- 26 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
จับตาอนาคตรถไฟความเร็วสูงของประเทศต่อจากนี้ หลักจากยุติการลงทุนร่วมกับประเทศจีนไปเป็นที่เรียบร้อย ส่วนแผนการก่อสร้างที่ถูกกำหนดเอาไว้หลายจุดทั่วประเทศนั้น ก็จะเหลือแค่เพียง กรุงเทพ-แก่งคอย-โคราช ระยะทาง 250 กิโลเมตร ส่วนที่เหลือ595 กิโลเมตรถูกยกเลิกโครงการออกไปไม่มีกำหนด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ว่าไทยจะลงทุนดำเนินการเองทั้งหมด และเชื่อมั่นว่า ไทยมีศักยภาพที่จะลงทุนเอง เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด รวมถึงเพื่อสร้างความสะดวกต่อประชาชนเป็นหลัก ขณะที่จีนจะให้ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีในการก่อสร้างและถ่ายทอดความรู้ ทั้งการก่อสร้างและบริหารจัดการเดินรถ พร้อมมองว่า จะเริ่มต้นที่เส้นทางแรกกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา ระยะทาง 250 กิโลเมตร เนื่องจากมีความพร้อมของศักยภาพในหลายด้าน ซึ่งคาดว่าในเดือนกรกฎาคมนี้ จะสามารถเริ่มดำเนินการได้
เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของรถไฟความเร็วสูง สามารถสรุปรายละเอียดภายใต้กรอบงบประมาณที่ตั้งเอาไว้เบื้องต้น 1.7 แสนล้านบาทออกมาดังนี้
1.เส้นทางกรุงเทพ-แก่งคอย-โคราช ระยะทาง 250 กิโลเมตร
2.ใช้เพื่อการเดินทางเป็นหลัก
3.เบื้องต้นสรุปให้ใช้ระบบราง 1. 435 เมตร
4.รูปแบบเอกชนร่วมลงทุนภาครัฐ (พีพีพี) -ซึ่งให้เอกชนลงทุน และให้สัญญาสัมปทาน หรืออาจจะให้เอกชนเป็นผู้บริหารเดินรถ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ที่จะใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟ สถานีรถไฟ
5.ใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้จากจีน
6.กู้เงิน ในประเทศ/ต่างประเทศ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า สาเหตุที่ทางฝ่ายจีนไม่สามารถเข้ามาร่วมเงินลงทุนในครั้งนี้ได้ เนื่องจากทางฝ่ายจีนเห็นว่าการลงทุนโครงการตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา และนครราชสีมา-หนองคาย จะต้องใช้งบประมาณกว่า 500,000 ล้านบาท ดังนั้น ทางฝ่ายจีนจึงต้องการพื้นที่ 2 ข้างทางเพื่อมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ ซึ่งไม่ตรงกับข้อตกลงเดิมที่เคยทำร่วมกันไว้ระหว่าง 2 ประเทศ ดังนั้น จึงได้พักเส้นทางช่วงที่เหลือกว่า 595 กิโลเมตรไว้ก่อน แต่ทางฝ่ายไทยก็ยังต้องใช้เทคโนโลยี, ระบบราง, ตัวรถ และอาณัติสัญญาณจากจีนตามข้อตกลงเดิมที่เคยทำไว้
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าการให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนกับรัฐนั้น อยู่ในวิสัยที่สามารถทำได้ เพราะเอกชนส่วนใหญ่มีความพร้อม และภาครัฐจะสามารถประหยัดงบประมาณที่จะใช้ในส่วนนี้ไปได้เป็นจำนวนมาก
หลักการในการกู้เงินจะเน้นในประเทศเป็นหลัก ดำเนินการได้หลายวิธี ซึ่งรวมถึงการกู้เงินผ่านกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ด้วย แต่หากต่างประเทศมีข้อเสนอการปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ให้พิจารณา และหากดูแล้วว่าอัตราดอกเบี้ยในส่วนนี้ถูกกว่าในประเทศ ก็สามารถเลือกทางนี้ได้เช่นกัน ต้องมาดูว่าอะไรถูกกว่า ดีกว่าก็เอาอันนั้น ซึ่งเปิดออปชั่นกว้างรอไว้
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หากระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ มองว่าอาจมีภาระต้นทุนต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของจีน ซึ่งเสนอให้ไทยกู้ยืม คาดว่าจะเปิดระดมทุนได้ในช่วงเดือนมิ.ย.นี้
ทั้งนี้ พีพีพี หรือความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลและเอกชน
(Public-Private Partnership) คำจำกัดความของ PPP เป็นข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับเอกชนผู้ร่วม ลงทุนหนึ่งราย หรือมากกว่าในการที่จะให้ เอกชนนั้นๆ ส่งมอบบริการในลักษณะ ต่างตอบแทนให้ แก่รัฐบาล โดยเอกชนจะได้รับผลกำไรจากการให้ บริการ และรัฐบาลจะได้บรรลุเป้าประสงค์ของการส่งมอบบริการที่ได้ตั้งไว้
อย่างไรก็ตามพันธะสัญญาระหว่างไทยกับจีน ไม่ได้ยุติลงทั้งหมด เพราะจีนยังคงต้องให้ความช่วยเหลือไทยเกี่ยวกับเทคโนโลยี ตัวรถ ระบบราง และงานบริการ
เพราะฉะนั้นจึงเป็นไปได้สูง รูปแบบรถไฟความเร็วสูงของไทยในอนาคตจะมีรูปร่างหน้าตาแบบจีนนั่นเอง
รถไฟความเร็วสูงจีน (อักษรย่อ CRH) เป็นระบบรถไฟความเร็วสูงที่บริหารงานโดยการรถไฟจีน
เหอเซี๋ย ห้าว เป็นชื่อสำหรับระบบรถไฟความเร็วสูงของจีน มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า "China Railway High-speed" อักษรย่อ "CRH" ซึ่งได้เริ่มดำเนินการ เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2550
รถไฟความเร็วสูงแต่ละขบวนจะถูกจัดให้มีความจุสำหรับผู้โดยสาร ประมาณ 568-588 คน สำหรับ 8 ตู้ และ 1,100-1,200 คน สำหรับ 16 ตู้ หรือขึ้นอยู่กับการต่อตัวของรถไฟ
การออกแบบระบบรถไฟความเร็วสูงทั้งหมดได้ถูกออกแบบมาจากต่างประเทศ โดยได้กำหนดให้รุ่น CRH-1 ถึง CRH-5 สำหรับการเดินทางที่รวดเร็วระหว่างเมือง ซึ่งจีนได้ศึกษาและวิจัยระบบเหล่านั้น และพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเป็นของตนเอง ในปัจจุบัน จีนได้ถือครองสิทธิบัตรใหม่ ๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบภายในของรถไฟความเร็วสูง และจีนยังได้ออกแบบส่วนประกอบใหม่เพื่อให้รถไฟสามารถวิ่งที่ความเร็วมากขึ้นกว่าการออกแบบแบบเดิมๆของรถไฟต่างประเทศ จนในปัจจุบัน จีนมีแบบรถไฟความเร็วสูงต่างๆมากมาย ใช้งานไปตามแต่ละสภาพภูมิประเทศ และเศรษฐกิจ ดังนี้
CRH1 ได้รับการร่วมพัฒนาจากบริษัท บอมบาร์ดิเอร์ รถไฟรหัส Aและ B นี้มีชื่อเล่นว่า "เมรโทร" หรือ "ขนมปัง" มีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง
CRH1A; ขนาด 8 ตู้
CRH1B; ขนาด 16 ตู้
CRH1E; มีชื่อเล่นว่า "กิ้งก่า" ประเภทตู้นอน ขนาด 16 ตู้
CRH2; มีชื่อเล่นว่า "ดาบเงินใหญ่" (ปลาชนิดหนึ่ง) รถรุ่นนี้ได้มาจากชิงกันเซ็ง ซีรีส์ E2
CRH2A; ในปี 2549 ประเทศจีนได้เปิดตัว CRH2 ที่ปรับเปลี่ยนจากรถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่นชุด ชิงกันเซ็ง E2-1000 โดยผลิตในญี่ปุ่น
CRH2B ขนาด 16 ตู้ ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง
CRH2C (รุ่น 1); รุ่นที่ปรับเปลี่ยนมาจาก CHR2 ความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง
CRH2C (รุ่น 2); รุ่นที่ปรับเปลี่ยนมาจาก CHR2C (รุ่น 1) ความเร็วสูงสุด 350 กิโลเมตร/ชั่วโมง
CRH2E; ประเภทตู้นอนขนาด 16 ตู้
CRH3C; มีชื่อเล่นว่า "กระต่าย" รถรุ่นนี้ได้มาจาก ซีเมนส์ ICE3 (ขั้น 403) มีขนาด 8 ตู้ ความเร็วสูงสุด 350 กิโลเมตร/ชั่วโมง
CRH5A; รุ่นนี้ได้มาจาก อัลสตอม Pendolino ETR600 มีขนาด 8 ตู้ ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง
CRH6; ถูกออกแบบให้วิ่งได้หลายความเร็วระดับปฏิบัติการ คือ 160, 200 และ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง เริ่มใช้งานในปี พ.ศ. 2554
CRH380A; ความเร็วสูงสุด 380 กิโลเมตร/ชั่วโมง เริ่มใช้งานในปี พ.ศ. 2553
CRH380A; ขนาด 8 ตู้
CRH380AL; ขนาด 16 ตู้
CRH380B; พัฒนามาจาก CHR3 ออกแบบสำหรับเดินทางไปถังชาน และฉางชุน มีความเร็วสูงสุด 380 กิโลเมตร/ชั่วโมง
CRH380B; ขนาด 8 ตู้
CRH380BL; ขนาด 16 ตู้
CRH380CL; ออกแบบสำหรับเดินทางไปยังฉางชุน ความเร็วสูงสุด 380 กิโลเมตร/ชั่วโมง เริ่มใช้งานในปี พ.ศ. 2555
CRH380D; ความเร็วสูงสุด 380 กิโลเมตร/ชั่วโมง
CRH380D; ขนาด 8 ตู้
CRH380DL; ขนาด 16 ตู้
