เกาะติด "ร่างรธน." !! ลุ้นประชุม "สนช." 7 เม.ย. ตั้งคำถามประชามติ ท่ามกลางกระแสกดดัน-ค้านจาก "นักการเมือง" !!!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

ติดตามสถานการณ์การเมืองเพราะจนถึงขณะนี้สถานการณ์ของประเทศผ่านร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนายมีชัย ฤชุพันธ์  ได้ทำให้คนไทยทั้งประเทศเกิดความสับสนว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านประชามติ และการผ่านประชามติจะเป็นการสนับสนุนคสช.จริงหรือไม่เพราะเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นไปตามข้อเสนอของคสชและแม่น้ำ 4 สาย

 


ประกอบกับในวันที่ 7 เมษายน นี้ สนช.จะประชุมเพื่อตั้งคำถามประชามติ  เพราะฉะนั้นจึงเกิดข้อคำถามว่า จะเป็นอย่างไร ซึ่งตอนนี้ประชาชนสับสนว่าเหตุใดถึงต้องตั้งคำถามประชามติ อีก 1 คำถาม

 


ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557

มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก วรรคเจ็ด วรรคแปด วรรคเก้า วรรคสิบ วรรคสิบเอ็ด และวรรคสิบสอง ของมาตรา ๓๙/๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๘

 


วรรค๕   การจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ให้ออกเสียงประชามติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนั้นทั้งฉบับ โดยต้องกระทำในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ในการนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะมีมติเสนอประเด็นอื่นใดไม่เกินหนึ่งประเด็นที่สมควรให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพิ่มเติมว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบพร้อมไปในคราวเดียวกันด้วยก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องเสนอภายในสิบวันนับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคสามเพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติรับฟังความคิดเห็นของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศประกอบการพิจารณาด้วย

 


ไฮไลท์สำคัญจึงไปจับที่สนช.ทันทีว่าจะตั้งคำถามพ่วงประชามติหรือไม่แล้วจะตั้งว่าอะไร หลังจากสปท.ชงคำถามมาให้แล้วหนึ่ง ก็คือ ให้สว.มีอำนาจโหวตนายกฯ

 


 

นายพีระศักดิ์ พอจิต รอง สนช.คนที่สอง กล่าวถึงสปท.เสนอคำถามพ่วงประชามติให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกฯ ว่า คำถามของ สปท.จะส่งไปยังคณะกรรมาธิการ พิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นประธาน เพื่อพิจารณารวมกับคำถามประชามติของ สนช.

 


ซึ่งขณะนี้ กมธ.สามัญประจำ สนช.ทั้ง 16 คณะได้สรุปแล้ว โดยบางคณะก็ถาม บางคณะก็ไม่ถาม โดยคำถามมีทั้งซ้ำและไม่ซ้ำกัน

 


ซึ่ง กมธ.จะได้สรุปคำถามในวันที่ 4-5 เม.ย. จากนั้นจะนำเข้าสู่ กมธ.กิจการ สนช. หรือวิป สนช. เพื่อให้พิจารณาว่าจะสรุปว่าจะถามหรือไม่ถาม หากถามจะเลือกคำถามอะไร จากนั้นก็นำเข้าที่ประชุม สนช.เพื่อขอมติว่าจะถามหรือไม่ ในวันที่ 7 เม.ย. จะได้ข้อยุติ เพื่อส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ต่อไป

 


ทั้งนี้สนช.จะมีการตั้งคำถามประชมมติเพิ่มเติมหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสมาชิกสนช.ว่าจะตัดสินใจในประเด็นนี้อย่างไรกันบ้าง

 


นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการพิจารณา พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยสาระสำคัญที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากร่างเดิมนั้น ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้ กรธ.ทำหน้าที่ช่วยเผยแพร่สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่ กรธ.ขอมา ส่วนบทลงโทษของผู้ต่อต้าน รธน.นั้น ต้องดูเจตนารมณ์ในการแสดงความคิดเห็นหรือการแสดงออก หากเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวก็ถือได้ว่าไม่เป็นไร แต่ห้ามชักจูงเชิญชวนให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นการเข้าข่ายการกระทำผิด พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำว่าไม่มีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของทุกคน

 


ส่วนการตั้งคำถามของ สนช.นั้น ขณะนี้มีการส่งคำถามเข้ามาค่อนข้างหลายคำถามด้วยกัน

 


