ดีเดย์ "บ้านประชารัฐ" ลดเหลื่อมล้ำ! อีกหนึ่งโปรเจคคืนสุข จากรัฐบาลประยุทธ์

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

       
เป็นรูปธรรมอีกหนึ่งโครงการภายใต้แนวคิดการสร้างความมั่นคงให้กับผู้มีรายได้น้อยตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย   สำหรับโครงการบ้านประชารัฐที่ครม.มีมติเห็นชอบให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าอย่างเป็นทางการแล้ว
        

 

โดยข้อมูลดังกล่าวได้รับการเปิดเผยจาก  นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ  รมช.คลัง    ว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี  (ครม.)   วันนี้ ( 22 มี.ค.)    ได้เห็นชอบโครงการบ้านประชารัฐตามที่กระทรวงการคลังเสนอ    นัยว่าเพื่อเป็นการสร้างโอกาสผู้ให้ประชาชนทั่วไป  โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย  รวมทั้งข้าราชการพลเรือน  ทหาร  ตำรวจ  บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้มีรายได้ไม่แน่นอน  ที่ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อน  ให้สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาที่ไม่สูงมากนัก
       

 

 

ขณะที่องค์ประกอบของการดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบ้านประชารัฐ จะอยู่ภายใต้กรอบติกาที่จะต้องดำเนินการภายในระยะเวลา  2   ปีนับแต่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบอนุมัติดังนี้  

         
1.เป็นที่อยู่อาศัยทุกประเภท ในราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อหน่วย ที่สร้างบนที่ดินของตนเอง   หรือ    ที่ดินของเอกชนผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือที่ดินของรัฐ ครอบคลุมที่อยู่อาศัยที่สร้างใหม่   สร้างเสร็จพร้อมอยู่ และทรัพย์สินรอการขายของสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์รวมทั้งกรมบังคับคดี

          
2.การซ่อมแซมและ/หรือต่อเติมที่อยู่อาศัยทุกประเภท    ในราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อหน่วย     ทั้งที่สร้างบนที่ดินของตนเอง    หรือ      ที่ดินของเอกชนผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือที่ดินของรัฐ      
        

 

ส่วนมาตรการสินเชื่อที่จะนำมาใช้เพื่อโครงการบ้านประชารัฐ   มีรายละเอียดและข้อกำหนดว่าด้วยหลักเกณฑ์สำคัญ  ๆ   สำหรับผู้ร่วมโครงการในระดับบริษัทเอกชนและประชาชนทั่วไป   คือ
        

1.สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (Pre Finance)  ที่จะอยู่ภายใต้การดำเนินการของ ธนาคารอาคารสงเคราะห์  ,   ธนาคารออมสิน  และ ธนาคารกรุงไทย     ในการร่วมกันจัดวงเงินสินเชื่อประมาณ   30,000 ล้านบาท  อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน  ระยะเวลาเงินกู้ไม่เกิน 2 ปี    สำหรับการสนับสนุนให้กับเอกชนผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์   และการเคหะแห่งชาติ   ที่เข้าร่วมพัฒนาโครงการฯ
        

2. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Post Finance)      อยู่ภายใต้การดำเนินการของธนาคารอาคารสงเคราะห์    และธนาคารออมสิน     ในการร่วมกันจัดทำโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน   ในวงเงิน  40,000 ล้านบาท   ระยะเวลาเงินกู้ไม่เกิน 30 ปี    สำหรับการรองรับความต้องการขอสินเชื่อใน  2    รูปแบบ    ประกอบด้วย
          

(1) อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนพิเศษสำหรับกรณีวงเงินสินเชื่อเพื่อซื้อ เช่าซื้อ ก่อสร้าง ราคาไม่เกิน 7 แสนบาทต่อหน่วย และวงเงินสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมและ/หรือต่อเติมที่อยู่อาศัย วงเงินไม่เกิน 5 แสนบาทต่อหน่วย
          

(2) อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนสำหรับกรณีวงเงินสินเชื่อเพื่อซื้อ เช่าซื้อ ก่อสร้างที่อยู่อาศัย ราคามากกว่า 7 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อหน่วย
       

 

และที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไปสำหรับมาตรการว่าด้วยสินเชื่อในรูปแบบต่าง ๆ  ก็คือเรื่องของอัตราดอกเบี้ย  ซึ่งว่ากันว่าเป็นเงื่อนไขพิเศษเพื่อทำให้การดำเนินโครงการบ้านประชารัฐตอบโจทย์สำหรับผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง  
       

 

โดยอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกำหนดเป็นเงื่อนไขสำหรับสินเชื่อภายใต้โครงการบ้านประชารัฐ   สามารถแยกได้เป็น  2 กรณีคือ
           

1.อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนพิเศษ   กรณีสินเชื่อเพื่อซื้อ เช่าซื้อ ก่อสร้างที่อยู่อาศัย ราคาไม่เกิน 700,000 บาทต่อหน่วย   และกรณีวงเงินสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมหรือต่อเติมที่อยู่อาศัยวงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อหน่วย   ซึ่งในปีที่  1   จะคิดดอกเบี้ย 0%    ปีที่ 2-3 อัตราดอกเบี้ย 2%    ,  ปีที่ 4-6   อัตราดอกเบี้ย 5%     และปีที่ 7-30   คิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว     ขณะเดียวกันทางด้านธนาคารอาคารสงเคราะห์    ยังมีแคมเปญคิดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี  (MRR)  -0.75%   และธนาคารออมสินคิดดอกเบี้ย   MRRเช่นกันใน  อัตรา  -1.475%
     

2.อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน กรณีวงเงินสินเชื่อ  เพื่อซื้อ   ,  เช่าซื้อ ก่อสร้างที่อยู่อาศัยราคามากกว่า 700,000 บาท   แต่ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อหน่วย   จะคิดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปีที่ 1-3  ที่ 3%   ,    ปีที่  4-6   คิดอัตรา   5%    จากนั้นปีที่ 7-30   สำหรับลูกค้ารายย่อย   จะคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว      เช่นเดียวกันในกรณีนี้   ธนาคารอาคารสงเคราะห์ยังมีแคมเปญสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี  (MRR)     จะคิดอัตราดอกเบี้ย  -0.75%     ส่วนธนาคารออมสิน    คิดอัตราดอกเบี้ย  MRR  ที่  -1.475%     ด้านลูกค้าสวัสดิการจะใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดย ธนาคารอาคารสงเคราะห์   คิดอัตราดอกเบี้ย  MRR   -1% และธนาคารออมสิน  คิดดอกเบี้ย  MRR  ในอัตรา   -1.725% 
        

 

ที่สำคัญสำหรับประชาชนที่สนใจร่วมโครงการบ้านประชารัฐสามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดและยื่นความจำนงเข้าร่วมได้ทั้ง   2 ธนาคาร   คือ  ธนาคารออมสิน และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์  ได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (23 มี.ค.)  เป็นต้นไปจนกว่าจะครบวงเงินสินเชื่อที่กำหนด
            

 

ขณะที่  นายชาติชาย พยุหนาวีชัย   ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน  ระบุว่า จากมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (  22 มี.ค.)  ทางธนาคารออมสินได้เตรียมจัดสรรวงเงิน 20,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการไม่เกิน 2 ปี ปล่อยกู้ให้แก่ประชาชนทั่วไป   สำหรับซื้อบ้านใหม่หรือที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) ของสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์ฯ หรือบ้านมือสอง ที่เข้าร่วมโครงการบ้านประชารัฐเท่านั้น (ที่ดินพร้อมบ้าน หรือห้องชุด)  ไว้แล้ว    แต่มีข้อแม้สำคัญว่าจะต้องเป็นบ้านหลังแรก หรือจะกู้เพื่อปลูกสร้างบ้าน   รายละไม่เกิน 1.5 ล้านบาท รวมทั้งการปล่อยกู้เพื่อต่อเติม/ซ่อมแซมบ้านในที่ดินของตนเอง วงเงินกู้ไม่เกิน 500,000 บาท   ส่วนหลักเกณฑ์ปล่อยสินเชื่อก็จะเป็นแบบมาก่อนได้ก่อน  และเมื่อหมดวงเงินจะถือว่าเป็นอันสิ้นสุดโครงการ
         

 

ทางด้าน นางไลวรรณ ปองเสงี่ยม รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)  ระบุว่า  ธอส.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจหลักในการให้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง   ได้รับมอบหมายจากภาครัฐให้สนับสนุนสินเชื่อ “โครงการบ้านประชารัฐ" ในวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท แยกเป็น  สินเชื่อพัฒนาโครงการ (Pre Finance) วงเงิน 10,000  ล้านบาท  และ  สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Post Finance)  สำหรับประชาชนทั่วไป วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท     ซึ่งลูกค้ารายย่อยทั่วไปที่สนใจสามารถติดต่อยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมได้ภายในระยะเวลา 2 ปี    หรือ  ภายใต้กรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท