"สนธิญาณ" ซัดเปรี้ยง!!! ถึงเวลา "คสช." เดินหน้าปฏิรูปตำรวจ - แนะจับตา "กรธ." รับข้อเสนอแม่น้ำ 4 สาย หรือไม่!?

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

สนธิญาณ แนะคสช. ถึงเวลาต้องกล้าเดินหน้าปฏิรูปองค์กรตำรวจ - ลั่นหากคสช. ไม่ทำคงไม่มีใครกล้าทำอีกแล้ว - ชี้ชัดกระบวนยุติธรรมบ้านเราน่ากลัว หาก ตำรวจ-อัยการ รู้กันคดีจะเกิดช่องว่าง - แนะจับตากรธ. จะรับข้อเสนอแม่น้ำ 4 สาย หรือไม่ - ฟันธงหากรับ ต้องไปชี้ขาดกันวันลงประชามติ ว่า ปชช.จะเอาฝ่ายคัดค้านหรือคสช.

 

 

 

 

 


รายการ "ยุคล ถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำคืนวันจันทร์ที่ 21 มีนาคม 2559 ออกอากาศทางช่องทีนิวส์  ดำเนินรายการโดย คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) และบุญระดม จิตรดอน (เด้ง)  โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้


บุญระดม: สวัสดีค่ะท่านผู้ชมเข้ามาในช่วงเวลาของรายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" วันนี้มาพบกันกับดิฉัน "บุญระดม จิตรดอน" จะทำหน้าที่แทนคุณยุคลหนึ่งวัน เพราะฉะนั้นรายการก็คงจะต้องเปลี่ยนเป็น บุญระดมถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ กับวันนี้่ค่ะ วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม 2559 เราไปพบกันกับคนที่ต้องมาตอบกันทุกวันจันทร์เลยนะคะ คุณ "สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม" สวัสดีค่ะ    


สนธิญาณ: สวัสดีครับคุณบุญระดม สวัสดีครับท่านผู้ชมครับ สำหรับเอ็มวีซักครู่ที่ได้ชมไปเนี่ยนะครับ เนื่องในโอกาสที่ทางรายการคือผมนี่แหล่ะตั้งใจจะอวยพรวันเกิดให้กับท่านนายก เนื่องในโอกาสครบรอบ...  


บุญระดม: อายุ 62 ปี


สนธิญาณ: 62 ปีเต็มนะครับ ก็อยากจะขอกราบอวยพรอย่างนี้ก่อน สิ่งแรกเนี่ยนะครับก็ขอให้บุญได้ช่วยรักษาท่านนายกนะครับ ให้เทวดาช่วยคุ้มครอง สิ่งที่จะอวยพรก็คือขอให้สุขภาพของท่านแข็งแรง คิดว่าสิ่งอื่นใดที่ท่านปรารถนาทั้งหลายในเรื่องอันเป็นส่วนตัว น่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันนี้ ดังนั้นเนี่ยนะครับ คิดว่าในวันนี้สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ วาดหวัง ก็น่าจะเป็นเรื่องของประเทศชาติ ที่ต้องการเห็นก้าวเดินต่อไปในวันข้างหน้า ก็ขอให้ความหวังและความตั้งใจนี้ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะทำให้เกิดผลดี ทั้งกับตัวพล.อ.ประยุทธ์ เอง ที่จะทำให้ประวัติศาสตร์ ได้จดจำเอาไว้ แล้วก็จะเป็นผลดีกับพวกเราคนไทยทุกคน เพลงเมื่อซักครู่นี้คุณบุญระดม...            


บุญระดม: ก็คงจะสะท้อนได้ถึงความรู้สึกของท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะคะ เพลงเมื่อซักครู่ที่เปิดให้คุณผู้ชมได้ฟังกันไป เมื่อเริ่มต้นรายการของเราคือเพลง "Bridge Over Troubled Water" เป็นเพลงของ "Simon & Garfunkel" ที่ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเลือกเพลงๆ นี้ด้วยตัวเองเพราะว่า ท่านบอกว่าท่านโปรดเพลงนี้มาก ในช่วงระยะเวลานี้นะคะ อาจจะเป็นเพราะว่าท่านนายกอยากจะสื่อถึงประชาชนคนไทยทั้งประเทศ   


สนธิญาณ: รึเปล่า...


บุญระดม: เพราะว่าท่านนายกเนี่ยนะคะต้องการที่จะเป็นสะพานทอดข้าม ประเด็นปัญหาและความทุกข์ใจต่างๆ ของคนไทยทั้งประเทศ   


สนธิญาณ: ครับ คือต้องดูเนื้อหาเพลงนะ ผมเนี่ยจะพูดถึงเรื่องภาษาอังกฤษเนี่ย ก็ไม่สามารถที่จะแปลเนื้อหาเพลงได้นะครับ แต่ว่าที่ต้องมาขยายให้ฟังเนี่ย ท่านนายกเปรียบตัวเองเหมือนกับสะพาน ที่จะให้คนเนี่ยก้าวข้ามไปถึงเป้าหมายปลายทางที่ปรารถนา แม้จะต้องแบกรับอะไรก็ตามแต่ ขอให้ทีมงานเนี่ยช่วยเปิดอีกซักครั้งได้มั้ยครับ ให้ท่านผู้ชมเนี่ยได้เห็นคำแปลของเนื้อเพลงอีกรอบหนึ่ง มันจะรู้สึกซาบซึ้งกินใจมาก 

 


นาทีที่ 05.03 - 06.33 เปิดเพลง Bridge Over Troubled Water - Simon & Garfunkel

 

 

 

สนธิญาณ: เป็นไง ซึ้งมั้ย ซึ้งครับ แต่ว่าคนที่จะรู้สึกซาบซึ้งเนี่ยนะครับ ก็แล้วแต่ คนที่รักที่ชอบที่เชียร์ ก็คงจะซาบซึ้งใจ คนที่ไม่ชอบไม่รักไม่เชียร์ ก็คงจะหมั่นไส้ ก็เป็นธรรมดา


บุญระดม: ก็คงจะเป็นการสะท้อนถึงความรู้สึกนะคะของท่านนายกรัฐมนตรี มาถึงประชาชนคนไทยทั้งประเทศ แล้วก็ดูจะเหมาะกับสถานการณ์ในช่วงนี้พอดี  


สนธิญาณ: โดยเฉพาะวันนี้นะครับ ต้องเรียนท่านผู้ชมว่า วันนี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เค้าบอกว่าจะเอาข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สาย มาพิจารณากัน ทีนี้พอบอกว่าจะเอามาพิจารณากัน มันก็ทำให้นึกได้ว่า ข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สายเนี่ย ชัดเจนนะผมเรียนย้ำท่านผู้ชมว่า คสช. เค้าบอกว่า ทั้งสิ้นทั้งปวงเนี่ยนะครับ เพื่อที่จะดำเนินการไปตามเจตนารมณ์ ในการยึดอำนาจของคสช. เพื่อจะรักษาบ้านเมืองแล้วก็จะผลักดันบ้านเมืองให้เดินหน้าต่อไป เพราะฉะนั้นใครที่จะแปลว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ จะสืบนู่นสืบนี่ ไม่ต้องแปลเลย ใช่ มันเป็นการสืบทอดอำนาจ แต่เป็นการสืบทอดอำนาจในอีกรูปแบบหนึ่ง รูปแบบนั้นก็คือว่า รูปแบบในการที่จะผลักดันแนวคิดและวิธีในการมอง แล้วก็จัดการปัญหา ให้ประเทศเนี่ยมียุทธศาสตร์ ในการที่จะเดินไปข้างหน้า            


บุญระดม: แต่ว่าจริงๆ แล้วในข้อเสนอเนี่ยก็มีการระบุถึง ประเด็นเรื่องของการสืบทอดอำนาจที่หลายๆ คนเกรงกันเอาไว้อยู่ด้วย  