นายวิทวัส บุญสถิตย์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเด็นที่สนช.ให้น้ำหนักมากที่สุดในคำถามพ่วงประชามติคือ เรื่องการให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งตรงกับคำถามที่สปท.ส่งมา เนื่องจากสนช.เห็นว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ควรมีกลไกมาช่วยรองรับให้การเมืองนิ่ง จึงควรมีกลไกส.ว.มาช่วยประคับประคองให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ในช่วง 5 ปี ถือว่าทำได้  เพราะไม่ได้ให้อำนาจส.ว.มาลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เป็นเพียงแค่การช่วยกลั่นกรองเลือกนายกรัฐมนตรีเท่านั้น และเชื่อว่า ในวันที่ 7 เม.ย.นี้ ที่ประชุมสนช. จะลงมติให้นำเรื่องการให้รัฐสภาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นคำถามพ่วงประชามติ

 


นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สนช. กล่าวว่า คำถามพ่วงประชามติที่สนช.พูดกันมากที่สุดขณะนี้คือ การให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ของสนช.เห็นด้วยกับคำถามดังกล่าวเพื่อให้ส.ว.มาเป็นกลไกช่วยขับเคลื่อนประเทศช่วง 5 ปี  น่าจะเป็นคำถามที่ได้รับเลือกจากสนช.ในวันที่ 7 เม.ย. เพื่อใช้เป็นคำถามพ่วงประชามติ ส่วนคำถามอื่นที่สนช.เสนอมาทั้งการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ หรือการตั้งรัฐบาลปรองดอง น้ำหนักแผ่วลงไปมากแล้ว

 


สำหรับการตั้งคำถามโดยคณะกรรมาธิการแต่ละชุดของสนช.สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ  หรือ สปท. ก็ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาการเสนอประเด็นคำถามหรือความเห็นของ สปท. ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยมีการเสนอ 2 คำถาม

 


เมื่อวันศุกร์ ที่ 1 เมษายน ผ่านมา การประชุม สปท  ซึ่งต่อมานั้นพลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้ถอนคำถามที่เสนอตั้งคณะกรรมการปรองดอง จึงเหลือเพียงประเด็นเดียวคือ

 


ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ ที่ให้รัฐสภามีอำนาจลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี  ที่นำเสนอโดย นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการสามัญสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง

 


เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจน สำหรับแนวโน้ม เรื่องคำถามประชามติ เราจะไปพูดคุยกับ สมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

 


ขณะที่ ฝั่งของรัฐบาล ก็ออกมาย้ำถึงโรดแมปที่ได้วางเอาไว้ว่า ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านต้องมีการเลือกตั้ง

 


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ ว่าขอร้องอย่าไปพูดย้อนไปย้อนมา เพราะตอนนี้ประเทศกำลังเดินไปข้างหน้า ถ้าลงประชามติผ่านก็มีการเลือกตั้งแล้ว และถ้าลงประชามติไม่ผ่าน ก็ต้องมีการเลือกตั้ง ซึ่งขอย้ำว่าไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านต้องมีการเลือกตั้ง

 


เมื่อถามว่า ทางรัฐบาล และคสช.จะมีมาตรการรองรับอย่างไร หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เรามีมาตรการรองรับไว้แล้ว ดังนั้นไม่ต้องห่วง เพราะคสช.เขาระบุชัดแล้วจะมีการเลือกตั้งในปี 2560 ส่วนแผนรองรับจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับคสช.เป็นผู้ดำเนินการว่า รัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร เพื่อไปสู่กระบวนการเลือกตั้ง ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วง

 


นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคำถามพ่วงประชามติของสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ(ที่ส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยให้ส.ว.สามารถโหวตนายกรัฐมนตรี ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีได้ ว่ามองว่าการให้ 2 สภาฯ ประชุมร่วมกันแล้วโหวตเลือกนายกฯ นั้น ไม่ทำให้ได้นายกฯ คนนอกขึ้นมา เพราะร่างเดิมเวลาจะเลือกนายกฯ คนนอก จะต้องประชุมร่วมกันทั้ง 2 สภา และต้องได้เสียง 2 ใน 3 คือ 500 เสียง

 


เมื่อถามว่าหากคำถามพ่วงประชามติมีความขัดแย้งกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ เช่นในร่างรัฐธรรมนูญไม่ให้อำนาจส.ว.ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี แต่คำถามพ่วงประชามติกลับต้องการให้ส.ว. มีอำนาจดังกล่าว จะต้องทำอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ต้องนำร่างรัฐธรรมนูญมาแก้ตามคำถามพ่วงประชามติที่ผ่าน โดยยึดคำถามพ่วงประชามติเป็นหลัก เพราะการทำประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญเป็นการพิจารณาทั้งฉบับ แต่เมื่อมีคำถามเฉพาะเจาะจงในเรื่องหนึ่ง ประชาชนก็มีสิทธิตอบเจาะจงได้ ซึ่งเป็นหลักธรรมดา