- 28 มี.ค. 2559
ซูจีอย่าแหกกฎเพราะไม่อย่างนั้นเอ็นแอลดีจะลำบาก
พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา กล่าวสุนทรพจน์ต่อทหารทุกเหล่าทัพ เนื่องในวาระครบรอบ 71 ปีแห่งการสถาปนากองทัพ ให้คำมั่นเรื่องการให้ความร่วมมือกับรัฐบาลพลเรือน ในการนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่แผ่นดินและประชาชน แต่แสดงความกังวลว่า การที่บุคคลบางกลุ่มยังไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างครบถ้วน และสถานการณ์ความขัดแย้งกับกลุ่มชาติพันธุ์ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญของการพัฒนาประเทศสู่การเป็นประชาธิปไตย
ทั้งนี้ เมียนมาเปลี่ยนแปลงไปมากในหลายด้าน นับตั้งแต่เข้าสู่การปฏิรูปประเทศอย่างเป็นทางการ โดยรัฐบาลกึ่งพลเรือนของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ที่กำลังจะหมดวาระอย่างเป็นทางการในสิ้นเดือนมี.ค. นี้ หลังบริหารประเทศมาตั้งแต่ปลายปี 2554 และรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางออง ซาน ซูจี จะเข้ารับหน้าที่ต่อในวันที่ 1 เม.ย. หลังชนะการเลือกตั้งทั่้วไปเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้วอย่างถล่มทลาย โดยมีนายถิ่น จอ เพื่อนสนิทของนางซูจี รับตำแหน่งประธานาธิบดีพลเรือนคนแรกในรอบ 56 ปี ด้านนางซูจีเธอยืนยันว่าคือ "ผู้มีอำนาจ" เหนือประธานาธิบดี
ประธานาธิบดี ถิ่น จอ คงสบายใจขึ้นมาบ้าง เมื่อได้ยินทหารยืนยันให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการบริหารประเทศ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคำพูดของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย นั้นคือการรักษากฎหมายให้มีความศักดิ์สิทธิ์ นั่นเอง เพราะหากว่านางออง ซาน ซูจี ยังจะดิ้นหาทางเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตนเองนั้นขึ้นมาทำหน้าที่ประธานาธิบดี สถานการณ์ก็อาจจะพลิกผันก็อาจจะเป็นได้ ดังนั้นสมาชิกพรรคเอ็นแอลดีเอง และ ตัวประธานาธิบดี ตามกฎหมายเองคงต้องรั้งนางอองซาน ซูจี อย่าทำอะไรเลยเถิด เพราะมันอาจจะสร้างความไม่พอใจมากยิ่งขึ้นไปอีกให้กับกองทัพ ถึงเวลานั้น อาจจะทำให้การบริหารประเทศไม่ราบรื่นอย่างที่คิด