สนธิญาณ: ก็พูดชัดเจน คือผมเรียนนะครับว่า วันนี้เนี่ยนะครับที่ฝ่ายคัดค้าน เค้าคัดค้านมาโดยตลอด เป็นการคัดค้านที่ถูกต้องนะ เพราะมันเป็นเรื่องของการมองคนละมุม ต้องเข้าใจ การที่บอกว่าวุฒิสมาชิก จากที่กรรมการร่างเอาไว้มี 200 คน เค้าเสนอให้มี 250 เค้าก็ชัดเจน ก็เพื่อไว้ดุลอำนาจกับส.ส. ก็คือว่าวุฒิสมาชิกไปรวมกับพรรคฝ่ายค้าน รัฐบาลก็นั่งขาสั่นอยู่ตลอดเวลา ทำไม่ดี ทำเลว ทำทุจริตคอรัปชั่น ไม่ดำเนินการไปตามแผนยุทธศาสตร์ที่คสช. วางไว้ รัฐบาลก็อยู่ลำบาก แล้วแบบนี้จะเรียกว่าไม่สืบทอดได้ยังไง ก็เค้าต้องการสืบทอดอำนาจทางความคิด ที่ต้องการผลักดันไป ผมย้ำอำนาจทางความคิดนะ ตัวสว. เนี่ย คนจะตีจะยิงกันตาย จะนู่นจะนี่ สว. ไปประชุมแล้วป้องกันไม่ให้ยิงได้หรอ ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นทั้งสิ้นทั้งปวงเนี่ยนะครับ มันอยู่ที่ว่าประชาชนคนไทยขานรับข้อเสนอและแนวคิดนี้ของคสช. รึเปล่า ถ้าประชาชนคนไทยขานรับ และสนับสนุนแนวคิดนี้ มันก็จะนำพาไปสู่การตัดสินใจบางสิ่งบางอย่างขึ้นก็ได้ นั่ก็คืออาจจะเกิดกระแสเสียง เรียกร้องให้ท่านนายกเข้ามาบริหารราชการประเทศต่อ ซึ่งการเข้ามาบริหารประเทศเนี่ย ต้องย้ำนะครับ ก็ไม่สามารถที่จะทำเองได้ตามอำเภอใจนะคุณบุญระดม ต้องให้สภาโหวต ต้องให้สภาผู้แทนราษฎรโหวต สภาผู้แทนราษฎรมี 500 คน ก็ต้องมีเสียงเกิน 250 ขึ้นไป ในการที่จะโหวตใครขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งใครก็ตามที่มาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นนายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว เพราะได้รับการโหวตจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร       


บุญระดม: แต่ดูเหมือนว่าในส่วนของกรธ. เองเนี่ยนะคะ จะไม่ได้ติดใจในประเด็น 2 ประเด็นนี้ละ เรื่องของบัตรเลือกตั้ง เรื่องของที่มานายก แต่ประเด็นที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ก็คือสว. 


สนธิญาณ: ก็นี่ไง ระหว่างที่กรธ. ตัดสินใจเนี่ยนะครับ ติดใจกรธ. บางส่วน คุณอภิสิทธิ์ ติดใจ แน่นอนครับ ในสภาเนี่ยนะครับ สว. เนี่ย เหมือนกับพรรคฝ่ายค้าน หรือพรรคตรวจสอบที่เกิดขึ้น และมีดุลอำนาจอันสูง ย้ำนะครับ ดุลอำนาจสูงในการที่จะตรวจสอบรัฐบาล ก็ถามว่าแม่น้ำ 4 สาย โดยเฉพาะคสช. เค้าขอไปเนี่ย เค้าบอกว่าขอให้เค้าได้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ที่เค้ายึดอำนาจมา ผมจึงบอกให้ชัดเจนเดี๋ยวเราต้องมาดูกัน ว่าระหว่างความรับผิดชอบของคสช. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ความรับผิดชอบของประชาชนคนไทย ความจริงวันนี้เนี่ยท่านอ.มีชัย ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเนี่ย ได้ให้สัมภาษณ์ไว้นะตอนสายๆ เนี่ย ผมคิดว่าเปรียบเทียบเนื้อหาบางอย่างเอาไว้ชัดเจน ซึ่งการเปรียบเทียบเนื้อหาบางอย่างเนี่ยนะครับ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ใหญ่ ผมก็ค่อนข้างที่จะเชื่อว่า ทิศทางจะออกมาด้วยดี แต่ว่าตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปนะครับ เค้าจะประชุมกันต่อพรุ่งนี้ แต่เดี๋ยวอ.มีชัย ยังไงเนี่ยนะครับ จะขยายความลงรายละเอียดอย่างไร สิ่งที่เราพูดกันว่า กรธ. ประชุมวันนี้ จะให้ของขวัญวันเกิดกับท่านนายกได้หรือไม่ได้ ก็ยังไม่รู้แต่เดี๋ยวช่วงหน้าเนี่ยมาขยายความกันต่อ ก่อนที่จะเดินไปสู่ประเด็นของการ                   


บุญระดม: ปฏิรูปตำรวจ


สนธิญาณ: ยังค้างคา ยังไม่เลิกกันเนี่ยนะครับ เรื่องตำรวจเนี่ยจบกันไม่ได้ แล้วก็เหมือนกับหัวข้อที่ขึ้นไว้ ต้องการความกล้าของคสช.  


บุญระดม: เอาล่ะค่ะ ช่วงนี้เราก็พักกันก่อนซักครู่นึงนะคะ (พักช่วง)  กลับเข้ามาในช่วงที่สองของรายการ

สนธิญาณ : มีกฎตามธรรมชาติอยู่กฎหนึ่งที่คิดว่าผมได้เรียนรู้มาก็คือพลังของจิตใจที่เรามีและเราจะมอบให้ต่อกันเป้นพลังที่ยิ่งใหญ่และมีจริง ๆ ไม่ว่าผู้ที่เราต้องการจะให้นั้นเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามแต่ แต่ถ้าหัวใจหล่อหลอมและตั้งใจไป ณ ที่จุดนั้น โอกาสที่จะเกิดพลังก็จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นทุกคำอวยพรของแฟนข่าวทีนิวส์ที่เข้ามาจะนำพาไปสู่พลังแห่งจิตใจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และไม่แน่นอนคุณบุญระดมไปทำข่าวอยู่ที่ทำเนียบทุกวัน เดี๋ยวเราจะปริ้นท์เอกสารฝากคุณบุญระดมไปมอบให้ท่านนายกว่านี่คือคำอวยพรของขวัญวันเกิดให้กับท่านนายก

 

 

บุญระดม : มาว่ากันต่อเรื่อง กรธ.ที่ประชุมลับกันตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ประชุมกันนานประมาณ 4 ชั่วโมงแต่ไม่มีข้อสรุปเพราะต่างคนต่างความเห็น คุณมีชัยก็เลยบอกว่ายกยอดเป็นประชุมต่อวันพรุ่งนี้ตอนประมาณบ่ายโมงครึ่ง ปรากฏว่าทางด้านโฆษก กรธ. คุณอุดมบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุป ยังสรุปไม่ได้ว่า กรธ.จะยืนยันตามหลักเดิมหรือว่าปรับเปลี่ยนตามข้อเสนอ แต่กรณีที่จะสรุปผลออกมาในทางใดยืนยันว่าจะอยู่บนหลักการเหตุและผล ไม่ใช่การคิดและเขียนแบบส่งเดช และกรธ.ต้องการหาทางออกให้กับประเทศ คือคงไม่มี กรธ. คนไหนที่นำองค์กรมาสร้างปัญหา หลังจากการหารือกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้เมื่อได้ข้อสรุปมีความเป็นไปได้ว่าคุณมีชัยจะเป็นผู้แถลงรายละเอียดด้วยตนเอง

