- 05 เม.ย. 2559
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 5 เมษายน 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สนธิญาณ : สวัสดีครับถาครับ สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์
สถาพร : ครับช่วงนี้ก็เรียกว่าเรื่องร้อนๆ ถ้าในบ้านเราก็คงต้องหนีไม่พ้นเรื่องของรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่การลงประชามติ แต่ว่าก่อนถึงวันนั้นก็คือวันที่ 7 วันศุกร์นี้ก็ไปดูว่า สนช. จะตั้งคำถามพ่วงหรือไม่ อีกเรื่อง 1 ก้คือเป็นเรื่องร้อนระดับโลกเลยนั้นก็คือ อยู่ๆ ก็มีเอกสารลับเปิดเผยกันออกมาว่า 11 ล้าน 5 แสนฉบับด้วยกันติดตามในบ้านเราก่อนแล้วกันครับพี่ต้อยเรื่องรัฐธรรมนูญต่อจากนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ
สนธิญาณ : เรื่องรัฐธรรมนูญถึงนาทีนี้เรียกว่ามันเข้า
สถาพร : โค้งสุดท้ายไหมครับพี่
สนธิญาณ : อ่าโค้งสุดท้ายไม่รู้จะใช้ศัพท์ มันเข้าโค้งสุดท้ายแล้วถา โค้งสุดท้ายนาทีนี้จับตาไปที่ สนช. อย่างเดียวเหมือนกับที่ทีนิวส์ได้นำเสนอเรื่องราวมาตลอด แล้วก็จะดูว่า สนช. จะเปลี่ยนท่าทีหรือเปล่าจากคณะกรรมาธิการที่มีทั้งสิ้น 16 คณะ เห็นชอบให้ตั้งคำถาม 6 ไม่เห็นชอบให้ตั้งคำถามคือไม่ให้ตั้ง 9 ยังไม่ออกความเห็น 1 นี้เป็นเอกสารลับนะครับที่ทางทีนิวส์ได้มาจากรัฐสภา ย้ำนะครับเป็นเอกสารลับที่ได้มา แต่ตอนนี้มีข่าวด่วนมาล่าสุดแล้ว ว่าวิปที่จะประชุมกันจะทบทวนไตร่ตรองกันโดยละเอียด ย้ำดีครับ ดีครับ ท่านบรรดา สนช. ทั้งหลายครับที่ท่านควรจะทบทวนแล้วก็ไตร่ตรองให้ละเอียด เพราะอะไร เพราะรัฐธรรมนูญปี 57 ฉบับแก้ไขปี 58 เขาให้ สนช. ทำหน้าที่นี้เพื่อที่จะได้มีการถ่วงดุลในระบบประชาธิปไตยหากว่ามันมีความเห็นแย้งกันในบรรดาผู้มีหน้าที่รับผิดชอบว่าบ้านเมืองมันจะเดินไปทางไหน อย่างไรนึกภาพออกไหมครับ เมื่อมีความเห็นแย้งกันนะครับก็จะทำให้ประชาชนสับสน ผมเรียนตอนนี้ประชาชนสับสนกว่าจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญดีหรือเปล่าเพราะที่ คสช. ขอไปไม่ได้ทั้งหมด แต่ประชาชนก็ชอบ คสช. เขาชอบท่านนายก เขาเชียร์ท่านนายก นี้มันชัดเจนนะ 2 ไอ้ที่ไม่ครบถ้วนก็มาตั้งคำถามเสียและคำถามนี้คุณจตุพรว่าอย่างไร คุณนิธิจะว่าอย่างไร คุณองอาจจะว่าอย่างไรอะไรยังไงก็ตามแต่ ผมก็เรียนแบบนี้คำถามที่ตั้งประชาชนเขาฉลาดเขาคิดเป็นเขาคิดได้ ถ้าเขาไม่เอาเขาก็ไม่รับไม่เห็นด้วย ถ้าเขาเอาเขาก็รับเขาก็เห็นด้วย ไม่ว่าเขาเอาหรือเขาไม่เอา ย้ำนะไม่ว่าเขาเอาหรือเขาไม่เอานั้นคือความเห็นของประชาชน แล้วพูดนักหนาเรื่องประชาธิปไตยผมเป็นคนที่ไม่เชื่อถือประชาธิปไตยแบบเลือกตั้ง ผมว่าความเห็นของประชาชนออกมาอย่างไรเป็นเรื่องที่ต้องเคารพ ท่านนักประชาธิปไตยทั้งหลายครับ เพราะอะไรครับ เพราะจะย้ำกี่ครั้งกี่หนกี่ทีก็ตามแต่มันมีข้อเท็จจริงอยู่ว่าการเลือกตั้งทุกครั้งเสียงหลักมันอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับในทางตรรกะตัวเลขมีทางตกสูงที่จะไม่ผ่านประชามตินึกออกไหมครับ โอกาสสูงยิ่งนะผู้มีสิทธิ์ 47-49 ตอนี้เพิ่มขึ้นล้าน ครั้งก่อนมาลง 25 ให้ผ่าน 14 ไม่ให้ผ่าน 11 นี้ 14 กับ 11 เป็นการสู้ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยนะลงประชามติครั้งก่อนแต่ครั้งนี้นิเห็นไปทางเดียวกันก็กลับไปดูเสียงเลือกตั้งว่าเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย 