"สนธิญาณ" ชี้! "สนช." ต้องทำหน้าที่ตั้ง"คำถามสะท้อนความต้องการปชช." ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะปชช.จะชี้ขาดว่าจะเอายังไง-ให้ "นายกฯ" อยู่ต่อหรือไม่?

ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th

 

 

รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 4 เมษายน 2559  ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์  ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้


สถาพร : ในช่วงนี้กำลังร้อนแรงเลยครับ เรื่องรัฐธรรมนูญ

 

สนธิญาณ : รัฐธรรมนูญก็ร้อนแรง มีโพลล์ของการสำรวจความเชื่อมั่นในการที่จะให้นายกรัฐมนตรีอยู่ต่อ เรื่องนี้น่าสนใจนะครับ

 

สถาพร : เป็นการสำรวจของมาสเตอร์โพลล์ โดยบอกว่าภายใน 2 ปี คสช. เปลี่ยนประเทศไทยไปอย่างไร แต่ว่าประเด็นที่พี่ต้อยพูดถึง คือว่า สิ่งที่อยากจะบอกกับนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัวเรื่องอะไร ส่วนใหญ่ร้อยละ 70.8 บอกว่า ขอให้ทำหน้าที่นายกต่อไปนาน ๆ อยากให้ดำรงตำแหน่งต่อบ้านเมือง อย่าท้าให้สู้ต่อไปเรื่อย ๆ

 

สนธิญาณ : เขาสำรวจมาจากไหนครับ

 

สถาพร : เป็นการสำรวจความคิดเห็นแกนนำชุมชนทั่วประเทศ จำนวนตัวอย่าง พันกว่าตัวอย่างด้วยกัน

 

สนธิญาณ : น่าสนใจ เพราะสัมพันธ์กับสถานการณ์การเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ โพลล์ก็พูดไม่ได้ว่า เป็นความเห็นของคนทั้งประเทศ แต่การทำก็เป็นการทำตามหลักวิชาการ โพลล์จะออกมาอย่างไรเป็นการสะท้อนความเป็นประชาชน แต่สัมพันธ์กับการตั้งคำถามเช่นเดียวกัน

 

สถาพร : เขาถามว่าอยากบอกอะไรกับนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว

 

สนธิญาณ : ที่ไม่ได้เป็นการถามแบบชี้นำ เพราะการถามชี้นำจะเป็นแบบนี้ครับ อยากให้นายกรัฐมนตรีอยู่ต่อไปอีกหรือไม่ นี่ยกตัวอย่างนะครับ

 

สถาพร : นี่ถามแล้วมีธง บอกว่าถ้าถามแล้วก็คือมีธงอยู่แล้ว

 

