จับตา !! อนาคต 4 จีประเทศไทย จะเป็นอย่างไร !? หลัง "JAS"  ทิ้งใบอนุญาตคลื่น 900 MHz

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมไๆด้ที่ www.tnews.co.th

 


ตามติดกันมาตลอดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาจนถึงเมื่อเวลา 16.30 น.ที่ผ่านมาจึงชัดเจนว่า บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด  ในเครือบมจ. บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล   เลือกที่จะเป็นฝ่ายผิดสัญญาการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz

 


 

 

 

โดยเป็นการตัดสินใจตามทิศทางข่าวก่อนหน้าว่า   บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด   ไม่สามารถหาข้อสรุปกับสถาบันการเงินในประเด็นการออกหนังสือค้ำประกันวงเงิน 75,654 ล้านบาท เพื่อนไปยื่นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับกสทช.ได้

 


ทั้งนี้สำหรับการประมูลคลื่น 900 MHz  ดังกล่าวนี้เดิมทีมีผ้ประมูลรวมทั้งสิ้น  4 ราย คือ 

1.บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด

2.บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด

3.บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด

4.บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด

 


ก่อนสุดท้ายเป็นทางด้านบริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด  ที่ชนะการประมูลใบอนุญาต 4 จี  คลื่นความถี่ย่าน 900  MHz   ในชุดที่ 1   คลื่น 895-905 MHz คู่กับ 940-950 MHz (10 MHz)  มูลค่าการประมูลรวม  75,654 ล้านบาท

 


และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ชนะการประมูลในชุดที่ 2 คลื่น 905-915 MHz คู่กับคลื่น 950-960 MHz (10 MHz) มูลค่าการประมูล 76,298 ล้านบาท   รวมมูลค่าทั้ง 2 ใบอนุญาตคลื่นความถี่เป็นเงิน   151,952   ล้านบาท

 


ที่น่าสนใจก็คือในช่วงที่    บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด   เข้าดำเนินการประมูลคลื่น  900 MHz  จนชนะการประมูล   และรวมถึงการเสนอราคาประมูล 1800 MHz   ที่สูงลิ่วถึงเกือบ  4 หมื่นล้าน   ก่อนหน้าก็มีคำถามเรื่องความพร้อมสำหรับการแข่งขันทางธุรกิจโทรคมนาคมกับบริษัทเจ้าตลาดเดิมอย่าง AIS  , DTAC และ TRUE  มาโดยตลอด

 


และเป็นทางด้าน  นายพิชญ์   โพธารามิก   ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล     ที่พยายามยืนยันว่า  บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด    มีความตั้งใจจะเข้ามาเป็นผู้ให้บริการรายใหม่ในธุรกิจโทรคมนาคม   เนื่องจากจัสมินทำธุรกิจบรอดแบนด์มานาน   ดังนั้นการได้คลื่นความถี่  900 MHz  เข้ามาจึงถือเป็นการเติมเต็มธุรกิจโทรคมนาคมให้กับองค์กร   โดยเฉพาะการที่แจสโมบายมีฮอตสปอตหลายแสนจุด    ดังนั้นอนาคตอันใกล้ผู้ใช้บริการคงจะได้เห็นธุรกิจโมบายกับฟิกซ์บรอดแบนด์   ถูกรวมการใช้งานเข้าด้วยกันในระบบโมบายอินเตอร์เนตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 


นอกจากนี้นายพิชญ์    ยังแสดงความมั่นใจเกี่ยวกับแผนการลงทุนขยายธุรกิจว่า  ถึงแม้  แจส โมบาย  จะเป็นรายใหม่ในตลาด    แต่ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2558   ด้วยการทำเซอร์เวย์จากฐานลูกค้าเดิมในแง่ของราคา และความเร็วที่ต้องการ  จนทำให้ในปัจจุบันมีบุคลากรมากกว่า 6,000 คนทั่วประเทศและมีหน้าร้านกว่า 300 ร้าน   รวมถึงยังอ้างถึงการเตรียมพาร์ทเนอร์เป็นกลุ่มทุนต่างชาติเข้าร่วม  และยืนยันว่า บมจ.จัสมินจะไม่มีการเพิ่มทุนอย่างแน่นอน 

 


อย่างไรก็ตามท้ายสุด บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด   ก็ตัดสินใจเลือกทิ้งใบอนุญาตคลื่นความถี่ดังกล่าว  หลังจากมีปัญหาเรื่องหนังสือค้ำประกันของสถาบันการเงินมาโดยตลอด 

 


โดยเฉพาะกรณี   ผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ของไทย    อย่างธนาคารกรุงเทพ   ที่ปฏิเสธออกหนังสือค้ำประกันวงเงิน 75,654 ล้านบาท  ให้    บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด     นำไปยื่นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อให้กสทช.ออกใบอนุญาต 4 จีให้ เนื่องจากแผนธุรกิจในอนาคตและรายได้ไม่มีความชัดเจนเพียงพอกับสภาวะการแข่งขันธุรกิจโทรคมนาคมที่มีทิศทางรุนแรงมากขึ้น     รวมถึงเงื่อนไขในการเรียกร้องให้บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล เพิ่มทุนเพื่อลดสภาวะความเสี่ยงการขอสินเชื่อกว่า 7 หมื่นล้านบาทไม่เกิดขึ้น

 


และเพื่อให้เกิดความชัดเจนกับประเด็นนี้ เราจะไปสอบถามข้อมูลทั้งหมดจาก นพ.ประวิทย์  ลี่สถาพรวงศา  กรรรมการกสทช. ถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับ ที่    บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด   และรวมถึงผลกระทบจากการดำเนินโครงข่าย 4 จี  900 MHz