 

 

สนธิญาณ : ผมก็คาดหวังและคิดว่า กรธ. คงจะเข้าใจเหมือนกัน ประเด็นแรกที่คิดว่าคณะกรรมการ กรธ.จะต้องเข้าใจ แม่น้ำ 4 สาย ส่งเนื้อหาในการที่จะผลักดันรอยต่อของประเทศ ไม่ได้มีเจตนาไปแก้ไขเนื้อหา การยกร่างรัฐธรรมนูญของกรธ.ในบทไหนเลย เพียงแต่เอาบทเหล่านี้ไปบรรจุไว้ในบทเฉพาะกาล ในช่วงระยะเวลาที่เปลี่ยนผ่าน 5 ปี หลังจาก 5 ปีนี้ไปคิดว่าสถานการณ์บ้านเมืองน่าจะเข้ารูปเข้ารอยก็กลับไปใช้หลักการตามที่ กรธ.ร่างไว้ ตอนเช้าที่ผมเรียนไปเมื่อสักครู่ว่าเรื่องราวดูท่าจะจบหรือไม่ ผมคิดว่า อ.มีชัยพูดค่อยข้างจะชัด ท่านบอกว่ากรธ. เปรียบเหมือนกับผู้ที่ได้รับมอบหมายให้สร้างบ้าน คือท่านและกรธ.ได้รับมอบหมายจาก คสช. ให้มาสร้างบ้านเพราะว่ามีประสบการณ์ในการสร้างบ้านจึงมาออกแบบบ้านหลังใหม่ ติดแอร์แทนพัดลมติดมุ้งลวดแทนกางมุ้ง ติดมิเตอร์แทนผ้าห่ม แต่นักวิจารณ์ติติ่งว่าต้องการให้ใช้รูปแบบเดิม อ.มีชัยก็พยายามอธิบายว่าสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมา แต่ว่าต้องการรูปแบบเดิมเพราะนอนไม่หลับ นี่ตรงไปที่นักการเมืองเลย เพราะนักการเมืองเคยใช้รูแปแบบปกติ อ.มีชัยก็ถามกลับแต่ไม่มีใครระบุถึงโครงสร้างบ้านเลย ทั้งนี้มีคนจำนวนไม่น้อยข่มขู่ว่าหากไม่แก้ไข แม้แก้ถ้อยคำจะไม่เอา ก็ชัดเจนครับคนที่ข่มขู่ตอนนี้ก็คือนักการเมือง

 

 

บุญระดม : ที่บอกจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

 

 

สนธิญาณ : บอกจะคว่ำให้ได้ โดยเฉพาะคนจากเครือข่ายพรรคเพื่อไทย ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังกั๊ก ก็มาดูว่ามีคนมาขู่กรธ.จริงไหม ท่านก็บอกว่าขู่โดยเปิดเผย คนที่เคยข่มขู่โวยวายว่าจะสั่งแบบนี้ได้อย่างไร คนสร้างบ้านต้องเลิกสร้างต้องลาออก มาจากพรรคเพื่อไทย มาจาก นปช. บอกจะอยู่อย่างไรแบบนี้ถูกข่มขู่แบบนี้ออกมาเลย อ.มีชัยก็เล่าให้ฟังต่อให้สัมภาษณ์วันนี้ต่อว่า ครั้นมีคนไปถามไปขอร้องว่าหากคนสร้างไม่ทำจะทำอย่างไร คนที่ขอให้สร้างบอกว่าหากไม่ทำก็จะอ้อนวอนจนกว่าจะทำ จริงไหมครับ แล้วก็พูดว่าถ้าไม่ทำก็จะขอไปเรื่อย ๆ  อ.มีชัยก็มาเปรียบเทียบให้ฟังว่าถ้าเช่นนั้นหากคนมาทุบบ้านจะทำอย่างไร คนที่ให้สร้างบ้านหากทุบก็สร้างใหม่ และเมื่อมีคนขอเข้ามาระยะหนึ่งท่านจะร้องไห้หัวเราะ หากท่านเห็น กรธ.อย่าแปลกใจ ก็ข้อสรุปการให้สัมภาษณ์เปรียบเปรยของท่านอ.มีชัย เข้าใจในสิ่งที่แม่น้ำ 4 สาย และ คสช.ส่งเพราะฉะนั้นหวังว่าในวันพรุ่งนี้เราจะได้ข่าวดี ตั้งใจฟังผมจะเรียนประเด็นที่ค่อนข้างจะสลับซับซ้อนในแง่มุมของสถานการณ์ทางการเมือง หากว่า กรธ.ไม่เอาตามข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สาย แบบนี้ก่อนครับ วันนี้ชะตากรรมของ คสช.และพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ที่ประชามติ ถ้าประชาชนเทเสียงให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านก็แสดงว่าประชาชนนิยมชมชอบและสนับสนุน คสช. ซึ่งนั่นหมายความว่าเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญต้องเป็นเนื้อหาที่ คสช. เห็นด้วยถูกไหมครับ การลงประชามติถึงจะไปชี้ขาดชะตากรรมของ คสช. ทีนี้หากว่า กรธ.บอกว่าผมไม่เอาข้อเสนอ 3 ข้อของแม่น้ำ 4 สายหรือของ คสช. ให้มาบรรจุในบทเฉพาะกาลจะเอาบางส่วน เอาโน่นนี่ ผมย้ำนะครับการที่ คสช.เขาเสนอไปทั้ง 3 ข้อมีเหตุผลในการเชื่อมโยง มีประเด็นของการเชื่อมโยงกัน ถ้ามีว่าบางข้อได้บางข้อไม่ได้ แล้ว คสช. เขาบอกว่าแบบนั้นในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ต้องการที่จะรักษาจุดนี้จะเดินไปได้อย่างไร ถ้าข้อนี้เอาข้อนี้ไม่เอา เหมือนที่คุณบุญระดมว่า ข้อ2 ข้อ3 ไม่มีปัญหา วุฒิสมาชิกอาจจะมีปัญหา เขาบอกไม่ได้เขาจะอ้อนวอน สมมติว่าอ้อนวอน กรธ.บอกว่าไม่ได้ สรุปคิดว่า คสช. จะผลักดันให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านไหมครับ มีปมทางการเมืองที่ขึ้นมาคั่งค้าง

 

 

บุญระดม : คือคุณสนธิญาณกำลังจะบอกว่า ฟันธงไว้เลยว่า กรธ.จะต้องให้ผ่านในทุกข้อทุกประเด็น

 

 

สนธิญาณ : ไม่ใช่ครับ ผมจะบอกว่าถ้าไม่ให้ผ่านจะเกิดประเด็นนี้ขึ้นครับ ประเด็นคือ คสช. จะบอกว่าผ่านเถอะรัฐธรรมนูญ จะพูดแบบนี้ไหม

 

 

บุญระดม : พูดไม่เต็มปากเต็มคำ

 

 

สนธิญาณ : พูดไม่ได้ เพราะเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เขาต้องการ ไม่ได้ตามที่เขาคาดหวังตามบ้านเมืองจะเดินไปในแนวทางนี้ ที่เขาเสนอไปแล้ว กรธ.บอกว่าไม่ให้ เขาจะไปสนับสนุนให้ผ่านไหมครับ เหตุผลเขาก็ไม่คิดว่าจะไปสนับสนุนทำไม ปล่อยให้ตกไปเลยดีกว่า

 

 

บุญระดม : ก็มาร่างใหม่

 

 

