จับตา !! บทสรุปสุดท้าย "ร่างรธน." มีการเพิ่มเติม หรือไม่? เพื่อความไว้วางใจ สู่การเปลี่ยนผ่านปท. ตาม "คสช." ตั้งเป้า !!!!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

เหลือระยะเวลาอีกประมาณ 2 วันตามกำหนดที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้กับคณะรัฐมนตรีและนำชี้แจงต่อสาธารณะในขั้นตอนต่อไป ท่ามกลางการจับตาว่าบทสรุปสุดท้ายจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมอย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่  เพื่อให้วางใจได้ว่ากฎหมายสูงสุดของประเทศฉบับนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านประเทศตามที่คสช.ตั้งเป้าหมาย

 

 

 


นายอมร วาณิชวิวัฒน์   โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงภาพรวมของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ว่า  ในการประชุมวันจันทร์ที่ 28 มีนาคมนี้ ทางกรธ.  จะตรวจสอบความถูกต้องของร่างรัฐธรรมนูญอย่างละเอียดอีกครั้งโดยเฉพาะถ้อยคำและเลขมาตรา  ก่อนที่จะส่งไปตีพิมพ์เป็นรูปเล่มและส่งมอบให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 29 มีนาคม   ตามกรอบระยะเวลา 180 วันตามที่รัฐธรรมนูญ  (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนดไว้   และในวันเดียวกันนายมีชัย ฤชุพันธ์  ประธานกรธ.ก็จะเป็นผู้แถลงสรุปภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้กับสื่อมวลชนได้รับทราบด้วย ส่วนในวันที่ 30 มีนาคม  กรธ.กมีกำหนดการอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้กับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) และหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงานต่อไป

 


ส่วนขั้นตอนหลังจากนั้น  นายอมรระบุว่า  สิ่งที่จะต้องดำเนินการก็คือการประสานและหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการจัดทำคำอธิบายสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจได้ง่าย  ซึ่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 )พ.ศ.2559 กำหนดให้กรธ.ต้องส่งให้กกต.ภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันที่แจ้งครม.   ขณะเดียวกันกรธ.จะแบ่งกันเดินสายออกไปตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อชี้แจงและอธิบายให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าใจเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกต้องก่อนถึงขั้นตอนการลงประชามติ

 


และสำหรับความรู้สึกที่ได้มีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญ นายอมรเปิดเผยว่า ระยะเวลา 6   เดือนของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ    ส่วนตัวถือว่าพอใจเพราะกรธ.ทุกคนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ   ตลอดการทำงานก็ไม่มีสิ่งใดมากดดัน การพิจารณาอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล   รวมถึงทุกคนสมประโยชน์     โดยเฉพาะภาคประชาชนและประเทศชาติ   และต้องยืนยันอีกครั้งว่าข้อเสนอที่แม่น้ำทั้ง  4 สาย  ส่งมาในช่วงท้ายของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้เป็นใบสั่ง    เพราะหากเป็นใบสั่งกรธ.คงต้องทำตามทุกเรื่องแล้ว   แต่เมื่อพิจารณาจากเหตุผลต่างๆเกี่ยวกับข้อเสนอที่ส่งมาแล้ว หากกรธ.พิจารณาไตร่ตรองแล้วเห็นว่ามีเหตุผล รับฟังได้จึงได้มีการพิจารณาปรับแก้ไข  ส่วนเรื่องที่กรธ.มองแล้วว่าหากปรับแก้ไขไปแล้วอาจจะก่อให้เกิดปัญหา  หรือขัดต่อเจตนารมณ์ที่กรธ.ออกแบบไว้ก็ไม่ได้ปรับแก้ไขไปตามรายละเอียดที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชน

 


แน่นอนว่าจากบริบทการจัดร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมร่างรัฐธรรรมนูญครั้งนี้แม้จะมีข้อสรุปว่ากรธ.ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจที่สามารถผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ให้เป็นผลสำเร็จ  แต่อย่างไรก็ตามโดยข้อเท็จจริงแล้วคสช.เองยังคงมีมุมคิดที่แตกต่างอยู่ไม่น้อย

 


โดยเฉพาะกับส่วนลึกของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี   และ หัวหน้าคสช.ที่ปรารภผ่านนายวิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  มาถึงสื่อมวลชนว่า  ข้อสรุปของกรธ.ไม่ตรงกับที่ขอไป     เพียงแต่ที่ฟังเหตุผล กรธ.ชี้แจงมาแล้วพอรับได้  และคงไม่มีการดำเนินการอะไรเพิ่มเติมไปที่ กรธ.อีกต่อไป   นอกจากเจอ กรธ.แล้วมาพูดจาพูดคุยกันทีหลัง และเมื่อนายกรัฐมนตรีบอกว่ารับได้  เชื่อว่าก็คงไม่มีการผลักดันอะไรเพิ่มเติมแล้ว  นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังบอกวันที่ 29 มี.ค. จะต้องเดินทางไปสหรัฐอเมริกาแล้ว  จึงไม่มีข้อเสนออะไรเพียงแต่รอให้ กรธ.ส่งร่างรัฐธรรมนูญ  ที่ดำเนินการแก้ไขตามข้อเสนอแนะแล้วเสร็จนำส่งคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนเท่านั้น

 


และจากโมเม้นต์ของพล.อ.ประยุทธ์กับคำว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่ตรงกับข้อเสนอแต่พอรับได้หลังจากฟังคำชี้แจง   ก็ยิ่งทำให้น่าสนใจว่าอนาคตร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรต่อไปในขั้นตอนการลงประชามติ   และถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ    ความรับผิดชอบของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นจะเป็นความรับผิดชอบของคสช. รัฐบาล  หรือ  กรธ. ที่พยายามเลือกแสดงบทบาทตนเองแทนการรับฟังแม่น้ำ 4 สาย 

 

 

ที่น่าสนใจมากกว่ากว่านั้นถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ  พล.อ.ประยุทธ์  จะมีแนวทางการดำเนินการอย่างไร  ในฐานะที่เป็นผู้นำการยึดอำนาจ 22 พ.ค. 2557  และประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้ประเทศไทยกลับไปเหมือนในอดีต  รวมถึงยังเป็นบุคคลหนึ่งที่พูดชัดเจนว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยยังไม่ได้ให้ในสิ่งที่แม่น้ำ 4 สาย และโดยเฉพาะคสช.ต้องการทั้งหมด

 


ต้องย้ำว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกยอมรับว่าเป็นผลผลิตโดยตรงของกรธ. ซึ่งแม้ว่าจะมีความพยายามผ่อนปรนตามข้อเสนอแม่น้ำ 4 สายแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ทุกประเด็น  จึงเป็นที่มาในประเด็นที่สนข.ทีนิวส์พยายามชี้ให้เห็นว่ากรณีร่างรัฐธรรมนูญยังมีจุดให้ต้องจับตากันต่อไปทั้งในขั้นตอนก่อนและหลังการประชามติ  ถ้าจับสัญญาณจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ที่ย้ำหลายครั้งว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือกลไกความคิดของกรธ. 

 


ลุ้นกันต่อไปว่ารายละเอียดร่างรัฐธรรมนูญ 279 มาตราหน้าตาจะเป็นอย่างไร และจนกว่าจะถึงขั้นตอนการลงประชามติจะมีความเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่อย่างไร