สหรัฐฯคือผู้บ่มเพาะเชื้อก่อการร้ายใช่หรือไม่?

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th/html/

 


     ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเยือนประเทศอาร์เจนตินา แถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีเมารี ซีโอมากรี แห่งอาร์เจนตินา โดยเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ผนึกกำลังร่วมกันต่อต้านการก่อการร้าย หลังเกิดเหตุโจมตีสนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 ศพ และบาดเจ็บ 270 คน โดยกลุ่มก่อการร้ายไอเอสได้ออกมาประกาศอ้างความรับผิดชอบ
 
    ประธานาธิบดีโอบามา กล่าวว่า การกำจัดกลุ่มก่อการร้ายไอเอส ถือเป็นภารกิจสำคัญอันดับ 1 ของเรา ซึ่งสหรัฐจะติดตามไล่ล่าไอเอสอย่างถึงที่สุด จนกว่าจะถูกขับออกจากซีเรียและอิรัก และท้ายที่สุดถูกทำลายไปหมดสิ้น ซึ่งประชาคมโลกก็ต้องร่วมมือกันต่อต้านก่อการร้าย ซึ่งเราก็จะเอาชนะผู้คุกคามความมั่นคง และความปลอดภัยของเราซึ่งไม่เพียงแต่คนของเราแต่ยังรวมถึงคนทั่วโลก
 
    ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงว่า นายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จะเดินทางไปเยือนกรุงบรัสเซลส์ในวันศุกร์ที่ 25 มี.ค.นี้ เพื่อแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียชีวิต จากการก่อการร้ายที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นก็จะพบกับเจ้าหน้าที่ของเบลเยียมและสหภาพยุโรป เพื่อตอกย้ำถึงการสนับสนุนของสหรัฐต่อความพยายามสอบสวนในเรื่องก่อการร้ายครั้งนี้ การออกมาแสดงบทบาทครั้งนี้ของสหรัฐ ในการที่จะตามไล่ล่ากลุ่มก่อการร้ายนั้น ออกมาเพราะต้องการแสดงให้เห็นถึงบทบาทความสำคัญของตนเอง หรือเป็นเพราะว่าต้องการแสดงความรับผิดชอบ เพราะที่ผ่านมาตนเองนั้นเป็นผู้บ่มเพาะเชื้อการก่อการร้ายขึ้นมา จนกระทั่งบัดนี้ตนเองนั้นก็ไม่อาจจะควบคุมได้ใช่หรือไม่?