สนธิญาณ : ก็จะได้ใส่ที่สิ่งผมคิดไปให้ประชาชนวัดไปเลยก็บังคับใช้ไปเลย ถ้าเป็นแบบนั้นใครจะรับผิดชอบ กรธ. จะทำอย่างไร กรธ.ก็จะเผชิญชะตากรรมของตัวเอง ร่างรัฐธรรมนูญของตัวเองมาแล้วเอาให้ประขาขนลงประชามติว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นตามความคิดของกรธ.ซึ่งไม่ใช่ความคิดของ คสช. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบบ้านเมือง หรือผู้ที่มอบไปให้สร้างบ้านตามที่ อ.มีชัย ว่า  ฝ่ายที่โจมตีต้องการที่จะเล่นงาน คสช.จะทำอย่างไร จ้องอยู่แล้วว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านเห็นไหมประชาชนไม่นิยม คสช. ว่า คสช.ต้องรับผิดชอบต้องออกไปต้องนุ่นนี่ คสช.ก็จะบอกว่าผมก็ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นไปตามที่ผมคิด ผมไม่ต้องรับผิดชอบ สถานการณ์เริ่มสับสนจะเอาอย่างไรจะเป็นอย่างไร แต่ถ้า กรธ. รับข้อเสนอนี้นั่นชัดเจนเลยวันลงประชามติไปชี้ขาดกันว่า ระหว่างฝ่ายคัดค้านกับ คสช. ด้านประชาชนจะเลือกใครจะเอาใคร ถ้ากรธ.ไม่เอาผมเรียนย้ำว่า สถานการณ์จะเกิดความสับสนทางการเมืองขึ้นมาอย่างแน่นอน เกิดความผันผวนกลายเป็นศึก 3 เศร้า ไม่รู้จะหาข้อสรุปอย่างไร

 

 

บุญระดม : รอตามกันพรุ่งนี้อีกทีนึงค่ะ ทีนี้มาเข้าเรื่องการปฏิรูปตำรวจ ที่วันนี้เป็นหัวข้อและเป็นประเด็นของรายการเราวันนี้

 

 

สนธิญาณ : ก็ต้องกลับมาดูเหตุผลหัวข้อวันนี้

 

 

บุญระดม : ประเด็น "ปฏิรูปตำรวจ ถึงเวลา คสช.ต้องกล้า"

 

 

สนธิญาณ : ผมเรียนว่าทำไม คสช. ต้องกล้า

 

 

บุญระดม : ทำไมถึงมองว่าเหมือน คสช. ไม่กล้า

 

 

สนธิญาณ : หากว่าไม่มีการปฏิรูปตำรวจในห้วงระยะเวลานี้ อย่าไปคาดหวังว่าจะมียุคไหนจะทำได้ ชมที่อวยที่เชียร์กันไปสำหรับ คสช. แต่เรื่องปฏิรูปตำรวจผมเรียนว่าต้องกล้า เราลองไปย้อนกลับดูรูปเก่า ๆ กันสักหน่อย รูปเหล่านี้ รูปตำรวจหล่อ ๆ ในยุคสมัยหนึ่ง ในปี 2553 ก่อนหน้านี้ผมเรียน เห็นผู้ชายชุดลายพรางที่ยืนอยู่ท่ามกลางตำรวจไหมครับ เสธ.แดง เป็นคนที่รบประจันหน้าด่าทอกับตำรวจมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยพล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ตำรวจจ้องจะจับเสธ.แดงอยู่ตลอด ปรากฏว่ามาถึงปี 2553 เสธ.แดงกลายมาเป็นขวัญใจของตำรวจเหตุผลเพราะเสธ.แดงจากที่ยืนอยู่ข้างฝ่ายทหารและต่อสู้กับตำรวจพลิกข้าง เสธ.แดงมาสนับสนุนทักษิณ ชินวัตร และมาสนับสนุนคนเสื้อแดง พอเสธ.แดงกลับมาสนับสนุนคนเสื้อแดงตำรวจก็ถือเสธ.แดงเป็นวีรบุรุษก็มาขอถ่ายรูปกันด้วยความภูมิอกภูมิใจลูกน้องใครอะไรก็ดูกันไป มาดูกันต่อว่าระหว่างนั้นในปี 2553 ในห้วงระหว่างเดือน พฤษภา ที่เป็นประเด็นปัญหา นปช. เขาไปชุมนุมกันที่สี่แยกราชประสงค์ซึ่งอยู่ติดกับสำนักการตำรวจแห่งชาติ เราจึงได้เห็นภาพเหล่านี้ที่เราเห็นอยู่นี่ตำรวจทั้งนั้นครับ ภาพต่อไปเป็นคอมมานโด หน่วยคอมมาโดมีหน้าที่ที่จะดูแลความสงบเรียบร้อย พันคอผ้าแดง ชัดเจนนะครับ เห็นไหมครับรถตำรวจโผล่ผ้าแดงมาเลยชัดเสียยิ่งกว่าชัด นี่ภาพตำรวจกับเสธ.แดงพันผ้าแดง ต่อไปไชโยโห่ร้องดีใจ ภาพต่อไปร้องรำทำเพลงกับขบวนเพลงม็อบกับเสธ.แดง ผมกำลังจะบอกว่าบรรดาตำรวจทั้งหลายที่ครึกครื้นอยู่ภายใต้การชุมนุมของคนเสื้อแดงเนื่องจากว่าใน 10 ปี ที่เครือข่ายระบอบทักษิณบริหารประเทศ ตั้งแต่ปี 2544 - สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อาจมีการขั้นบ้างจากรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ใน 10 ปี สามารถทำให้ตำรวจระดับพ.ต.ท., พ.ต.อ., ระดับผู้กำกับ, รอง เป็นต้นผู้กำกับ สามารถที่จะเลื่อนตำแหน่งไปจนถึงระดับผู้บังคับการ, รองผู้บัญชาการ, ผู้บัญชาการ, ผู้ช่วยผู้บัญชาการ เป็นต้น การเติบโตทั้งแผงได้เติบโตขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งแผง ทุกคนรู้ว่าโดยข้อเท็จจริงการโยกย้ายตำรวจที่ผ่านคนที่จะเป็นคนกลางชื่อทักษิณ ชินวัตร คนเดียวเพราะว่าเป็นตำรวจเก่า เพราะเพื่อนฝูงอยู่ในตำรวจ รู้จักตำรวจทั้งหมดว่าอะไรเป็นอะไร เพราะฉะนั้นการวางระบบเครือข่ายในช่วงระยะ 10 ปี จึงหนาแน่นและเข้มแข็ง นี่หนักการทั่วไปก่อนนะครับ ภายใต้หลักการทั่วไปที่ผมเรียนว่าวันนี้ตำรวจแดงเหล่านี้หายไปหมดแล้วหรือยังครับ

 

 

บุญระดม : ยังค่ะ

 

 

สนธิญาณ : แน่นอนยังครับ หลายคนอาจจะบอกว่ารอ ทำไมต้องรอ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามา 1-2 ปีเอง การเลือกตั้งอย่างไรก็ตามแต่ นักพยากรณ์ก็ตามแต่ก็ต้องรู้ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยต้องชนะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ แต่เพียงจะชนะเกินครึ่งหรือเปล่าเท่านั้น แต่พรรคเพื่อไทยจะต้องเป็นพรรคที่ชนะอันดับหนึ่ง ยิ่งสภาวะพรรคประชาธิปัตย์เป็นอยู่แบบนี้ ไม่ต้องไปถามไปวิเคราะห์เป็นอย่างอื่นเลย เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ชนะ สิทธิ์แรกจะตั้งรัฐบาลก่อน  ผมเรียนเลยขนาด ผบ.ตร. พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ใครตั้งมา  เวลารัฐบาลยิ่งลักษณ์ขึ้นมามีอำนาจยังเปลี่ยนเลย ยังย้ายข้างเลยครับ ท่านจะย้ายข้างบนขั้นตอนโดยความถูกต้องตามกฎหมายท่านยอมโยกย้ายเพื่อให้มีการปรับสภาความมั่นคงแห่งชาติและท่านจะได้ไปนั่งเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม ท่านก็โอเค อำนาจเป็นเช่นนี้ถามว่ายังไม่คิดปฏิรูปอีกหรือในขณะที่โอกาสมา ปฏิรูปไม่ได้หมายความว่าไปกำจัดหรือไปจัดการเขานะครับ เดี๋ยวจะไปปฏิรูปอย่างไรช่วงหน้า

