- 22 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
เข้มข้นขึ้นทุกขณะกับการเดินหน้าสะสางคดีกรณีครอบครองรถเบนซ์ผิดกฎหมาย ซึ่งพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ถึงกับประกาศว่าต้องเดินหน้าสอบปากคำ สมเด็จช่วง ให้ได้ และหากยังเล่นแง่ใช้วิธีประวิงเวลากันอยู่จะให้ดีเอสไอออกมาเรียกและออกหมายจับ ในฐานะเป็นพยานและฐานะผู้ต้องหา
ล่าสุดวานนี้ดีเอสไอมีนัดสอบปากคำพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ซึ่งเป็นผู้ถวายรถ
พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผย กรณีที่ พนักงานสอบสวน เข้าสอบปากคำพระมหาศาสนมุนี หรือ หลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทในการจัดหารถเบนซ์โบราณผิดกฎหมายของ สมเด็จ โดยได้สอบปากคำในฐานะพยาน เบื้องต้น ได้รับรายงานว่า การสอบปากคำเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
สำหรับการออกหมายเรียก สมเด็จช่วง มาให้ปากคำนั้น ยังไม่สามารถระบุเวลาได้ เนื่องจากต้องรอให้พนักงานสอบสวนประชุมร่วมกับอัยการสอบสวนก่อน
ขณะที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ระยบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีการซักถามเรื่องนี้แต่อย่างใด ทุกอย่างทำตามหน้าที่ และไม่ขอชี้แจงอะไรอีกแล้ว เพราะพูดไปหมดแล้ว ส่วนที่ยังมีความวุ่นวายอยู่นั้น อยากให้สังคมคิดกันเอง เพราะชี้แจงไปหมดแล้ว ที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาตนก็รับฟังไว้
เมื่อคดีเข้มงวดเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งคสช.เองก็ต้องการเคลียร์เรื่องนี้เพื่อที่จะได้ดำเนินการกระบวนการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชต่อไป
เพราะท้ายที่สุด หากว่าสมเด็จช่วงมีปัญหาในเรื่องคดีความ ก็ต้องจับตาต่อไปอีกว่า จะมีการขยับ ฝ่ายเครือข่ายหนุนสมเด็จช่วงหรือไม่
การเคลื่อนไหวที่เห็นอย่างชัดเจน คือ พระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อเนื่อง เช่น กรณีที่ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ขอบคุณ พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณเวโช ที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ เจ้าคุณประสารและเครือข่าย
ซึ่งหากย้อนกลับไป ความสัมพันธ์ระหว่างพระเมธีธรรมาจารย์ กับ เครือข่ายคนเสื้อแดง มีภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ
แล้วร่วมถ่ายรูปกับนายทักษิณ หลายครั้งในต่างประเทศ เช่นที่สหรัฐอเมริกา หรือกัมพูชา
ยิ่งเมื่อพระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวถึง พล.ต.อ.สุวรรณ ก็ยิ่งชัดมากขึ้น เพราะต่างก็รู้กันในวงการการเมืองว่า นายทักษิณ ชินวัตร สมัยยังรับราชการเป็นตำรวจอยู่ นับถือ พล.ต.อ.สุวรรณ ในฐานะเป็นอาจารย์ เพราะเป็นอดีตตำรวจสายวิชาการ –สอบสวนที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องกฎหมาย การสอบสวน วิธีการวิจัย
นอกจากมียังมี เครือข่ายพระธรรมจาริกแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ระบุบางช่วงบางตอน ว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา กล่าวจาบจ้วงผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช นำมาซึ่งความเศร้าสลดแก่พระสงฆ์
แถลงการณ์ระบุต่อว่า เครือข่ายพระธรรมจาริกแห่งประเทศไทย ซึ่งปฏิบัติศาสนกิจตามแนวตะเข็บชายแดนในพื้นที่สูง รู้สึกอึดอัดกับการกระทำดังกล่าว จึงออกแถลงการณ์มาให้ท่านนายกฯ แก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน และเรียกร้องให้ปลด พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดนี้
ซึ่งหากดูถึงรายละเอียดแล้วเครือข่ายพระธรรมจาริกแห่งประเทศไทย เชื่อมโยงกับวัดธรรมกาย เช่น โครงการช่วยเหลือพุทธบุตร 238 วัด จังหวัดภาคใต้” ได้เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2548 ตามดำริของ หลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และประธานมูลนิธิธรรมกาย
โครงการตักบาตรพระ 2 ล้านรูป 77 จังหวัดทุกวัดทั่วไทย เกิดขึ้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากความห่วงใยของพุทธบริษัท 4 ทั้งแผ่นดิน ในปัญหาความไม่สงบของสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ โดยวัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกาย พร้อมด้วยคณะสงฆ์ทั้งแผ่นดิน
สมัชชาสังฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา นำโดยพระเทพพุทธิวิเทศ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เจ้าอาวาสวัดพุทธาวาส สหรัฐอเมริกา ได้จัดประชุม เพื่อหารือถึงสถาณการณ์ที่เกิดขึ้นกับคณะสงฆ์ของไทย และได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลสั่งการให้กลุ่มบุคคลที่กระทำการจาบจ้วงและคุกคามผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชและมหาเถรสมาคมยุติการกระทำโดยเด็ดขาดทันที
จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เริ่มที่จะมีเครือข่ายต่างๆออกมาเคลื่อนไหวเพื่อหนุนสมเด็จช่วง ออกมาเป็นองคาพยพ
ขณะเดียวกันจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากคดี รถเบนซ์หรือไม่ เพราะการประชุม มหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ขอลาออกจากตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ ทั้ง 3 ตำแหน่ง
การประชุมมหาเถรสมาคม ซึ่งมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานการประชุม ระหว่างการประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ได้แจ้งด้วยวาจาต่อที่ประชุมว่า ขอลาออกจากตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ประกอบด้วย
1.เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ
2.ประธานคณะพระธรรมจากริก
3.ตำแหน่งแม่กองงานพระธรรมทูต
ทั้ง 3 ตำแหน่งที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ขอลาออกนั้น ถือว่ามีความสำคัญในทางการปกครองคณะสงฆ์มาก โดยเฉพาะตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ซึ่งมีหน้าที่ปกครองพระสงฆ์ในเขตปกครองภาคเหนือทั้งหมด
ขณะที่ตำแหน่งประธานคณะพระธรรมจาริก จะมีหน้าที่ในการควบคุม ดูแล พระสงฆ์ที่ทำหน้าที่เป็นพระธรรมจากริก คือ พระสงฆ์ที่ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาบนพื้นที่ดอยสูงในแถบภาคเหนือ
ส่วนตำแหน่งแม่กองงานพระธรรมทูตนั้น จะมีหน้าที่คอยควบคุมดูแลพระธรรมทูตที่ทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่จังหวัดต่างๆทั่วประเทศทั้งหมด
