- 25 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 25 มีนาคม 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สนธิญาณ : สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ทุกท่าน
สถาพร : ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยออกมาพูดถึงเรื่องร่างรัฐธรรมนูญเลย แต่เมื่อวานออมาพูดแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าติดตามน่าสนใจครับ
สนธิญาณ : ผมคิดว่าท่าทีของท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวานเป็นท่าทีที่ชัดเจนมาก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าข้อเสนอหรือการตอบกลับของ กรธ. ได้เกิดความพอใจทั้ง 2 ฝ่ายใช่หรือไม่ ท่านนายกตอบว่าถ้าถามผม ผมไม่ใช่ฝ่ายไหนต้องดูว่าประชาชนพอใจหรือเปล่าผมเอาประชาชน ผมไม่สนใจใครทั้งสิ้น ผมทำเพื่อประชาชนไม่ได้ทำเพื่อฝ่ายไหน ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเองด้วยซ้ำ ไม่ได้ห่วงตัวเองสักนิด แล้วคุณไม่ห่วงผมหรือ ประเทศชาติคุณก็ไม่ห่วงอีกแล้ว ตกลงจะอยู่กันยังไงแล้วพวกนี้พวกทหารจะอยู่อย่างไร เขาเสียสละกันมาเยอะแยะหรือจะตีกันต่อไปก็ตามใจแล้วอย่ามาโทษผมก็แล้วกัน นี่เป็นประเด็นที่นายกรัฐมนตรีได้พูด เนื้อหาแบบนี้ก็บอกได้ชัดเจนว่าไม่น่าจะพอใจในข้อเสนอของ กรธ. ที่พยายามจะยกขึ้นมา มีสิ่งที่ท่านนายกได้พูดเพิ่มเติมด้วยนะครับ พูดถึงการรับผิดชอบต่อบ้านเมือง นายกบอกว่าการจะแต่งตั้งทหารบ้างอะไรบ้าง แต่งตั้งทหารถูกทุกคนหรือไม่ หรือว่าไม่เห็นถูกเลย เดี๋ยวก็ต้องไปเขียนกันต่อ ๆ เอาหน้าใหม่ เดี๋ยวคนก็ว่าไปเขียนกันทำไม ผมไม่เข้าใจ ไม่มีประโยชน์ทหารเขาจะตั้งใคร ขัดคำสั่งไม่ได้ ถ้าขัดคำสั่งก็ปลดเท่านั้นเอง ขอให้คนสั่งถูกต้องก็แล้วกัน ถ้าถูกต้องทหารเขาทำหมดอยู่แล้วเพราะเขามีวินัย เว้นแต่จะสั่งไม่ค่อยถูก ดังนั้นการที่ต้องการให้ทหารเข้าไปไม่ใช่ในเรื่องของคำสั่ง นี่พยายามจะแจกแจงมาแต่ละประเด็นแต่ละข้อนะครับ สุดท้ายท่านนายก มีอีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะนำเสนอซึ่งตรงนี้ได้แสดงท่าทีให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยวันนี้ยังไม่แข็งแรงพอ ถ้าแข็งแรงมากกว่านี้ก็คงมีข้อเสนอมาก แต่วันนี้ไม่แข็งแรงก็คงจะต้องแข็งแรงด้วยรัฐธรรมนูญก่อนมั้ง เพราะช่วยให้แข็งแรงขึ้นเยอะ อาจจะทำให้ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจก็ได้ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นั่นไม่รู้แปลว่าอะไรนะครับแต่ว่าดูน้ำหนักแล้ว เป็นประเด็นที่สรุปได้แล้วว่าวันนี้ข้อเสนอดังกล่าวไม่น่าจะทำให้แม่น้ำ 4 สาย คสช. พอใจนัก เพราะข้อเสนอที่ออกมาเหมือนที่ผมได้เรียนท่านผู้ชมไปแล้วว่า กรธ. ทำให้ดูเหมือนกับการพบกันครึ่งทาง แม้แต่ อ.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยังออกมาพูดเลยว่ารัฐบาลน่าจะพอใจแล้ว เป็นรองนายกอยู่แท้ ๆ ยังสับสนยังงงอยู่ แล้วประชาชนจะไม่งงได้อย่างไร ท่านบอกว่าให้มาเยอะแล้ว แต่ถ้าฟังพล.