 

 

บุญระดม : ช่วงนี้ไปพักกันสักครู่ค่ะ (พักช่วง)  กลับเข้ามาในช่วงสุดท้ายมาว่ากันต่อกับประเด็นของการปฏิรูปตำรวจ

 

สนธิญาณ : เมื่อกี้ให้เห็นพฤติกรรมของตำรวจแดง ว่าเขาเคลื่อนไหวเขาเชียร์ เข้าร่วมชุมนุม อันนี้ไม่ร้ายถือเป็นสิทธิ์ส่วนตัว น่าเกลียดหน่อยคือใส่เครื่องแบบตำรวจ แต่ถือว่าเป็นสิทธิ์ส่วนตัวแต่มีบางแง่บางมุมที่ส่งผลต่อรูปคดีโดยเฉพาะคดีอันเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคง กับประเทศชาติ และคดีที่เกี่ยวเนื่องกับทักษิณ ถามว่าถ้าคดีที่เกี่ยวข้องกับทักษิณ เครือข่ายคนเสื้อแดง เกี่ยวข้องกับผู้คนที่อยู่ในแวดวงของเขา เขาจะดำเนินคดีไปตามนั้นไหม ตรงนี้สำคัญตรงที่เราได้ยินคนเสื้อแดงพูดอยู่เรื่อย เวลาเราชอบแชร์ข้อมูล อันนี้เพื่อนผมแชร์มาเองเลยครับ ภายใต้หลักที่บอกว่าคุกมีเอาไว้ขังคนจน นามสกุลดีมีเงินไม่ติดคุกแบบนี้ ที่นี่ประเทศไทย ซึ่งก็เปรียบเทียบ ถามว่าเวลาหยิบเอาเรื่องแบบนี้นั้นจริงไหม ก็จริงแค่บางส่วน

 

 

บุญระดม : อย่างกรณีคุณหมูแฮมไม่จริงเลยนะคะ ตอนนี้เขาอยู่ในคุกแล้ว

 

 

สนธิญาณ : จริงบางส่วน ก็ต้องย้อนกลับมาดู ท่านก็แชร์กันเพราะท่านรู้สึกได้ว่าหมั่นไส้พวกคนรวย รู้สึกว่าเป็นแบบนี้ ท่านลองไปนึกกับพฤติกรรมก่อนหน้านี้ที่มักจะมีการพูดกันอยู่บ่อยเรื่องสองมาตรฐานคือทักษิณไม่ได้รับยุติธรรม ศาลพิพากษาจำคุก แล้วนี่จะเจอเรื่องของยิ่งลักษณ์อีก เรื่องสร้างกระแสเรื่องสองมาตรฐานเป็นเรื่องใหญ่ที่มาจาก นปช. เรื่องนี้มาจากเรื่องสองมตรฐานไหม

 

 

บุญระดม : ก็ใกล้เคียงกัน

 

 

สนธิญาณ : แล้วผมบอกนะครับของแบบนี้มาจากไหน สิ่งที่ผมจะเรียนคือในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมมีอยู่ทั้งสิ้น 4 ขั้นตอนด้วยกัน คือ 1.พนักงานสอบสวน ที่เราพูดกันใครเป็นคนทำหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยกเว้นคดีพิเศษสำคัญที่ DSI เป็นผู้ทำหน้าที่ จาก DSI จากเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นไปถึงอัยการ เพราะฉะนั้นเราจึงเห็นว่าอัยการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร จากอัยการไปถึงศาล ทีนี้ศาลเราเป็นระบบหนึ่งที่แล้วแต่การนำเสนอข้อเท็จจริง ศาลไปไต่สวนหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ตัดสินตามข้อเท็จจริงที่เข้ามา ฉะนั้นถ้าข้อเท็จจริงเบื้องต้นพื้นฐานมาไม่ดี พยานหลักฐานมาไม่ดี ศาลก็ต้องยกฟ้อง อันนี้สำคัญครับ จากยกฟ้องก็ขั้นตอนสุดท้าย

 

 

บุญระดม : เนื้อหาอยู่ที่ขั้นตอนพนักงานสอบสวนและอยู่ที่เนื้อหาทางอัยการทำมา

 

 

สนธิญาณ : เราเห็นเยอะแยะเหมือนคดีคุณยิ่งลักษณ์ คดีจำนำข้าว อัยการดึงแล้วดึงอีก  เพราะรองอัยการสูงสุดเป็นเพื่อนคุณยิ่งลักษณ์ได้มีตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจเยอะแยะเต็มไปหมด เขานัดประชุมคดีข้าวก็ไม่ไปประชุมดึงไปประชุมกันเองแล้วทีหลังออกมาโวยวายว่าไม่มีมาตรฐานนี่คือการดึง กระบวนการยุติธรรมขั้นต้นเป็นปัญหา ยกคดีแบบคดีรถเบนซ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ถ่ายรูปนั่งกับคุณยิ่งลักษณ์ ระดับนี้เกิดเหตุแล้วจะมีโทรศัพท์ไปที่ สน.ท้องที่ทันที  เพราะพ่อแม่ผู้หลักผู้ใหญ่ต้องมีหน้าที่โทรไปสิ ประสานงานขอตำรวจผู้ใหญ่ก่อน ไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวที่ไปปรากฏตัวอยู่ในงานหรือไม่ เพราะตำรวจใหญ่คนนี้เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามพรรคเพื่อไทย ก็ย่อมสนิทสนมกับคุณยิ่งลักษณ์เป็นธรรมดา ก็ถามว่าคนระดับเคยนั่งถ่ายรูปกับคุณยิ่งลักษณ์จะไม่ขอไปหรือครับ เพราะฉะนั้นเวลาเกิดการโยกย้ายตำรวจ เกิดเหตุแบบนี้แพะ ตำรวจ สน. ตำรวจท้องที่ที่โดนย้าย เพราะโครงสร้างตำรวจใหญ่เทอะทะคงไว้ซึ่งลักษณะทางอำนาจ เหมือนที่เรียนครั้งก่อนว่าการคงไว้ซึ่งลักษณะอำนาจดังกล่าว เวลารัฐประหารต้อง 4 เหล่าทัพ ทหารเห็นอยู่แล้วว่าตำรวจเป็นเสื้อแดงแต่ก็พร้อมใจกัน ผมถึงเรียนว่าการปฏิรูปตำรวจจึงเป็นเรื่องที่หนักอกหนักใจของ คสช. เหมือนกัน นี่เป็นข้อเท็จจริง

 

 

บุญระดม : เหมือนกับว่าร่วมเป็นร่วมตายกันมาในช่วงของการปฏิวัติ

 

 

สนธิญาณ : และต้องสามัคคี ทีนี้ยังมีผู้หลักผู้ใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกัน  ทำงานในฐานะสื่อเหมือนกัน เป็นพ่อเป็นพี่ที่ผมเคารพนับถือกราบไหว้ได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ

 

 

บุญระดม : ไม่ใช่แค่คุณสนธิญาณ แต่บรรดาสื่อมวลชนทุกคน

 

 

สนธิญาณ : นั่นก็คือ ป๋าเปลว ท่านว่าอย่างไรครับ

 

 

บุญระดม : ป๋าเปลวพูดเอาไว้ว่า "เมื่อวันที่ 18 มี.ค. เห็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงบอกว่า พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ส่งรอง ผบ.ตร.เจ้าเก่าคือ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ลงไปคุมคดีก็คือคดีกรณีของรถเบนซ์ที่พุ่งไปชนรถฟอร์ดจนทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 2 ราย ที่เป็นนักศึกษาปริญญาโท เห็นมีการโยกย้ายตำรวจทำคดีที่โรงพักพระอินทร์ราชา "ขุมทองภาค1" ไป ให้นายตำรวจชุดใหม่เข้ามาทำคดีแทนก็คดีลูกเสี่ยที่ควบเบนซ์พุ่งชน 2 นักศึกษาเสียชีวิต แต่ตำรวจพระอินทร์ราชา "ไม่ทำคดี" อะไรเลยนั่นแหละ! การย้าย ก็แค่ "ซื้อสถานการณ์" เฉพาะหน้าให้ผ่านไปเท่านั้น ไม่มีผลทางขจัดโรค "ตำรวจเป็นพิษ" ให้หายขาด ตราบใด ที่ คสช.โดย "นายกฯ ประยุทธ์" ซึ่งรับผิดชอบประเทศชาติ-ชีวิตประชาชนโดยตรง "ไม่ปฏิรูประบบตำรวจ" ตามสัญญา ตราบนั้น "พิษตำรวจ" จะกลัดหนอง-รุมกินสังคมชาติ จนประชาชนปวดร้าวสุดทน จำต้องลุกขึ้น "ล้างพิษ" กันเอง ในที่สุด ถ้าต้องการ "คืนความสุขให้ประชาชน" ตามสัญญาจริงๆ นายกฯ ประยุทธ์ ควรทราบ... ความสุขประชาชนจะมีได้ ก็ต่อเมื่อนายกฯ ประยุทธ์ "ปฏิรูปตำรวจ" ก่อนเท่านั้น! ... "

 

 

สนธิญาณ : นี่คือ ข้อเรียกร้องของป๋าเปลวที่ขอให้มีการปฏิรูปตำรวจ เรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เพียงเท่านั้นป๋าเปลวสีเงินไม่ธรรมดา ป๋าเปลวสีเงินก็ไปค้นแล้วยกตัวอย่างคดีหนึ่งมาให้ท่านผู้อ่านของไทยโพสต์ในขณะนั้นได้อ่านกัน

 

 

บุญระดม : ป๋าเปลวได้บอกว่า "เมื่อจันทร์ที่ 14 มี.ค. 2559 นี่เอง ศาลฎีกาก็มีคำพิพากษาว่า....ว่าอย่างไร ช่วยอ่านกันทุกตัวอักษรหน่อยนะ แล้วจะเข้าใจ "คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม2554 .. "

 

 

สนธิญาณ : คดีนี้คืออะไรเดี๋ยวผมขยายให้ฟังก่อนนะครับ คดีนี้ท่านผู้ชมย้อนไปนึกก่อนในวันที่ 10 เม.ย. 2553 กระสุนนัดแรกที่ระเบิดขึ้นจากผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยิงใส่เฮลิคอปเตอร์แล้วทำให้เกิดการบาดเจ็บด้วย กระสุนนี้ยิงเปรี้ยงเข้าไปเขาก็ตามจับผู้ร้ายได้ก็ส่งขึ้นฟ้องศาล เดี๋ยวรายละเอียดจะขยายอีกที คุณบุญระดมดูให้หน่อยครับว่าศาลตัดสินพิพากษาอย่างไร

 

 

บุญระดม : บอกว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2554 พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าแม้เจ้าพนักงานชุดจับกุมจะพบของกลางในบ้านที่เกิดเหตุก็ตาม แต่กลับไม่ปรากฏว่า มีข้อเท็จจริงเรื่องการจับกุมดังกล่าวรายงานกลับไปยังกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) อีกทั้งหมายคำสั่งค้น ก็ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่ายึดสิ่งของใด อีกทั้งขณะตรวจค้น มีการถ่ายภาพปืนกลเล็กที่ซ่อนไว้ในถุงกอล์ฟ ที่ตรวจพบจากท่อระบายน้ำไว้กว่า 20 ภาพ แต่กลับไม่มีภาพดังกล่าวส่งให้พนักงานสอบสวน และไม่มีถุงกอล์ฟหรือถุงดำ ซึ่งเป็นพยานหลักฐานสำคัญ จึงให้สงสัยว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ไม่ส่งหลักฐานดังกล่าวให้พนักงานสอบสวนใช้ประกอบคดี อันเป็นข้อพิรุธ ทั้งจำเลยทั้งสาม ให้การปฏิเสธมาตลอด มีเหตุสงสัยตามสมควร ส่วนที่โจทก์มีพยานอ้างว่า เห็นจำเลยทั้งสามใช้อาวุธสงครามยิงใส่เฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่ระหว่างการชุมนุมนั้น แต่โจทก์กลับไม่มีหลักฐานว่า จำเลยทั้งสามครอบครองอาวุธปืนมาแสดง พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อพิรุธสงสัยว่า จำเลยทั้งสามกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยแก่จำเลยทั้งสาม พิพากษายกฟ้อง" ครับ...นี่แหละ ควรจับตาการทำคดีของตำรวจให้ตลอด ไม่เช่นนั้น เมื่อถึงศาล...ที่ตำรวจปาวๆ ตรวจนั่น-จับนี่-ดิ้นไม่หลุด-หลักฐานแน่น แน่นอยู่ในปาก (ตำรวจ) แต่สำนวนกลวงโบ๋!"

 

 