สนธิญาณ : ใช่ครับ ถามมีธง แต่นี่ไม่ได้ถามมีธงนะครับ เป็นการถามแบบกว้าง ๆ เพราะฉะนั้นความหมายของโพลที่ออกมาที่อยากให้นายกอยู่ต่อร้อยละ 70.8 ที่เอามาย้ำเพราะเกี่ยวพันกับสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังเป็นอยู่  ผมเรียนแล้วตอนนี้มีปัญหาที่เป็นเรื่องสามเศร้าอยู่ ก็คือ 1.ปัญหาของฝ่ายคัดค้าน คสช. ผมไม่เรียกว่าฝ่ายคัดค้านรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย และเครือข่ายในระบอบทักษิณ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คัดค้าน คสช. แต่คัดค้านรัฐธรรมนูญ 2. กรธ. เป็นพวกเดียวกับ คสช. แม่น้ำ 5 สาย แต่วันนี้มีของที่นำเสนอเป็นอีกเศร้าหนึ่งเพราะคิดว่าตัวเองก็นำเสนอด้วยความเป็นการเป็นอิสระ 3. คสช. ตัวของท่านนายกในฐานะเป็นผู้นำ ผมถึงเรียนว่าบ้านเมืองตอนนี้กำลังสับสนอลหม่านกันพอสมควร ที่เรียนย้ำก็เพื่อจะได้เข้าใจสถานการณ์ที่เป็นอยู่ให้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร ในตอนนี้คนก็กำลังมึนงงอยู่ ไม่ชอบระบบทักษิณก็เลยจะหนุนร่างรัฐธรรมนูญให้ลงประชามติได้ ให้ผ่านไป เพราะรัฐธรรมนูญนี้ กรธ. เขาบอกว่าเขียนปราบโกง แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าตามข่าวอย่างละเอียดก็จะเห็นว่าข้อเสนอที่แม่น้ำ 4 สายเสนอไปยัง กรธ. มีส่วนในการที่จะทำให้นายก พล.อ.ประยุทธ์ มีโอกาสดูแลประเทศต่อไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นั่นก็คือให้วุฒิสมาชิกดูแล อภิปรายไม่ไว้วางใจ ควบคุมร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้ แต่ กรธ.เขาไม่เอาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นี่เป็นประเด็น เมื่อ กรธ. ไม่เอาโอกาสในการที่จะให้ คสช. และพล.อ.ประยุทธ์ก็ลดน้อยลง ดูแลได้บางส่วน เหมือนที่ กรธ. เขาพยายามพูดว่ามาครึ่งทางกลางทางมาด้วยกัน ลักษณะดังกล่าวประชาชนสับสน ไปดูที่ สนช. ก็ยังสับสนเลย ก็เพราะว่า ขั้นตอนของการร่างรัฐธรรมนูญ การถึงประชามติจะให้มีการตั้งคำถามและคำถามในการตั้งมีนัยยะสำคัญมาก เพราะหากคำถามที่ตั้งไปและประชาชนเห็นชอบ ประชามติออกมาเห็นชอบ รัฐธรรมนูญมีเนื้อหาอย่างไรต้องไปแก้ตามคำถามนี้เลย ดังนั้นปรากฏว่าแทนที่ สนช. ซึ่งตามรัฐธรรมนูญปี 2557 แก้ไข 2558 ว่าให้คุณช่วยทำการดุลอำนาจของ กรธ. ซึ่งค่อนข้างจะอิสระ ร่างมาแล้วต้องเอาไปทำประชามติให้คนดูว่าตรงไหนใช่ไหมใช่ ควรตั้งคำถามหรือไม่ ปรากฏว่า แม่น้ำ 4 สาย รวม สนช. ด้วยที่ทำข้อเสนอ 3 ข้อไปให้กับ กรธ. แล้ว กรธ. ไม่ได้ปรับแก้ให้ทั้งหมด มาถึงตอนนี้มีรายงานข่าวลับมาแต่ยืนยันเชื่อถือได้ เพราะผมได้เห็นเอกสารมากับตาแล้ว ว่าคณะกรรมาธิการของ สนช. ส่วนใหญ่ไม่อยากให้ตั้งคำถาม บอกตั้งคำถามแล้วจะวุ่นวาย ประชาชนจะสับสนเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่จำนวนหนึ่งก็บอกให้ตั้ง ตั้งตามแนวบางข้อเสนอบอกให้ตั้งตามแนวที่ สปท. เสนอมาเลย ให้มีนายกคนนอกได้ ให้ ส.ว. สามารถควบคุมการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ว่ากันไปแบบนั้นเลย ข้อเสนอนี้นักการเมืองค้านไม่เอาแน่ ๆ แต่ในความเป็นจริงไม่น่าที่จะคัดค้านและควรอย่างยิ่งที่จะมีการตั้งคำถาม เพราะว่า ให้ประชาชนเขาชี้ไปเลย แต่ละฝ่ายจะได้รู้ได้เห็นไปเลย ในแง่ข้อเท็จจริงฝ่ายเลือกตั้ง ฝ่ายการเมืองมีความได้เปรียบกว่าเพราะคุมกลไกการเลือกตั้ง กลไกหัวคะแนนเอาไว้ ลงประชามติการหย่อนบัตรเป็นกลไกเดียวกับการเลือกตั้ง มีสิทธิ์ที่จะชี้นำได้ พรรคการเมือง ทีนี้ประชาชนกับ คสช. ซึ่งชอบและเชียร์ คสช.อยู่ก็จะได้รู้กันไป ว่าถ้าตั้งคำถามในลักษณะนี้แล้วประชาชนเขาเอาอย่างไร คุณจะบอกว่าตั้งคำถามไม่เป็นประชาธิปไตย หรือตั้งคำถามแบบมีธง ซึ่งไม่เกี่ยวว่าจะมีธงหรือไม่มีธง เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ก็ไม่เกี่ยว อยู่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะชี้ไปทางข้างไหน ไม่ได้ชี้แบบโพลล์นะครับ ลงประชามติวัดกันไปเลย ว่าอยากให้นายกอยู่ต่อไหม หรือตั้งคำถามเอาแบบ สปท. เขาว่า ว่าถ้าประชาชนเขาตั้งการแบบนั้น นั่นคือเจ้าของประเทศเขาต้องการ ไม่ได้เกี่ยวกับประชาธิปไตยในการเลือกตั้งของคุณ เพราะนี่เป็นประชาธิปไตยและคนส่วนใหญ่ของประเทศชี้ลงมาแล้ว ถ้าอยากให้เป็นแบบนั้นก็ต้องเป็นแบบนั้น แต่ถ้าไม่ใช่ประชามติ บอกว่าไม่เอา ผมเรียนย้ำเสมอว่า คสช. ก็กลับบ้าน เก็บกระเป๋าหลังหมด Road map ท่านนายกก็กลับไปเลี้ยงหลานตามที่ท่านว่า ท่านหมดหน้าที่แล้วที่ต้องรับผิดชอบอยู่คนเดียว ถือว่าหมดหน้าที่เลยนะครับเพราะประชาชนไม่เอา วัดกันเลยอยู่ในจุดสำคัญจะกลัวอะไรหนักหนา คำถามที่ตั้งนักการเมืองหรือใครก็ตามแต่ คุณไม่ต้องห่วงว่าตั้งแล้วจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ เพราะอยู่ที่ประชาชนชี้  ถ้าคุณหาว่าประชาชนอย่างนั้นนี้แสดงว่าคุณคิดว่าประชาชนคิดไม่เป็น เพราะฉะนั้นถึงเวลานี้ วันที่ 7  สนช. จะตั้งคำถามแนวโน้ม ที่ตอนนี้ออกมาว่าจะไม่ตั้งคำถาม จะไม่ทำหน้าที่ตัวเอง จะไม่มีความรับผิดชอบ ต้องการปัดให้พ้นตัวเอง หรือเป็นเพราะความไม่ฉลาดหรือไม่รู้ ก็ไม่อาจรู้ได้ เพราะรัฐธรรมนูญที่เขาแก้ไขมาก็เพื่อให้ สนช. ได้ทำหน้าที่ ได้มีการถ่วงดุล สร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้เกิดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกหรือตัดสินใจ เดี๋ยวจะได้ขีดเส้นจำชื่อกันไว้ เดี๋ยวจะดูว่าใครเป็นอะไรอย่างไร หลังวันที่ 7 จะนำมาเปิดเผย มาโหวต หมายความว่าไม่ตั้งรับกันเลย โหวตเปิดเผยกันเลยว่าใครเป็นอย่างไร วันนี้โพลบอกว่าให้นายกอยู่ต่อ ประชาชนสับสนจะเอาอย่างไร ผู้ที่มีหน้าที่ต้องทำคือ สนช. ฟังและพิจารณา