อ.ประวิตรพูด ท่านว่าไม่ใช่เรื่องของการต่อรอง ไม่ใช่เรื่องของการพบกันครึ่งทาง รัฐธรรมนูญมีความสำคัญต่อบ้านเมือง และอยากจะย้ำให้ชัดเจนว่า ส.ว.สรรหา เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการปฏิรูป นายกรัฐมนตรีพูดตอนบ่ายสี่ ซึ่งตอนบ่ายสองครึ่ง กรธ.ได้ออกมานำเสนอข้อเสนอที่ดูเหมือนว่าให้พบกันมากกว่าครึ่งทางแล้ว
สถาพร : ก็คือเพิ่มเติมจากของเดิมขึ้นมา
สนธิญาณ : เช่น ส.ว. ให้แบบเอาใจ คสช. เลย จากแต่แรกกรรมการสรรหาไปคัดเลือกมา 200 ที่นั่ง เที่ยวนี้ให้ไปคัดมา 400 ที่นั่ง แล้วให้ คสช. เอง 194 ที่นั่งเลยนะครับ ส่วนอีก 6 ที่นั่งก็เป็น ผบ.เหล่าทัพและผบ.สูงสุด ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้ฝ่ายความมั่นคงเข้ามา 6 ที่นั่ง ก็เท่ากับ 200 เป็นของ คสช. เต็ม ๆ เลยแม้ว่าจะมีคณะกรรมการสรรหาไปสรรหา เขาให้ไปสรรหามา 400 เพราะฉะนั้น คสช.ก็มีสิทธิ์เลือกว่าจะเอาใครที่พอจะคุยกันรู้เรื่องราว กรธ. ทำเหมือนกับว่าให้เพิ่มขึ้นอีกแล้ว แต่คุณมาพูดเรื่องความมั่นคงหากจะมีการออกร่างนิรโทษกรรมที่จะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายใช่ไหมครับ ก็ให้วุฒสิภามีสิทธิ์ในการพิจารณาได้หากเกิดกรณีอย่างนี้ขึ้น แต่ความจริงสิ่งที่ คสช. เขาเสนอให้ ส.ว.มีส่วนในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือนั่นมีส่วนเข้าไปร่วมถ่วงดุล ในเข้อเสนอหนังสือเขาเขียนชัดเจนว่าให้เข้าไปถ่วงดุล เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะออกมาอย่างไรก็ตามแต่ถ้านำพาไปสู่การถ่วงดุลไม่ได้
สถาพร : ก็ไม่มีประโยชน์หรือเปล่าครับ
สนธิญาณ : ก็จะมีประโยชน์อย่างไรในแง่ของ คสช. ฉะนั้นผมก็ต้องเรียนว่า เมื่อนายกเสนอท่าทีอย่างนี้แล้ว วันนี้ กรธ. ต้องว่าอย่างไร หาก กรธ.ยังไม่ว่ายังเสียงแข็ง ผมก็ยืนยันไปตามหลักการเดิมว่า ท่านนายกรัฐมนตรี อย่าให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปถึงขั้นลงมติเลย เสียเงินเปล่า ๆ 3,000 ล้านไม่ผ่านแน่ และจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งออกมาขย้ำและทิ่มแทง เพราะฉะนั้นมาตรา44 ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตกลงไป สั่งให้ตกไปเลย แต่เป็นการให้เกียรติ กรธ. แล้วหยิบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมาใหม่แล้วใส่บทเฉพาะกาลไปตามที่ คสช. เสนอเข้าไปในท่อนท้ายแล้วให้ประชาชนชี้ขาด คือให้ชี้ขาดทั้งฝ่ายคัดค้าน ชี้ขาดทั้ง กรธ. ชี้ขาดทั้ง คสช. ให้เห็นเลยว่า คสช. กล้าเสี่ยง และนานาชาติเขาจะเห็นเองว่าเราไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงหลักการของ กรธ. แต่อย่างไร เพียงแต่ต้องการระยะเปลี่ยนผ่านเท่านั้น ต้องจับตาและดูกันต่อไป ว่าวันนี้จะมีอะไรเพิ่มเติมทั้งจากฟากฝั่งรัฐบาลและกรธ. ครับ