สนธิญาณ : เป็นอย่างไรครับท่านผู้ชม จำภาพตำรวจแดงที่ผมนำเสนอได้ไหมครับ นั่นตำรวจแดง เต็มบ้านเต็มเมืองตั้งแต่ยุคทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี เขาภูมิอกภูมิใจที่นักเรียนเตรียมทหารคนหนึ่ง ได้เดินเข้าสู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานและก้าวมาถึงผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรี วันที่มีคดีเหล่านี้เกิดขึ้น ผมจะขยายความในสิ่งที่ป๋าเปลวพูดให้เป็นในสิ่งที่ชัดเจนถึงข้อสรุปก็คือว่า ตำรวจทำสำนวนอ่อน ตอนอัยการฟ้องเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2553 คือดำเนินการฟ้องร้องกันในช่วงระยะเวลาที่มีเหตุอยู่ ในตอนนั้นใครเป็นรัฐบาลครับ  คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นรัฐบาล มีคุณสุเทพ เทือกสุบรรณเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง คุมทหารคุมตำรวจ  นปช.เขามาชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ราชดำเนิน มาชุมนุมที่ราชประสงค์เหมือนที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ตำรวจเข้าไปปรบมือร้องเพลงไชโยร่วมสนับสนุนแดง ในระหว่างนั้นดูตอนจับตำรวจเป็นคนทำสำนวนนี้ เพราะตอนจับทหารเขาช่วยจับด้วย ตำรวจก็ทำสำนวนให้อัยการ อัยการก็ส่งฟ้องอย่างทันท่วงที จาก 10 เม.ย. ตามจับมาทันควันทันทีทันใด บอกว่าขณะที่เกิดการประทะระหว่างกลุ่มแนวร่วม นปช.และเจ้าหน้าที่รัฐ จำเลยทั้งสามประกอบไปด้วย นางนฤมล หรือจ๋า วรุณรุ่งโรจน์, นายสุรชัย หรือปลา นิลโสภา, นายชาตรี หรือหมู ศรีจินดา เป็นแนวร่วม นปช. ตามที่ปรากฏในรูป การจับกุมทั้งสามคน ข้อหาครอบครองอาวุธปืนกลเล็ก เอเค-47, ปืนเอ็ม-16 จำนวน 1 กระบอก, ปืนคาร์บิน จำนวน 1 กระบอก, ซองกระสุนลูกปืนอีก 17 อัน, ลูกระเบิดขว้างชนิดสังหาร 8 ลูก, ระเบิดเอ็ม-79 จำนวน 4 นัด, ระเบิดแก๊สน้ำตาอีก 3 ลูก  พร้อมด้วยกระสุนจำนวนมาก, ระเบิดแสวงเครื่องประกอบเอง 10 ลูก, ขวดเครื่องดื่มชูกำลังบรรจุน้ำมันเบนซินประกอบเป็นระเบิดเพลิง 102 ขวด นอกจากนี้ในวันที่ 10 เม.ย. นี่หลักฐานทั้งหมดที่จับจำเลยได้ใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถปลอมต่อมาเจ้าหน้าที่ก็ทำการจับกุมได้ นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เมื่อจับกุมได้แล้วของกลางสามารถตามไปจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 231 ซอยอ่อนนุช17 3แยก แขวง/เขต สวนหลวง ปรากฏว่าจำเลยให้การปฏิเสธแต่หลักฐานเพียบนะครับ โดยทั่วไปจำเลยเจอหลักฐานไปแบบนี้ต้องสารภาพจะได้ลดโทษเป็นบรรทัดฐานทั่วไป แต่ผิดสังเกตไหมครับ จับพร้อมหลักฐานแบบนี้จำเลยยังกล้าปฏิเสธ ผมก็ต้องถามว่าเป็นแบบนี้จำเลยกับพนักงานสอบสวนจะอย่างไรหรือเปล่า ก็มาดูสิครับว่าศาลฎีกาหยิบเอาศาลชั้นต้นมาวินิจฉัยบอกว่าศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้เจ้าพนักงานชุดจับกุมจะพบของกลางในบ้านที่เกิดเหตุก็ตาม แสดงว่าพบของกลางอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุถูกไหมครับ แต่ไม่ปรากฏว่ามีข้อเท็จจริงในการจับกุมดังกล่าวรายงานไปยังกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินหรือ ศอฉ. จับเสร็จไม่รายงาน อีกทั้งหมายคำสั่งค้นไม่ได้ระบุรายละเอียดว่ายึดสิ่งของใด นี่ประเด็นทีส่อง

 

 

บุญระดม : ก็คือไม่มีหลักฐาน

 

 

สนธิญาณ : จับหลักฐานต่อ ๆ 1.ไม่รายงานไปที่ ศอฉ.  2.ไม่ระบุไม่บันทึกรายละเอียดว่ายึดสิ่งใด 3.ขณะตรวจค้นมีการถ่ายภาพปืนกลเล็กที่ซ่อนไว้ในถุงกอล์ฟที่ซ่อนเอาไว้จากท่อระบายน้ำไว้กว่า 20 ภาพ ถ่ายเก็บหลักฐานแต่กลับปรากฏว่าไม่มีภาพดังกล่าวส่งให้พนักงานสอบสวน  ไม่มีถุงกอล์ฟหรือถุงดำเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญ ศาลบอกว่าจึงให้สงสัยว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ไม่ส่งหลักฐานดังกล่าวให้พนักงานสอบสวนช้าประกอบคดีอันเป็นข้อพิรุธ ทั้งจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธมาโดยตลอดจึงมีเหตุสงสัยตามสมควร โจทก์มีพยานว่าจำเลยใช้อาวุธสงครามยิงใส่เฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่ระหว่างการชุมนุม แต่โจทก์กลับไม่มีหลักฐาน คืออัยการ ว่าจำเลยครอบครองอาวุธปืนมาแสดง พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อพิรุธข้อสงสัยว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามข้อที่ฟ้องหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยแก่จำเลยทั้งสาม พิพากษายกฟ้อง เป็นไงล่ะครับท่านผู้ชม กลับมาดูครับ ท่านพล.อ.ประยุทธ์ นี่คืออิทธิฤทธิ์พนักงานสอบสวนเป็นตำรวจ ง่ายไหมครับ ไม่ต้องนับคดีประชาชน คดีไหนที่จะเป็นอย่างไร เอาคดีความมั่นคง คดีที่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรียืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฝ่ายผู้ชุมนุมซึ่งชัดเสียอย่างนี้ยังทำได้ 4-5 ประเด็นที่ศาลชี้มาชัดเจน เพราะของกลางก็ไม่รายงานไม่บรรจุ ถ่ายภาพไว้ก็ไม่ส่งภาพถ่ายของกลางก็ไม่มี ผมถึงเรียนท่านผู้ชมให้ชัดเจนว่าอย่าเที่ยวไปพูดว่าสองมาตรฐาน ผมย้ำนะครับ ศาลมีหน้าที่เป็นคนกลางในระบบศาลของเรา จำเลยกับโจทก์มีหน้าที่มีพิสูจน์ข้อเท็จจริง ก็เอาพยานหลักฐานมาแสดงต่อศาล นี่เป็นสาระสำคัญเลย สงสัยศาลก็ถามทั้งจำเลยและโจทก์ ก็สามารถเอาพยานของฝ่ายตัวเองมาให้การสนับสนุนความเห็นหรือหลักฐานของตัวเองได้เพื่อตัวเองพ้นผิดหรือเพื่อจะเอาผิดอีกฝั่งให้ได้ นอกเหนือจากนั้นยังสามารถถามนำฝ่ายตัวเองได้เผื่อว่าตกหล่น ถามพยานตัวเองเป็นอย่างไรวันนั้นทำอย่างนั้นใช่ไหม ผมขึ้นศาลบ่อยรู้ดี พอถามเสร็จพยานก็บอกว่าใช่ นี่เขาเรียกว่าถามนำ ยังให้สิทธิ์อีกฝ่ายหนึ่งมาถามค้าน แบบนี้ใช่หรือเปล่า ไม่ใช่มั้ง แบบนี้หรือเปล่า ก็จะถาม

 

 

บุญระดม : ทั้งทนายฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย

 

 

สนธิญาณ : ศาลก็จด ถึงเวลาก็ประมวลข้อมูลทั้งหลายที่มา ประมวลเสร็จในคดีอาญามีหลักการแบบนี้ว่า ปล่อยคนผิดไปร้อยคนดีกว่าขังผู้บริสุทธิ์เพียงคนเดียว เพราะฉะนั้นในการวินิจฉัยคดีอาญา หากมีข้อสงสัยว่าจำเลยจะทำผิดจริงหรือไม่ คือถ้าไม่พิสูจน์กันจนร้อยเปอร์เซ็นต์จะไม่มีการตัดสินว่าผิด คือจำเลยก็จะได้รับประโยชน์จากนี้ ด้วยวิธีการและกฎหมายอาญาที่เป็นแบบนี้ เราก็มาดูกันต่อคดีนี้เป็นกระสุนนัดแรกยิงกันในวันที่ 10 เม.ย. จับภาพได้ตามที่เรียน ทีนิวส์เกาะติดมาตลอดเห็นชัดเจนว่าอะไร เป็นอย่างไร

 

 

บุญระดม : เป็นต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.