2 เสียงรวมกันแล้วก็ประมาณนี้ละครับ 25 ล้านเสียง ร่วมๆ กันฝ่ายที่จะเชียร์ คสช. ฝ่ายที่จะเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ แพ้ตั้งแต่ในมุงอีกแล้ว ย้ำนะครับว่าแพ้ตั้งแต่ในมุงอีกแล้ว แต่ถ้าชนะละแต่ถ้าประชาชนเขาคิดเขาแปลเปลี่ยนความคิดจากความเบื่อหน่ายและเอือมระอานักการเมืองละครับ อ้าวอะไรจะเกิดขึ้นละครับถ้าประชาชนเขามีความคิดเห็นแบบนี้ก็ไม่ยอมรับฟังนักการเมืองนักเคลื่อนไหวทั้งหลาย ทำไมถึงไม่ยอมฟังก็ประชามติมันลงเสียงโดยประชาชนไม่ใช่หรอคำถามก็ง่ายๆ ไม่มีซับซ้อนตรงไปตรงมาถ้าเขาถาม แล้วประชาชนเขามีความเห็นออกมามันไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนทั้งประเทศ ไอ้ที่เวลาไปลงเลือกตั้งของคุณไอ้นั้นยิ่งซับซ้อนกว่าอีก ไม่รู้ประชาชนมาลงเสียงเลือกตั้งเพราะอะไร ไม่รู้มาลงเพราะชอบตัวบุคคลนี้ ไม่รู้เพราะชอบนโยบายพรรคข้อนั้น หรือไม่รู้ว่าชอบหัวคะแนนคนนี้ หรือชอบเม็ดเงินที่คุณหวานลงไปซื้อเสียงมันหลายเหตุผลที่ทำให้คุณได้เสียงส่วนใหญ่มา แต่ตอนนี้ถ้าจะดันให้ พล.อ.ประยุทธ์หรือ คสช. ได้มีโอกาสดูแลบ้านเมืองต่อไป ไม่รู้ว่า คสช. พล.อ.ประยุทธ์จะเอาตังมาซื้อเสียงประชาชนด้วยหรือเปล่า เอาตังที่ไหนมาซื้อตอนนี้มีอย่างเดียวละครับ สิ่งที่จะซื้อจิตใจประชาชนได้ก็คือผลงานและก็สิ่งที่ทำมา 2 ปี ถ้าห่วย ผมใช้ศัพท์ภาษาแบบนี้นะครับ ถ้าห่วยเสียง ยี้ประชาชนมันก็จะดังขึ้น แต่นี้ถามว่าทำไม ทำไมพวกนักการเมืองถึงกลัวกันนัก ในปกติแบบนี้นิคุณหน้าจะอยู่ในสถานะของผู้ที่ได้เปรียบได้โอกาสนะถา ถูกไหม
สถาพร : ใช้ครับ
สนธิญาณ : คุณอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบได้โอกาสเพราะอะไร อะไรก็ประชาธิปไตย อะไรก็การเลือกตั้ง อะไรก็ประชาชน
สถาพร : คือใช้ประชาชนเป็นตัวประกันมาตลอด
สนธิญาณ : วันนี้ทำไมคุณไม่ใช้คำว่าประชาชน ไปในคว่ำ คสช. ละสู้กันละ นี้มันอยู่ตรงนี้นะครับเพราะนั้นสุดท้ายโค้งสุดท้ายผมเรียนนะครับแฟนข่าวทีนิวส์ท่านผู้ชมทีนิวส์จะชัดเจนสถานการณ์เพราะทีนิวส์เอาข้อมูลมานำเสนอล้ำหน้าสถานการณ์ ให้เจาใจสถานการณ์มาโดยตลอดว่าให้จับตา สนช. จาก 9 ต่อ 6 แล้วไม่ส่งความเห็นมา 1 คณะ เดี่ยวจะมีการประชุมวิปอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในการตั้งคำถาม ซึ่งคำถามนั้นย้ำนะครับจะเป็นเหมือน สปท. ส่งมาหรือไม่นะครับ หรือ เหมือนที่หลายคนนำเสนอผ่านผมนะใน สนช. ว่าแม้มั่นไส้เดียวถามคำถามยืดโรดแมปซะเลย แต่คงจะไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ คงจะเป็นการหน้าจะท้ายที่สุดแล้วในฐานะ สนช. เป็นหนึ่งในแม่น้ำ 4 สายที่เสนอความเห็นต่อ กรธ. ได้รับการปฏิเสธก็หน้าจะเสนอในส่วนที่ กรธ. และรับการปฏิเสธก็หน้าจะเสนอส่วนที่ กรธ. เขาปฏิเสธมาให้บทเฉพาะการให้เป็นไปตามที่ คสช. ที่แม่น้ำ 4 สายเสนอหรือไม่นะครับ ก็ถามไปแบบนี้ ประชาชนถ้าผ่านทั้งร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็ผ่านทั้งความเห็นแบบนี้ กรธ. ก็ต้องไปปรับแก้ตามความเห็นของประชาชนที่ สนช. ถามไปนะครับ ซึ่งนี้เป็นทางออกที่ดีก็ได้วัดได้รู้กันไปเลย วัดได้รู้ไปเลยว่าประชาชนคิดยังไงกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถาว่าไงนะครับ
สถาพร : ก็บอกว่ารอ สนช. วันที่ 7 นี้หน้าจะได้ข้อสรุป
สนธิญาณ : ถูกต้องละครับก็รอกันไป!
