www.tnews.co.th
ตามติดกันมาตลอดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาจนถึงเมื่อเวลา 16.30 น.ที่ผ่านมาจึงชัดเจนว่า บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ในเครือบมจ. บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล เลือกที่จะเป็นฝ่ายผิดสัญญาการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz
โดยเป็นการตัดสินใจตามทิศทางข่าวก่อนหน้าว่า บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ไม่สามารถหาข้อสรุปกับสถาบันการเงินในประเด็นการออกหนังสือค้ำประกันวงเงิน 75,654 ล้านบาท เพื่อนไปยื่นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับกสทช.ได้
ทั้งนี้สำหรับการประมูลคลื่น 900 MHz ดังกล่าวนี้เดิมทีมีผ้ประมูลรวมทั้งสิ้น 4 ราย คือ
1.บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด
2.บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด
3.บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด
4.บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด
ก่อนสุดท้ายเป็นทางด้านบริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด ที่ชนะการประมูลใบอนุญาต 4 จี คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ในชุดที่ 1 คลื่น 895-905 MHz คู่กับ 940-950 MHz (10 MHz) มูลค่าการประมูลรวม 75,654 ล้านบาท
และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ชนะการประมูลในชุดที่ 2 คลื่น 905-915 MHz คู่กับคลื่น 950-960 MHz (10 MHz) มูลค่าการประมูล 76,298 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้ง 2 ใบอนุญาตคลื่นความถี่เป็นเงิน 151,952 ล้านบาท
ที่น่าสนใจก็คือในช่วงที่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด เข้าดำเนินการประมูลคลื่น 900 MHz จนชนะการประมูล และรวมถึงการเสนอราคาประมูล 1800 MHz ที่สูงลิ่วถึงเกือบ 4 หมื่นล้าน ก่อนหน้าก็มีคำถามเรื่องความพร้อมสำหรับการแข่งขันทางธุรกิจโทรคมนาคมกับบริษัทเจ้าตลาดเดิมอย่าง AIS , DTAC และ TRUE มาโดยตลอด
และเป็นทางด้าน นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ที่พยายามยืนยันว่า บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด มีความตั้งใจจะเข้ามาเป็นผู้ให้บริการรายใหม่ในธุรกิจโทรคมนาคม เนื่องจากจัสมินทำธุรกิจบรอดแบนด์มานาน ดังนั้นการได้คลื่นความถี่ 900 MHz เข้ามาจึงถือเป็นการเติมเต็มธุรกิจโทรคมนาคมให้กับองค์กร โดยเฉพาะการที่แจสโมบายมีฮอตสปอตหลายแสนจุด ดังนั้นอนาคตอันใกล้ผู้ใช้บริการคงจะได้เห็นธุรกิจโมบายกับฟิกซ์บรอดแบนด์ ถูกรวมการใช้งานเข้าด้วยกันในระบบโมบายอินเตอร์เนตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้นายพิชญ์ ยังแสดงความมั่นใจเกี่ยวกับแผนการลงทุนขยายธุรกิจว่า ถึงแม้ แจส โมบาย จะเป็นรายใหม่ในตลาด แต่ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2558 ด้วยการทำเซอร์เวย์จากฐานลูกค้าเดิมในแง่ของราคา และความเร็วที่ต้องการ จนทำให้ในปัจจุบันมีบุคลากรมากกว่า 6,000 คนทั่วประเทศและมีหน้าร้านกว่า 300 ร้าน รวมถึงยังอ้างถึงการเตรียมพาร์ทเนอร์เป็นกลุ่มทุนต่างชาติเข้าร่วม และยืนยันว่า บมจ.จัสมินจะไม่มีการเพิ่มทุนอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามท้ายสุด บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด ก็ตัดสินใจเลือกทิ้งใบอนุญาตคลื่นความถี่ดังกล่าว หลังจากมีปัญหาเรื่องหนังสือค้ำประกันของสถาบันการเงินมาโดยตลอด
โดยเฉพาะกรณี ผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ของไทย อย่างธนาคารกรุงเทพ ที่ปฏิเสธออกหนังสือค้ำประกันวงเงิน 75,654 ล้านบาท ให้ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด นำไปยื่นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อให้กสทช.ออกใบอนุญาต 4 จีให้ เนื่องจากแผนธุรกิจในอนาคตและรายได้ไม่มีความชัดเจนเพียงพอกับสภาวะการแข่งขันธุรกิจโทรคมนาคมที่มีทิศทางรุนแรงมากขึ้น รวมถึงเงื่อนไขในการเรียกร้องให้บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล เพิ่มทุนเพื่อลดสภาวะความเสี่ยงการขอสินเชื่อกว่า 7 หมื่นล้านบาทไม่เกิดขึ้น
และเพื่อให้เกิดความชัดเจนกับประเด็นนี้ เราจะไปสอบถามข้อมูลทั้งหมดจาก นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรรมการกสทช. ถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับ ที่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด และรวมถึงผลกระทบจากการดำเนินโครงข่าย 4 จี 900 MHz