 

 

สนธิญาณ : ยิงตอนบ่ายของวันที่ 10 เม.ย. จับหลักฐานประมาณอย่างนั้น ทำไมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ขอตั้งข้อสังเกตเป็นไปได้ไหมว่าตำรวจบอกว่าก็ปฏิเสธสิ ก็แสดงว่าต้องสู้คดีแล้วพยานหลักฐานมากมายที่ปรากฏตามที่พูดแต่ปรากฏว่าไม่มีเป็นอย่างไรนะ ตำรวจได้ทำหน้าที่ของตัวเองเรียบร้อย ตำรวจทำแล้วอัยการเหมือนสมัยคดีคุณยิ่งลักษณ์ ยังไม่ชัดเจนไปสอบเพิ่ม อันนี้อัยการไม่สั่งให้สอบเพิ่ม

 

 

บุญระดม : ปกติจะสอบแล้วสอบอีก

 

 

สนธิญาณ : ผมถึงบอกว่ากระบวนการยุติธรรมน่ากลัว ก็ไม่สั่งให้สอบเพิ่ม ในแง่ทั่วไป ทำคดีมาจะเป็นจะตายต้องรู้ว่าคดีมีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร โดยตำรวจและอัยการเป็นขั้นต้น แต่เอาที่ตำรวจก่อน สมัยคุณทักษิณ ศาลไปถอนฟ้องคดีธัมมชโย มีทำอะไรไม่สั่งฟ้องญาติคุณทักษิณเยอะแยะเดี๋ยวจะไปรื้อมา ก็เห็นกันอยู่ แต่นี่คือสิ่งที่หมักหมมและเป็นอยู่ในบ้านเมือง เพราะฉะนั้น สตช. ในวันนี้เป็นจุดเริ่มต้น ไม่ว่าจะคดีนี้ คดีรถเบนซ์หรือคดีไหนก็ตามแต่  เป็นต้นตอของกระบวนการยุติธรรม องค์กรหนึ่งมีคนดีมากกว่าคนเลวแน่นอน แต่ระบบเอื้ออำนวยให้เกิดช่องในการเลือกปฏิบัติ เหมือนคดีที่เสื้อแดงยิงเฮลิคอปเตอร์ตามที่เรียนมาเมื่อสักครู่ ถ้าตำรวจกับอัยการรู้กันเป็นเรื่องสมมตินะครับ คดีก็จะเกิดช่องว่างและโดยข้อเท็จจริงจากคำวินิจฉัยของศาล ชัดยิ่งกว่าชัดเจนว่าคดีมีช่องว่าง ขณะที่ปรากฏหลักฐานมากมาย ดังนั้นถึงเวลาไหมที่ต้องปฏิรูป ไม่ต้องนับคดีอื่นหรอกครับ กับสิ่งที่เขารอ ท่านพล.อ.ประยุทธ์ครับ เชียร์กันไปรักกันไป แต่ผมก็ต้องว่าสิ่งที่ท่านพูดเอง ว่ามีคนจะกลับบ้านพูดอยู่ปาวๆ หนีคุก หนีคำพิพากษาของศาลเขาจะกลับมาอย่างไร ทำไมเขาประกาศว่าจะกลับบ้านก็เพราะว่าเขาต้องมั่นใจว่าเขากลับมาได้ ทั้ง ๆ ที่เขาก็มีคดีติดตัว เขาจะกลับมาได้อย่างไรต้องดูสเตป ว่ามีโอกาสชนะในเที่ยวนี้ เขาก็จะออกร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมสุดซอยแบบไม่ฟังใครเลย เพราะเป็นหนทางเดียวในขั้นตอนทางกฎหมาย และมีอีกหนทางหนึ่งคือการจุดการปฏิวัติประชาชนขึ้น แต่ถ้าไม่จุดการปฏิวัติประชาชนก็ต้องใช้ขั้นตอนทางกฎหมายเพราะไม่เสียเลือดเสียเนื้อ กองทัพเขามีความแข็งแรง ปัจจุบันเขามีมวลชนมีคนรักกองทัพ มีคนรักพล.อ.ประยุทธ์เป็นล้าน ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย หนทางทางกฎหมายเท่านั้นที่ไปได้

 

 

บุญระดม : ฟังเสียงนายกเองก็ยังไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ที่จะให้มีการปฏิรูปตำรวจ

 

 

สนธิญาณ : นั่นสิครับ เรื่องนี้เสียงเบาที่สุด เขาเป็น 4 เหล่าทัพ เขาเป็นเพื่อนเรียนโรงเรียนเดียวกันมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ เพราะฉะนั้นถึงต้องเรียนท่านนายกว่าอย่าให้ประชาชนผิดหวังในเรื่องนี้ ต้องปฏิรูปตำรวจ แล้ววันก่อนท่านบอกว่ามาพูดเรื่อง สตช.จะยุบได้อย่างไร ยุบในโครงสร้างอันสำคัญ

 

 

บุญระดม : ก็คือจัดโครงสร้างใหม่

 

 

สนธิญาณ : แปร กระจายตำรวจให้ไปอยู่ในจังหวัด ตัดโครงสร้างอันใหญ่ออกเสีย พล.ต.อ.ประทินชี้ให้เห็นเลยว่าเห็นไหมมีนายพล นายพันอยู่เท่าไหร่ข้างบน มีแล้วแสดงอำนาจบาตรใหญ่วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งกัน มีตำแหน่งที่ให้แสดงถึงอำนาจและบารมีเพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ ความหมายที่เขาเสนอยุบให้เป็นจังหวัด ไม่อยากให้ขึ้นกับ อบต.ก็ให้ไปขึ้นกับผู้ว่าฯ จัดระบบระเบียบการปฏิรูปเสียใหม่ เหลือเฉพาะตรงกลางที่สำคัญ ไว้ดับเบิ้ลเช็คและ DSI มีอีกหน่วยหนึ่งที่สามารถดำเนินการเช็คและตรวจสอบ นี่คือหมายความของคำว่ายุบซึ่งเป็นการปฏิรูปขนานใหญ่นั่นเอง ก็สุดท้ายปลายทางเรียนนะครับ วันเกิดของท่านนายก ผมก็ให้ท่านนายกได้ของขวัญจากสิ่งที่ท่านต้องการรักษาบ้านเมืองไว้ด้วยการให้ กรธ. ช่วยมอบ 3 ข้อที่รัฐบาลเขาขอให้เป็นของขวัญวันเกิดของท่านนายก แต่ผมก็อยากจะเรียนว่าขอให้ท่านนายกช่วยมอบของขวัญให้กับประชาชนด้วย คิดปฏิรูปตำรวจเสียที มิเช่นนั้นภาพตำรวจแดงหรือยิงเฮลิคอปเตอร์ซึ่งท่านอย่าลืมว่าในการยิงกันวันที่ 10 เม.ย. 53 ท่านเสียผู้ใต้บังคับบัญชาไปมากมายมหาศาล ยังมีการทำสำนวนแบบนี้จนศาลต้องยกฟ้องและเขาก็จะรอความหวังต่อไปที่ประกาศปาว ๆ ว่าเขาจะกลับมา หลังวันที่ 29 หลังจากวันที่รัฐธรรมนูญชัด เราจะได้เห็นกระแสระรอกใหญ่อย่างชัดเจนเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นี่คือข้อสรุปทั้งหลายที่อยากจะเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เนื่องในโอกาสวาระวันเกิดซึ่งเมื่อสักครู่ได้อวยพรกันไปแล้ว ก่อนลาให้ฟัง ซึ่งเป็นเพลงที่ท่านนายกชอบและบอกนักข่าวมาเอง ไม่มีใครรู้เท่าไหร่ ท่านบอกมาเป็นการส่วนตัวกับนักข่าวบางคน คุณบุญระดมไปรู้เรื่องมาก็เลยเอามาบอกผมและเอาเพลงนี้มาเปิดเป็นของขวัญวันเกิดให้กับท่านและให้พี่น้องประชาชนได้รู้ได้เห็นความตั้งใจ เพราะท่านชอบเพลงนี้เพราะเนื้อหาของเพลง ได้ทำเนื้อเพลงมาให้เรียบร้อย

 

 

บุญระดม : ฉะนั้นเราสองคนลาท่านผู้ชมกันไปเลย พบกันจันทร์หน้ากับคุณยุคล วันนี้ลาไปก่อนสวัสดีค่ะ